แบบนี้ก็ได้เหรอ “วิ่งเท้าเปล่า” ดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด

แบบนี้ก็ได้เหรอ “วิ่งเท้าเปล่า” ดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด
S! Health (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

กระแสวิ่งยังคงไม่ลดเลือนหายไปจากหมู่คนหนุ่มสาวที่หันมาออกกำลังกาย และใส่ใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แต่หากใครที่มีข้ออ้างว่า “ยังไม่ไปวิ่งหรอก ยังไม่มีเงินซื้อรองเท้าวิ่ง” อาจจะต้องคิดใหม่อีกครั้ง เพราะหากอยากวิ่งจริงๆ “เท้าเปล่า” ก็วิ่งได้ แถมดีต่อสุขภาพเสียด้วย

คุณโยชิโนะ ซึโยชิ กูรูแห่งวงการวิ่งเท้าเปล่า บอกว่า การวิ่งเท้าเปล่า เป็นวิธีการวิ่งดั้งเดิมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณก่อนที่จะมีรองเท้า คนที่วิ่งจะต้องปรับวิธีการวิ่งให้ซับแรงกระแทกให้มากที่สุด เพราะฝ่าเท้าจะสื่อสารกับสมองตลอดเวลาว่าขณะนี้มีการสะเทือนมากน้อยขนาดไหน นักวิ่งเท้าเปล่าจะรู้สึกตลอดเวลาว่า ขณะนี้  ฝ่าเท้า ข้อเท้า เข่า สะโพก และหลังของตนเองมีความรู้สึกจากแรงกระแทกอย่างไร และจะปรับท่าวิ่งของตนเองให้กลายเป็นท่าวิ่งที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดนั่นเอง

 

ข้อดีของการวิ่งเท้าเปล่า

การวิ่งตามธรรมชาติด้วยเท้าเปล่าหรือรองเท้าแบบไม่ยกส้นสูงกว่าปลายเท้า จะทำให้เอ็นร้อยหวายยืดตัวออกขณะวิ่ง นิ้วเท้าทุกนิ้วมีความเป็นอิสระ   เท้าจะแผ่ออกตามธรรมชาติขณะลงพื้น ซึ่งการแผ่ออกนี้เป็นกลไกในการซับแรงกระแทกและการทรงตัว ไม่จำกัดการพลิกตัวของฝ่าเท้าในขณะวิ่ง ทำให้กลไกในการซับแรงกระแทกได้ทำงาน เป็นการส่งผ่านข้อมูลเกี่ยวกับการทรงตัวจากเท้าไปสู่สมอง ดังนั้น การวิ่งเท้าเปล่าหรือการวิ่งสไตล์เท้าเปล่าด้วยรองเท้าที่เหมาะสม จะสามารถลด ป้องกัน และแก้ไข การบาดเจ็บจากการวิ่งได้

ในขณะเดียวกันก็จะทำให้กล้ามเนื้ออีกหลายส่วนได้ถูกระดมมาทำงาน ช่วยรับแรงกระแทก ช่วยเรื่องการทรงตัว และทำให้กล้ามเนื้อส่วนล่างทั้งหมดได้ทำงานเต็มศักยภาพของมัน นอกจากนี้ การวิ่งเท้าเปล่ายังดีต่อกล้ามเนื้อน่องและเท้า เพราะการฝึกวิ่งเท้าเปล่าทำให้ฝ่าเท้าของเราได้สัมผัสกับพื้นโดยตรง ระบบประสาทหลายจุดที่ฝ่าเท้าจะถูกกระตุ้น ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมการทรงตัว กระตุ้นการไหลเวียนเลือด

ที่สำคัญนักวิ่งเท้าเปล่าจะลงเท้าเบา เวลาวิ่งจะช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเท้า หัวเข่า สะโพก และหลังโดยอัตโนมัติ และจะปรับท่าวิ่งของตนเองให้กลายเป็นท่าวิ่งที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ทำให้ลดการบาดเจ็บ การวิ่งเท้าเปล่าจะบังคับให้นักวิ่งเอาส่วนหน้าของเท้าลงพื้นก่อนแทนที่จะใช้ส้นเท้า ช่วยลดการบาดเจ็บเรื้อรัง เช่น การเจ็บบริเวณด้านนอกเหนือหัวเข่า โรคข้อเข่านักวิ่ง หน้าแข้งแตกร้าว อีกทั้งยังเป็นการจัดระเบียบร่างกาย การเรียงของนิ้วเท้าจะแผ่ออกเป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้การทรงตัวของเราดีขึ้น ท่าทางในการยืนและเดินของเราจะถูกจัดระเบียบใหม่ให้ถูกต้อง กล้ามเนื้อน่องจะได้รูป และคนที่เท้าแบนก็จะค่อยๆ มีหลังเท้าที่โค้งสวยขึ้นมาได้

 

ข้อระวังสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกวิ่งเท้าเปล่า

ผู้ป่วยเบาหวานต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ที่สำคัญต้องตั้งใจฟังร่างกายตัวเอง หากรู้สึกวิ่งเท้าเปล่าแล้วไม่สบายพอ ให้กลับไปใส่รองเท้า แล้วค่อยๆ ฝึก เริ่มตั้งแต่ถอดรองเท้าเดินในบ้าน อาศัยกล้ามเนื้อของร่างกายเราให้วิ่งในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติที่สุด กล้ามเนื้อต้องการเวลาในการพัฒนา การเร่งรัดหรือฝืนวิ่งอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ ต้องฝึกฝน อดทน และรู้จักยืดหยุ่น

ด้าน แบ๊งค์-นริศร เมืองรื่น ประธานกลุ่มรองเท้าหาย Barefoot running กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นในการวิ่งคือต้องการจะลดน้ำหนัก ตอนนั้นวิ่งแบบใส่รองเท้าวิ่งปกติ ตอนนั้นก็สงสัยเรื่องของการหารองเท้าวิ่งว่าทำไมเราต้องใส่รองเท้ารุ่นนั้น รุ่นนี้ ก็คาใจ แล้วพอดีเพื่อนที่วิ่งด้วยกันมีปัญหาบาดเจ็บที่ข้อเท้า เข่า จึงชวนไปเข้าคอร์สฝึกวิ่งเท้าเปล่า พอได้เรียนรู้การวิ่งเท้าเปล่า ทำให้เรารู้สึกเลยว่าวิ่งสบายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เหนื่อยน้อยลง ก็ค่อยๆ ฝึกฝนไปเรื่อยๆ จะทำให้เราเรียนรู้ธรรมชาติร่างกายของเรา ว่าเราวิ่งท่านี้ จะลดการบาดเจ็บลงไปครับ”

คราวนี้อยากลองวิ่งเมื่อไร มีแค่ตัวกับหัวใจ ก็ออกวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นกันได้แล้วล่ะ

 

ภาพประกอบจาก istockphoto

เรื่องล่าสุดของหมวด สุขภาพกาย

ดูหมวด สุขภาพกาย ทั้งหมด