23 วิธีลดน้ำหนักง่ายๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า “มันเวิร์ค!”

23 วิธีลดน้ำหนักง่ายๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า “มันเวิร์ค!”
S! Health (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เบื่อวิธีลดน้ำหนักแบบเดิมๆ หรือเปล่า? ที่ใครๆ ก็รู้ว่าให้ควบคุมอาหาร ลดนั่นลดนี่ แล้วไปออกกำลังกายซะ เราไม่ได้บอกว่าวิธีเหล่านั้นไม่ได้ผลนะ ได้ผลเป็นอย่างดีเลยล่ะ เพียงแต่ใครที่อาจจะอยากมองหาเคล็ดลับลดน้ำหนักใหม่ๆ ที่ไม่น่าเบื่อ ไม่ซ้ำซากจำเจ แต่ได้ผลชัวร์ล่ะก็ ตามมาทางนี้เลย เราจัดเทคนิค 23 ข้อรวด ต้องมีสักวิธีที่คุณอยากลองแน่นอน

1.       ดื่มกาแฟดำ เพราะกาแฟดำมีปริมาณแคลอรี่เกือบจะเป็น 0 ในขณะที่กาแฟใส่ครีมและน้ำตาล มีปริมาณแคลอรี่ประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ ถ้าคุณเป็นคนติดกาแฟ ต้องแน่ใจว่าติดกาแฟจริงๆ ไม่ได้ติดครีม หรือน้ำตาล
 
2.       ไม่เลือกรับประทานอาหารไขมันต่ำ เพราะมีการศึกษาพบว่า การเลือกอาหารที่มีไขมันตามปกตินั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า ซึ่งงานวิจัยนี้เรียกได้ว่ามาลบล้างความเชื่อเก่าที่มีกันมานานนับสิบปีเลยทีเดียว
 
3.       เลือกรับประทานผลไม้ที่มีสีแดง เพราะผลไม้สีแดง เป็นผลไม้สำหรับการลดน้ำหนัก เช่น แตงโม องุ่นแดง แอบเปิ้ลแดง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือไขมันอุดตันเส้นเลือดได้อีกด้วย
 
4.       ดื่มชา โดยเฉพาะชาจีน เพราะชาสามารถลดไขมันในเลือดได้
 
5.       เลือกสวมกางเกงยีนส์บ่อยๆ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซินพบว่า คนที่สวมกางเกงยีนส์มาทำงาน และเดินวันละ 500 ก้าวขึ้นไป จะลดหน้าท้องได้เร็ว อาจเป็นเพราะกางเกงยีนส์ช่วยล็อคขนาดของเอวเอาไว้เท่าเดิมตลอดเวลาด้วย เมื่อไรที่เราอ้วนขึ้น เราจะรู้ได้ทันทีถึงความคับของกางเกงตัวโปรด

 


 
6.       อาบน้ำก่อนนอน การได้อาบน้ำอุ่นก่อนนอน นอกจากจะช่วยให้นอนหลับสบาย คลายเครียด คลายกล้ามเนื้อแล้ว ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนออกซิโทซิน ที่เรียกว่าเป็นฮอร์โมนความรักที่หลังออกมาจากสมอง ทำให้รู้สึกสงบขึ้นได้ นอกจากนี้น้ำอุ่นยังทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น และเมื่ออาบน้ำเสร็จ อุณหภูมิก็จะลดลงอย่างเร็ว ช่วยให้ร่างกายสุณเสียพลังงานไปบางส่วนได้อย่างง่ายๆ จึงช่วยลดน้ำหนักได้ด้วยนั่นเอง
 
7.       สูดดมกลิ่นผลไม้ การได้สูดดมกลิ่นของผลไม้สด เช่นแอปเปิล กล้วย ลูกแพร์ จะทำให้ความรู้สึกอยากรับประทานอาหารว่างพวกขนม ของขบเคียวน้อยลง เพราะร่างกายของเราจะตอบรับกับสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า หากไม่สามารถหาตะกร้าผลไม้ มาวางไว้บนโต๊ะทำงานได้ ก็ลองใช้โลชั่นกลิ่นผลไม้มาทามือ ทาแขน ทาตัวระหว่างวันได้เช่นกัน
8.       เลิกรับประทานซีเรียลเป็นอาหารเช้า แม้ว่าซีเรียลจะทานง่าย และเหมาะกับเช้าที่มีเวลาจำกัด แต่นักวิจัยยืนยันว่าอาหารเช้าที่ทำจากวัตถุดิบสดๆ ดีต่อร่างกายมากกว่า เมื่อเราทานอาหารเช้าอิ่มเต็มที่ เราก็จะไม่รู้สึกหิวโหยในมื้อกลางวัน จนทำให้เราเผลอทานมากเกินความจำเป็นนั่นเอง
 
9.       กินลูกอมหรือขนมหวานหมดเป็นห่อๆ (ห่อเล็กๆ) รู้ว่าถ้าจะลดน้ำหนัก ต้องลดของหวาน แต่หากอยากทานมากจริงๆ ก็ทานให้หมดทั้งห่อไปเลย เพราะมีการศึกษาพบว่า ทานหมดห่อ ดีกว่าหยิบทานทีละนิดทีละหน่อย ยิ่งจิกทานทีละน้อยๆ ยิ่งทำให้ความอยากของหวานของเราเพิ่มมากขึ้น แต่หากทานหมดห่อแล้ว ไปออกกำลังกายชดใช้กรรมด้วยนะ
 
10.   จัดตารางการออกกำลังกายให้เป็นเรื่องเป็นราว คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า การกำหนดตารางที่จะทำอะไรๆ เป๊ะๆ ในสมัยนี้เป็นเรื่องยาก เพราะพอถึงเวลาจริงๆ อาจมีนัดดื่มสังสรรค์กับเพื่อน จนต้องยกเลิกการออกกำลังกายของตัวเองเพื่อไปตามนัดเพื่อน หากกลัวว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น ลองจัดตารางการออกกำลังกายเป็นตอนเช้าดู เพื่อนคงไม่นัดตอนเช้าว่าไหม

 


 
11.   เลิกรับประทานอาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง อาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางสารอาหารน้อย เพราะกระบวนการในการแช่แข็งและอัดกระป๋อง ทำให้วิตามินในอาหารลดน้อยลง แถมยังมีปริมาณน้ำตาล และเกลือมากกว่าปกติ ทานมากๆ ก็อ้วนได้ง่ายๆ เหมือนกัน
 
12.   รองท้องก่อนทานมื้อเย็น การรองท้องด้วยอาหารมื้อเล็กๆ เช่น กล้วย หรือนม ก่อนออกไปทานมื้อเย็น ช่วยลดปริมาณอาหารเย็นที่เราจะทานลงท้องได้มากถึง 20%
 
13.   ทำขนมหวานทานเอง ก็บอกแล้วว่าอยากทานของหวาน ให้งดเลยอาจเป็นเรื่องลำบาก แต่ถ้าหากเราทำขนมหวานทานเอง เราจะจำกัดปริมาณแป้ง และน้ำตาลที่เราใส่ลงไปได้ ก็จะได้เป็นของหวานที่ (เกือบจะ) ดีต่อสุขภาพ มากกว่าที่ขายอยู่ตามท้องตลาดแน่นอน แถมยังอร่อยกว่าด้วยนะ
 
14.   อาหารจานไข่สิดี ไม่ว่าจะเป็นไข่ดาว ไข่เจียว (ทอดบนกระทะเทฟล่อน) หรือจะเป็นไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ก็อร่อยได้ง่ายๆ เลือกทานไข่ต้มเป็นอาหารระหว่างมื้อก็ช่วยให้อิ่มท้องได้ ลดการทานอาหารมื้อหลักมากเกินไปได้
 
15.   เลือกรับประทานสลัดอย่างสมดุล ในสลัดควรมีโปรตีนอยู่ด้วย อาจจะเป็นโปรตีนจากไข่ ไก่ หรือเนื้อสัตว์ (ไม่ติดมัน) อื่น ๆ ก็ได้ รับประทานร่วมกับผักที่มีไฟเบอร์สูง รวมทั้งผลไม้และถั่ว เพื่อให้ได้คุณค่าอาหารครบถ้วน ไม่ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร จนร่างกายต้องเรียกหาน้ำตาลมาเพิ่มพลังงานร่างกายมากเกินความจำเป็น จนเป็นสาเหตุให้มีพลังงานสะสมในร่างกายมากเกินไป แล้วไปกองอยู่ที่พุง ก้น ต้นขานั่นเอง

 


 
16.   เลือกทานถั่วแทนขนมหวาน มีการวิจัยพบว่า ไขมันโอเมก้า 3 สามารถลดความเครียด และลดภาวะโรคหัวใจได้ ถั่วจำพวกวอลล์นัท เป็นอาหารที่มีโอเมก้า 3 ในปริมาณถึง 2.5 กรัม ต่อเมล็ด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยังข่วยเผาผลาญไขมันด้วย
 
17.   เล่นเกม หรือหากิจกรรมทำยามว่าง พยายามหากิจกรรมที่ทำให้เราอยู่ห่างจากห้องครัว อาจจะชวนเพื่อนออกไปเดินเล่น หรือเล่นเกมก็ได้ เพราะมีการวิจัยพบว่า การเล่นเกม หรือทำกิจกรรมที่ชอบ จะมีผลทำให้สมองสั่งร่างกายให้มีความอยากอาหารลดน้อยลง
 
18.   เลือกน้ำผลไม้แบบรวมกาก แทนแบบแยกกาก นอกจากเราจะได้รับคุณค่าทางสารอาหารแบบเต็มๆ แล้ว ใยอาหารยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย ระบบขับถ่ายก็แปลว่าท้องไม่ป่องไง
 
19.   เพิ่มปลาลงในมื้ออาหาร เลือกรับประทานได้ทั้งปลาทูน่า แซลมอน แมคคาเรล และอื่นๆ เพราะปลามีทั้งโปรตีน และไขมันที่ดีต่อร่างกาย ดีกว่าเนื้อสัตว์ติดมันอื่นๆ
 
20.   ทำความรู้จักกับเมล็ดเจีย เป็นอาหารที่มีทั้งโอเมก้า 3 ไฟเบอร์ โปรตีน และแคลเซียม ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่าย และช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี สามารถรับประทานร่วมกับอาหารเช้า น้ำปั่น หรือโยเกิร์ตได้เป็นอย่างดี
 
21.   ทำแซนวิชแบบไร้ขนมปังรับประทานเอง ลองใช้เนื้อสัตว์อยากอกไก่ แทนขนมปังดูสิ ไม่อิ่มให้มันรู้ไป
 
22.   อยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น มีการศึกษาพบว่า คนที่นอนในอุณภูมิที่เย็นกว่า มีแนวโน้มจะลดน้ำหนักได้ดีกว่า การนอนในสภาพแวดล้อมที่มีอุณภูมิสูง
 
23.   เลือกทานควินัว ควินัวเป็นสุดยอดอาหาร เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่ามาก ทั้งซิงค์ เหล็ก และวิตามิน ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย เผาผลาญแคลอรี่ และช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผลอีกด้วย

 

มีวิธีไหนที่อยากลองทำกันบ้างไหมคะ ถึงแม้ว่าเราจะบอกไปเมื่อตอนต้นว่าการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายมันอาจผังดูน่าเบื่อ แต่อย่างไรก็ตามเคล็ดลับเหล่านี้ หากทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย การลดน้ำหนักของคุณจะยิ่งได้ผลเร็วขึ้น ดังนั้นก็อย่าลืมวิธีเดิมๆ แต่ได้ผลดีที่สุดด้วยนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก eatthis.com
ภาพประกอบจาก istockphoto

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!