หญิงกินไข่ต้มทุกเช้า ผ่านมา 1 ปีไปตรวจสุขภาพ เผยผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1976/9880274/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgหญิงกินไข่ต้มทุกเช้า ผ่านมา 1 ปีไปตรวจสุขภาพ เผยผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ!

หญิงกินไข่ต้มทุกเช้า ผ่านมา 1 ปีไปตรวจสุขภาพ เผยผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ!

แชร์เรื่องนี้

กินไข่ต้มทุกเช้า! หญิงวัย 63 ทำต่อเนื่อง 1 ปี ไปตรวจร่างกายล่าสุด ผลลัพธ์ทำเอาอึ้งทั้งบ้าน

เปิดงานวิจัย ม.ปักกิ่ง! กินไข่ต้มช่วยลดไขมันเลว-บำรุงตับ หลังหญิงวัย 63 พิสูจน์แล้วเห็นผลจริงใน 1 ปี

เว็บไซต์ข่าว SOHA รายงานเรื่องราวของ นางลี่มิน (นามสมมติ) หญิงชาวจีนวัย 63 ปี ตัดสินใจกินไข่ต้มวันละฟองในตอนเช้าติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งปี เพื่อหวังจะปรับปรุงปัญหาสุขภาพของตนเอง

เมื่อหนึ่งปีก่อน ในการตรวจร่างกายประจำปี นางลี่มิน ถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะ ไขมันในเลือดสูง และ ไขมันพอกตับระยะเริ่มต้น ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาการของเธอยังไม่รุนแรงมากนัก เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและหันมาดูแลสุขภาพก็สามารถทำให้อาการดีขึ้นได้

หลังจากนั้น นางลี่จึงเริ่มศึกษาข้อมูลเรื่องการกินอาหารเพื่อสุขภาพ เธอเริ่มจำกัดการทานของทอดที่ใช้น้ำมันท่วมๆ แล้วเปลี่ยนมาเน้นเมนูประเภทต้มและนึ่งแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอเลือกทาน ไข่ต้ม 1 ฟอง เป็นอาหารเช้าทุกวัน และทำติดต่อกันมานานถึงหนึ่งปีเต็ม

ล่าสุด เมื่อนางลี่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามอาการ ผลปรากฏว่าค่าไขมันในเลือดของเธอกลับมาอยู่ในระดับปกติ และภาวะไขมันพอกตับก็ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเธอกล่าวด้วยความดีใจว่า การหันมาเน้นอาหารนึ่งต้มและกินไข่ต้มทุกเช้า คือกุญแจสำคัญที่ช่วยกู้สุขภาพของเธอคืนมา

เปิดข้อมูลงานวิจัยและคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญ

แพทย์ได้อธิบายว่า ไข่คือหนึ่งในสุดยอดอาหารที่ให้สารอาหารครบถ้วน ทั้งวิตามิน A, B, D, E, K รวมถึงโอเมก้า-3, สังกะสี และโคลีน ซึ่งส่งผลดีต่อหัวใจและตับ

  • งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University): ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ทานไข่ 4-7 ฟองต่อสัปดาห์จะมีระดับ ApoA1 (ส่วนประกอบของไขมันดี หรือ HDL) สูงกว่าปกติ

  • ลดไขมันเลว: ผู้ที่ทานไข่เป็นประจำจะมีระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • บำรุงตับด้วยโคลีน: ในไข่มีสารโคลีน (Choline) สูง ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการช่วยขนส่งไขมันออกจากตับ ลดการสะสมของไขมันพอกตับ

  • สารเลซิติน (Lecithin): ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการตกค้างในหลอดเลือดและตับ พร้อมช่วยเร่งกระบวนการขับของเสียออกจากร่างกาย

คำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์

อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ย้ำเตือนว่าเราไม่ควรพึ่งพาการกินอาหารเพียงชนิดเดียวเพื่อรักษาโรค ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุขภาพของนางลี่ดีขึ้นอย่างชัดเจน คือการที่เธอ ลดการทานไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เช่น เนื้อสัตว์ติดมันและของทอด ควบคู่ไปกับการทานไข่ต้ม แพทย์จึงแนะนำให้เธอรักษาพฤติกรรมการกินที่สมดุลแบบนี้ต่อไป เพื่อป้องกันโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานและโรคหัวใจในระยะยาว

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA