อย่าหาทำ! แช่ไข่ต้มแบบนี้ หวังปอกง่าย แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค

อย่าหาทำ! แช่ไข่ต้มแบบนี้ หวังปอกง่าย แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค

อย่าหาทำ! แช่ไข่ต้มแบบนี้ หวังปอกง่าย แต่อาจเพิ่มความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไข่ต้มเป็นเมนูง่าย ๆ ที่หลายบ้านทำเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า อาหารสำหรับเด็ก หรือเมนูของคนที่ดูแลสุขภาพ แต่หลังต้มเสร็จ หลายคนมักรีบนำไข่ไปแช่ในน้ำทันที เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ปอกเปลือกง่ายขึ้น

แม้วิธีนี้จะใช้กันมานาน แต่สิ่งที่ควรใส่ใจไม่ใช่แค่ "แช่น้ำหรือไม่" แต่คือ "แช่น้ำแบบไหน" เพราะหากเลือกวิธีไม่เหมาะสม ก็อาจเพิ่มโอกาสให้ไข่เกิดการปนเปื้อนได้ โดยเฉพาะหากตั้งใจเก็บไว้รับประทานในภายหลัง

ทำไมไข่ต้มหลังสุกจึงควรดูแลให้ถูกวิธี?

หลังจากไข่ผ่านความร้อน เปลือกไข่ยังคงมีรูพรุนตามธรรมชาติ แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หากนำไข่ที่ยังร้อนจัดไปสัมผัสกับน้ำที่ไม่สะอาด หรือเก็บในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงที่สิ่งปนเปื้อนจากภายนอกจะสัมผัสกับเปลือกไข่ และหากเปลือกเกิดรอยแตกร้าว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่เนื้อไข่ได้

ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารหลายแห่งจึงแนะนำให้ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำที่เหมาะสำหรับการประกอบอาหาร หากจำเป็นต้องทำให้ไข่เย็นลงอย่างรวดเร็ว

ความเข้าใจผิดที่หลายคนเชื่อ

หลายคนคิดว่า

  • ยิ่งแช่น้ำนาน ยิ่งปอกง่าย
  • น้ำอะไรก็ใช้ได้
  • ไข่สุกแล้ว ไม่ต้องระวังเรื่องเชื้อโรค

แต่จริง ๆ แล้ว การปอกง่ายหรือยาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแช่น้ำเพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวข้องกับ

  • ความสดของไข่
  • ระยะเวลาที่ต้ม
  • วิธีทำให้ไข่เย็น
  • เทคนิคการกะเทาะเปลือก

วิธีทำให้ไข่ปอกง่าย โดยไม่ต้องเสี่ยง

1. เริ่มจากน้ำอุณหภูมิที่เหมาะสม

หากต้องการไข่ต้มเปลือกหลุดง่าย ควรนำไข่ออกจากตู้เย็นก่อนต้มประมาณ 10-15 นาที เพื่อลดความต่างของอุณหภูมิ และช่วยลดโอกาสเปลือกแตกระหว่างต้ม

2. ต้มให้ได้เวลา

ไข่ที่ต้มได้พอดี มักปอกง่ายกว่าไข่ที่ต้มสั้นหรือยาวเกินไป

โดยทั่วไป

  • ไข่ยางมะตูม 6-7 นาที
  • ไข่สุกกำลังดี 8-9 นาที
  • ไข่สุกเต็มที่ 10-11 นาที

3. หากต้องการให้เย็นเร็ว ใช้น้ำสะอาด

หากจำเป็นต้องลดอุณหภูมิของไข่ ควรใช้น้ำที่สะอาดสำหรับบริโภค เช่น

  • น้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็น
  • น้ำดื่มสะอาด
  • น้ำแข็งที่ทำจากน้ำสะอาด

ไม่ควรแช่เป็นเวลานานเกินความจำเป็น

4. เคาะเปลือกก่อนปอก

หลังไข่อุ่นพอจับได้ ให้เคาะเปลือกเบา ๆ รอบทั้งฟอง แล้วกลิ้งบนโต๊ะเล็กน้อย จากนั้นเริ่มปอกจากด้านป้าน ซึ่งมักมีช่องอากาศ ทำให้เปลือกหลุดง่ายกว่า

5. ปอกใต้น้ำไหลเบา ๆ

อีกหนึ่งเทคนิคที่หลายคนใช้คือปอกไข่ภายใต้น้ำสะอาดไหลเบา ๆ ซึ่งช่วยให้เศษเปลือกหลุดง่าย และลดการติดของเยื่อหุ้มไข่

ถ้าต้มไข่ไว้หลายฟอง ควรเก็บอย่างไร?

หากยังไม่รับประทานทันที ควร

  • ปล่อยให้ไข่เย็นก่อนเก็บ
  • เก็บทั้งเปลือก
  • ใส่ภาชนะปิดสนิท
  • แช่ตู้เย็นทันที
  • รับประทานภายในประมาณ 1 สัปดาห์

ส่วนไข่ที่ปอกเปลือกแล้ว ควรรับประทานภายใน 2-3 วัน เพื่อคงคุณภาพและความสด

เทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ไข่อร่อยขึ้น

หลายคนอาจไม่รู้ว่า การปล่อยให้ไข่พักหลังต้มประมาณ 2-3 นาที ก่อนนำไปลดอุณหภูมิ จะช่วยให้เนื้อไข่เซตตัวดีขึ้น ทำให้ไข่ขาวนุ่ม ไข่แดงเนียน และปอกง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน

สรุป

การทำไข่ต้มให้อร่อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแช่น้ำเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการต้ม การลดอุณหภูมิ และการเก็บรักษาที่เหมาะสม หากจำเป็นต้องทำให้ไข่เย็นเร็ว ควรเลือกใช้น้ำที่สะอาดสำหรับบริโภค และหลีกเลี่ยงการแช่เป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ได้ไข่ต้มที่ทั้งปอกง่าย รสชาติดี และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล