สาวกินแค่ "ปลาและโจ๊ก" ทุกวัน แต่คอเลสเตอรอลพุ่งเกิน 400 หมอเผยสาเหตุ!

สาวกินแค่ "ปลาและโจ๊ก" ทุกวัน แต่คอเลสเตอรอลพุ่งเกิน 400 หมอเผยสาเหตุ!

สาวกินแค่ "ปลาและโจ๊ก" ทุกวัน แต่คอเลสเตอรอลพุ่งเกิน 400 หมอเผยสาเหตุ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กินแค่ปลาและโจ๊กทุกวัน แต่คอเลสเตอรอลพุ่งเกิน 400 แพทย์เผยสาเหตุอาจมาจาก “กินน้อยเกินไป”

หลายคนอาจคิดว่าการกินอาหารไขมันต่ำและควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้เสมอ แต่กรณีของหญิงวัย 30 กว่าปีรายหนึ่งกลับตรงกันข้าม หลังรับประทานเพียงปลาและโจ๊กทุกวัน ผลตรวจเลือดกลับพบว่าระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่า 400 mg/dL และค่า LDL-C หรือ “ไขมันเลว” สูงถึง 276 mg/dL

แพทย์ระบุว่า สาเหตุไม่ได้เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง แต่เกิดจากการได้รับพลังงานไม่เพียงพอเป็นเวลานาน จนร่างกายเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “ภาวะคอเลสเตอรอลสูงจากการอดอาหาร (Starvation hypercholesterolemia)”

สงสัยเป็นโรคไขมันสูงจากพันธุกรรม เพราะครอบครัวมีประวัติโรคหลอดเลือด

นพ.หงฮุ่ยเฟิง แพทย์โรคหัวใจจากโรงพยาบาลซินกวง ประเทศไต้หวัน ได้เปิดเผยกรณีผู้ป่วยหญิงรายนี้ว่า ตอนมาพบแพทย์ เธอระบุว่าผลตรวจพบคอเลสเตอรอลมากกว่า 400 และค่า LDL-C มากกว่า 270

ผลตรวจพบว่า ระดับไตรกลีเซอไรด์และ HDL-C หรือไขมันดี อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เนื่องจากบิดาและปู่ของเธอเคยมีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงมีปัญหาคอเลสเตอรอลสูงในครอบครัว ทำให้แพทย์สงสัยว่าอาจเป็น โรคไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม (Familial Hypercholesterolemia)

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจเพิ่มเติมกลับพบว่า ผู้ป่วยไม่มีภาวะก้อนไขมันสะสมบริเวณเส้นเอ็น และเส้นเอ็นร้อยหวายบริเวณส้นเท้าไม่ได้หนาขึ้นตามที่มักพบในผู้ป่วยโรคดังกล่าว แต่กลับมีลักษณะบางกว่าปกติ

กินเพียงวันละ 500 กว่าแคลอรี ทำร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดพลังงาน

หลังตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างละเอียด แพทย์พบข้อมูลสำคัญว่า หญิงรายนี้มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เพียง 17 ความดันโลหิตตัวบนอยู่ในระดับ 70 กว่า และหัวใจเต้นช้าผิดปกติ เพียงประมาณ 30–40 ครั้งต่อนาที

นอกจากนี้ เธอไม่มีประจำเดือนมานานถึง 4–5 ปี และเมื่อตรวจโดยแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ พบว่าเธอได้รับพลังงานจากอาหารเพียงประมาณ 500 กว่าแคลอรีต่อวันเท่านั้น

ผู้ป่วยเคยบอกแพทย์ว่า “กินแค่ปลาและโจ๊กทุกวัน” ซึ่งในตอนแรกแพทย์เข้าใจว่าเธอปรับอาหารเพราะกังวลเรื่องคอเลสเตอรอลสูง แต่ภายหลังพบว่า การกินน้อยเกินไปต่างหากที่เป็นสาเหตุ ไม่ใช่ผลจากโรคไขมันสูง

ทำไมกินน้อยเกินไปถึงทำให้คอเลสเตอรอลสูงขึ้น?

แพทย์อธิบายว่า เมื่อร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอเป็นเวลานาน อาจเกิดผลกระทบหลายด้าน เช่น หัวใจเต้นช้า ความดันต่ำ ประจำเดือนขาด และภาวะขาดสารอาหาร

เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียดจากการขาดพลังงาน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึงภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ชนิดหนึ่งลดลง หรือ Low T3 syndrome ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการเผาผลาญ

ในภาวะดังกล่าว ร่างกายอาจลดการทำงานของตัวรับ LDL ในตับ ทำให้การกำจัดคอเลสเตอรอลออกจากเลือดลดลง ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่ได้รับประทานอาหารไขมันสูงก็ตาม

กินน้อยแล้วคอเลสเตอรอลสูง อย่ารีบเพิ่มอาหารแบบผิดวิธี

แพทย์เตือนว่า การแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะนี้ ไม่ใช่การเพิ่มอาหารจำนวนมากในทันที แต่ควรเพิ่มพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอยู่ภายใต้การดูแล

หากกลับมารับประทานอาหารปริมาณมากอย่างรวดเร็ว อาจเสี่ยงเกิด “ภาวะรีฟีดดิ้งซินโดรม (Refeeding syndrome)” ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่อาจส่งผลต่อระบบหัวใจและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ปรับอาหารเพียง 3 สัปดาห์ ค่าไขมันเริ่มดีขึ้น

หลังผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ด้วยการปรับเพิ่มปริมาณอาหารอย่างเหมาะสมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ พบว่าค่า LDL-C ลดลงอย่างชัดเจนประมาณ 100 หน่วย ขณะที่ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ผลลัพธ์ดังกล่าวช่วยยืนยันว่าปัญหาหลักของผู้ป่วยไม่ได้เกิดจากโรคไขมันสูงแบบทั่วไป และในขณะนั้นแพทย์เห็นว่ายาลดไขมันอาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพราะอาจไม่ช่วยแก้ต้นเหตุ จำเป็นต้องติดตามค่าต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

กินเพื่อสุขภาพ ไม่ควรตัดอาหารจนร่างกายขาดพลังงาน

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า การควบคุมอาหารมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ แม้จะเป็นอาหารที่ดู “ดีต่อสุขภาพ” อย่างปลาและโจ๊กก็ตาม

การดูแลสุขภาพที่เหมาะสมควรเน้นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้รับพลังงานเพียงพอ และปรับพฤติกรรมอย่างสมดุล ไม่ควรลดอาหารหรือจำกัดแคลอรีอย่างรุนแรงโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล