เขียงไม้ vs เขียงพลาสติก แบบไหนดีกว่า? หลายบ้านใช้ทุกวัน แต่เลือกผิดมาตลอด

ในครัวของแทบทุกบ้านต้องมี “เขียง” แต่หลายคนอาจไม่เคยคิดเลยว่า แค่เลือกเขียงผิด ก็อาจส่งผลทั้งเรื่องความสะอาด กลิ่นอาหาร ไปจนถึงอายุการใช้งาน
โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตที่เถียงกันมานานระหว่าง เขียงไม้ กับ เขียงพลาสติก แบบไหนดีกว่ากัน?
คำตอบคือ…แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน และเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน
เขียงไม้ จุดเด่นคืออะไร?
เขียงไม้เป็นแบบดั้งเดิมที่หลายบ้านคุ้นเคย โดยเฉพาะร้านอาหารหรือครัวไทย
ข้อดี
- แข็งแรง ทนทาน
- รองรับแรงสับได้ดี
- มีรอยมีดยากกว่า
- หลายชนิดช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ตามธรรมชาติ
อีกข้อที่หลายคนชอบคือ “มีดไม่ทื่อเร็ว”
แต่เขียงไม้ก็มีข้อเสีย
หากดูแลไม่ดี เขียงไม้อาจ:
- อมน้ำ
- เกิดกลิ่นอับ
- มีเชื้อราสะสม
- แตกหรือบวมได้
โดยเฉพาะถ้าแช่น้ำ หรือเก็บในที่ชื้นนานเกินไป
แล้วเขียงพลาสติกล่ะ?
เขียงพลาสติกได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเบา ล้างง่าย และมีหลายสีให้แยกประเภทอาหาร
ข้อดี
- ทำความสะอาดง่าย
- แห้งไว
- ไม่อมน้ำเท่าเขียงไม้
- เหมาะกับการแยกอาหารดิบ/สุก
หลายบ้านนิยมใช้สีต่างกัน เช่น สีหนึ่งสำหรับเนื้อดิบ อีกสีสำหรับผักหรืออาหารสุก
ข้อเสียที่หลายคนมองข้าม
แม้จะดูสะอาด แต่เขียงพลาสติกมี “รอยมีด” เกิดง่าย และรอยเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นจุดสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรีย หากใช้นานเกินไปโดยไม่เปลี่ยน บางครั้งเขียงดูสะอาดด้วยตา แต่จริง ๆ อาจมีคราบสะสมอยู่ในร่องลึกแล้ว
แล้วแบบไหน “ปลอดภัยกว่า”?
จริง ๆ แล้ว ความสะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “วัสดุอย่างเดียว” แต่อยู่ที่ “การดูแล”
ไม่ว่าจะเขียงไม้หรือพลาสติก ถ้า:
- ล้างไม่สะอาด
- ใช้ปนอาหารดิบกับอาหารสุก
- ไม่ตากให้แห้ง
ก็เสี่ยงสะสมเชื้อโรคได้เหมือนกัน
วิธีใช้เขียงให้ปลอดภัย
- แยกเขียงอาหารดิบและอาหารสุก
- ล้างทันทีหลังใช้
- ตากให้แห้งทุกครั้ง
- หากมีรอยลึกหรือกลิ่นติด ควรเปลี่ยนใหม่
- เขียงไม้ไม่ควรแช่น้ำนาน
จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่า เขียงไม้และเขียงพลาสติกไม่มีแบบไหน “ดีกว่าขาดลอย” แต่เหมาะกับการใช้งานต่างกัน เขียงไม้ → ทน แข็งแรง เหมาะกับงานหนัก เขียงพลาสติก → ล้างง่าย เหมาะกับการใช้งานทั่วไป สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ราคา หรือวัสดุ แต่อยู่ที่ “ล้างสะอาดและเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา” เพราะของใช้ในครัวที่ใช้ทุกวัน อาจเป็นจุดสะสมเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



