"ไข่ต้มแช่เย็น" แคลอรีน้อยกว่าแบบร้อน จริงไหม? เปิดความจริงก่อนกินเป็นเมนูลดน้ำหนัก

"ไข่ต้มแช่เย็น" แคลอรีน้อยกว่าแบบร้อน จริงไหม? เปิดความจริงก่อนกินเป็นเมนูลดน้ำหนัก

"ไข่ต้มแช่เย็น" แคลอรีน้อยกว่าแบบร้อน จริงไหม? เปิดความจริงก่อนกินเป็นเมนูลดน้ำหนัก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไข่ต้มแช่เย็น แคลอรีน้อยกว่า ไข่ต้มแบบร้อน แคลอรีลดจริงไหม? เปิดความจริงก่อนใช้เป็นเมนูลดน้ำหนัก

ไข่ต้มเป็นเมนูยอดนิยมของคนดูแลสุขภาพ เพราะเตรียมง่าย ให้โปรตีน และควบคุมปริมาณได้สะดวก แต่ระยะหลังมีข้อมูลส่งต่อกันว่า หากนำไข่ต้มไปแช่ตู้เย็นแล้วรับประทานแบบเย็น พลังงานหรือแคลอรีในไข่จะลดลง จึงเหมาะกับการลดน้ำหนักมากกว่าไข่ที่เพิ่งต้มเสร็จ

คำกล่าวนี้อาจฟังดูมีเหตุผล เพราะอาหารจำพวกข้าว มันฝรั่ง และพาสตาบางชนิดอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของแป้งหลังปรุงสุกแล้วทำให้เย็นลง อย่างไรก็ตาม หลักการดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กับไข่ได้โดยตรง เนื่องจากไข่ไม่ได้เป็นอาหารที่มีแป้งสูง

สรุปให้ชัดคือ ไข่ต้มแช่เย็นไม่ได้มีแคลอรีน้อยกว่าไข่ต้มร้อน หากเป็นไข่ใบเดียวกันและไม่ได้เติมเครื่องปรุง คุณค่าทางพลังงาน โปรตีน และไขมันยังคงใกล้เคียงเดิม ไม่ว่าจะรับประทานขณะร้อน อุ่น หรือเย็น

ไข่ต้มหนึ่งฟองให้พลังงานเท่าไร?

ข้อมูลโภชนาการจาก MedlinePlus ระบุว่า ไข่ต้มสุกขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 50 กรัม ให้พลังงานราว 70 กิโลแคลอรี โปรตีน 6 กรัม และไขมันประมาณ 5 กรัม โดยมีคาร์โบไฮเดรตน้อยมากจนแสดงเป็น 0 กรัมตามเกณฑ์ฉลากโภชนาการ

การนำไข่ต้มฟองดังกล่าวไปแช่ในตู้เย็นไม่ได้ดึงพลังงานออกจากโปรตีนหรือไขมัน และไม่ได้ทำให้สารอาหารเหล่านี้หายไป ดังนั้น ไข่ต้มหนึ่งฟองที่ให้พลังงานประมาณ 70 กิโลแคลอรีตอนร้อน ก็ยังคงให้พลังงานใกล้เคียงเดิมเมื่อรับประทานแบบเย็น

ประเด็นเปรียบเทียบ ไข่ต้มร้อนหรืออุ่น ไข่ต้มแช่เย็น
พลังงาน ประมาณ 70 กิโลแคลอรีต่อฟองใหญ่ ประมาณ 70 กิโลแคลอรีต่อฟองใหญ่
โปรตีน ประมาณ 6 กรัม ยังคงใกล้เคียงเดิม
ไขมัน ประมาณ 5 กรัม ยังคงใกล้เคียงเดิม
ผลต่อการลดน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารรวม ไม่ได้ดีกว่าเพียงเพราะมีอุณหภูมิเย็น
ข้อดีหลัก นุ่มและรับประทานง่าย เตรียมล่วงหน้าและพกพาสะดวก

ทำไมหลายคนจึงเชื่อว่าอาหารแช่เย็นมีแคลอรีลดลง?

ความเชื่อนี้น่าจะเกิดจากข้อมูลเรื่อง แป้งทนการย่อย หรือ Resistant Starch ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในอาหารที่มีแป้งสูงบางชนิด หลังผ่านการหุงหรือต้มแล้วนำไปทำให้เย็น

เมื่อแป้งสุกเย็นตัวลง โครงสร้างของแป้งบางส่วนอาจจัดเรียงตัวใหม่จนเอนไซม์ย่อยได้ยากขึ้น งานวิจัยในข้าวขาวพบว่า การนำข้าวสุกไปแช่เย็นแล้วอุ่นใหม่ช่วยเพิ่มปริมาณแป้งทนการย่อย และอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารเพิ่มขึ้นน้อยกว่าข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จในกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา

อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็นเรื่องของอาหารที่มีแป้ง เช่น ข้าว มันฝรั่ง ขนมปัง และพาสตา ไม่ใช่อาหารโปรตีนอย่างไข่ เพราะไข่แทบไม่มีแป้งที่จะเปลี่ยนเป็นแป้งทนการย่อย การแช่ไข่ต้มจึงไม่ทำให้เกิดกลไกเดียวกัน

อาหารแช่เย็นแล้วแคลอรีลดลงจริงหรือไม่?

แม้การทำให้อาหารประเภทแป้งเย็นลงอาจเพิ่มสัดส่วนของแป้งทนการย่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าแคลอรีทั้งหมดของอาหารจานนั้นจะหายไปอย่างเห็นได้ชัด และไม่ควรตีความว่าอาหารเย็นทุกชนิดจะกลายเป็นอาหารลดน้ำหนัก

นอกจากนี้ ปริมาณแป้งทนการย่อยที่เกิดขึ้นยังแตกต่างกันตามชนิดอาหาร วิธีปรุง ระยะเวลาที่แช่เย็น และการอุ่นซ้ำ ผลต่อระดับน้ำตาลจึงไม่เหมือนกันในทุกคน โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้อินซูลินไม่ควรเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหารโดยคาดการณ์ผลเอง เพราะงานศึกษาบางชิ้นพบว่าข้าวเย็นอาจเปลี่ยนการตอบสนองของน้ำตาลหลังอาหารได้

สำหรับไข่ต้ม ประเด็นนี้ยิ่งไม่เกี่ยวข้อง เพราะพลังงานส่วนใหญ่มาจากโปรตีนและไขมัน ไม่ใช่แป้ง การเปลี่ยนอุณหภูมิจึงไม่ทำให้แคลอรีลดลงแบบที่มีการกล่าวอ้าง

ไข่ต้มเย็นยังเหมาะกับคนลดน้ำหนักหรือไม่?

เหมาะได้ แต่ไม่ใช่เพราะมีแคลอรีต่ำกว่าไข่ร้อน ไข่ต้มเย็นเหมาะกับคนควบคุมน้ำหนักตรงที่สามารถเตรียมล่วงหน้า แบ่งเป็นฟอง และหยิบรับประทานได้ง่าย จึงช่วยให้วางแผนปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้สะดวก

ไข่ต้มขนาดใหญ่หนึ่งฟองให้โปรตีนประมาณ 6 กรัมในพลังงานราว 70 กิโลแคลอรี จึงสามารถใช้เพิ่มโปรตีนให้มื้ออาหารได้ โดยไม่ต้องใช้น้ำมันเหมือนเมนูทอด แต่การลดน้ำหนักยังขึ้นอยู่กับพลังงานรวมที่ได้รับตลอดวัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของไข่เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่น ไข่ต้มสองฟองที่กินกับผักและข้าวในปริมาณเหมาะสม อาจจัดเป็นมื้อที่ควบคุมพลังงานได้ง่ายกว่าไข่ต้มที่นำไปคลุกมายองเนสจำนวนมาก กินคู่ไส้กรอก เบคอน หรือราดซอสหวานและเค็มจัด

เครื่องเคียงอาจเพิ่มแคลอรีมากกว่าที่คิด

แม้ตัวไข่ต้มจะให้พลังงานไม่สูงมาก แต่พลังงานของเมนูสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเครื่องปรุงและส่วนประกอบที่กินร่วมกัน โดยเฉพาะมายองเนส น้ำสลัดครีม ชีส เนื้อแปรรูป และซอสที่มีน้ำตาล

ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักจึงควรพิจารณาทั้งมื้อ ไม่ใช่มองเฉพาะไข่ เช่น เลือกกินกับผักสด ผักต้ม ธัญพืชไม่ขัดสี หรือโปรตีนชนิดอื่นในปริมาณเหมาะสม พร้อมระวังเครื่องปรุงที่อาจเพิ่มน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม

แช่เย็นแล้วโปรตีนและสารอาหารหายไหม?

การแช่ไข่ต้มในตู้เย็นอย่างถูกต้องไม่ได้ทำให้โปรตีนหายไปหรือดูดซึมไม่ได้ โปรตีนได้เปลี่ยนโครงสร้างจากความร้อนระหว่างการต้มไปแล้ว การนำไปทำให้เย็นไม่สามารถทำให้กลับไปเป็นโปรตีนดิบได้อีก

ไข่ต้มยังเป็นแหล่งของโคลีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายใช้ในกระบวนการเผาผลาญ การสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ และการทำงานของสมองและระบบประสาท โดยไข่ต้มขนาดใหญ่หนึ่งฟองให้โคลีนประมาณ 147 มิลลิกรัม

ความแตกต่างที่สังเกตได้ชัดกว่าคุณค่าทางอาหารคือเนื้อสัมผัส ไข่ที่เพิ่งต้มมักนุ่มกว่า ขณะที่ไข่แช่เย็นอาจมีไข่ขาวแน่นขึ้นและไข่แดงแห้งกว่าเล็กน้อย แต่เป็นเรื่องของรสชาติและความชอบ ไม่ใช่การลดลงของแคลอรี

ไข่ต้มร้อนกับไข่ต้มเย็น แบบไหนดีกว่ากัน?

ข้อดีของไข่ต้มร้อนหรืออุ่น

  • เนื้อไข่ขาวและไข่แดงมักนุ่มกว่า
  • เหมาะกับการกินคู่โจ๊ก ข้าวต้ม และอาหารร้อน
  • หากต้มเท่าที่กิน จะไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาเก็บ
  • บางคนรู้สึกว่ารับประทานง่ายกว่าไข่เย็น

ข้อดีของไข่ต้มแช่เย็น

  • เตรียมล่วงหน้าสำหรับมื้อเช้าหรือมื้อระหว่างวันได้
  • แบ่งปริมาณเป็นรายฟองได้สะดวก
  • นำไปทำสลัดหรือพกไปทำงานได้ง่าย
  • คุณค่าทางพลังงานและโปรตีนยังใกล้เคียงกับไข่ต้มร้อน

ดังนั้น แบบที่ดีกว่าจึงขึ้นอยู่กับความสะดวกและความชอบของแต่ละคน หากเก็บรักษาอย่างถูกต้อง ทั้งไข่ต้มร้อนและไข่ต้มเย็นสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุลได้เหมือนกัน

ไข่ต้มควรเก็บในตู้เย็นอย่างไร?

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ แนะนำให้เก็บไข่ในตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่เกินประมาณ 4 องศาเซลเซียส และรับประทานไข่ต้มภายใน 1 สัปดาห์หลังปรุง ไม่ว่าจะเก็บทั้งเปลือกหรือปอกเปลือกแล้วก็ตาม

ไข่ต้มและเมนูที่มีไข่ไม่ควรถูกวางไว้นอกตู้เย็นเกิน 2 ชั่วโมง และหากอุณหภูมิภายนอกสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส ไม่ควรวางไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง เพราะเชื้อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วในสภาพอากาศอุ่น

  • หลังต้มควรทำให้ไข่คลายความร้อนและนำเข้าตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมง
  • เก็บไว้ในภาชนะสะอาดและมีฝาปิด
  • แยกจากเนื้อดิบและอาหารทะเลดิบ เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
  • เขียนวันที่ต้มไว้บนกล่อง หากเตรียมไว้หลายฟอง
  • หากพกออกจากบ้าน ควรใส่กระเป๋าเก็บความเย็นพร้อมเจลเย็น
  • หากมีกลิ่นผิดปกติ มีเมือก หรือไม่แน่ใจว่าอยู่นอกตู้เย็นนานแค่ไหน ควรทิ้ง

ปอกเปลือกก่อนแช่หรือเก็บทั้งเปลือกดีกว่า?

สามารถเก็บได้ทั้งสองแบบ แต่การเก็บทั้งเปลือกช่วยลดการสัมผัสกับมือ ภาชนะ และอาหารอื่นภายในตู้เย็น ส่วนไข่ที่ปอกเปลือกแล้วควรใส่กล่องสะอาดที่ปิดสนิทและใช้ช้อนหรือมือที่สะอาดหยิบทุกครั้ง

คำแนะนำจาก MedlinePlus ระบุว่า ไข่ต้มทั้งเปลือกสามารถเก็บในตู้เย็นได้นานถึงประมาณหนึ่งสัปดาห์ ส่วนไข่ที่ปอกเปลือกแล้วควรใช้ภายในระยะเวลาสั้นกว่าเพื่อคุณภาพที่ดี โดยแหล่งดังกล่าวแนะนำภายในประมาณ 2 วัน

ใครควรระวังการกินไข่ไม่สุก?

เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงจากเชื้อซัลโมเนลลามากกว่าคนทั่วไป จึงควรรับประทานไข่ที่ไข่ขาวและไข่แดงสุกทั่วถึง หรือเลือกผลิตภัณฑ์ไข่ที่ผ่านการพาสเจอไรซ์หากต้องใช้ในเมนูที่ไม่สุก

การแช่เย็นช่วยชะลอการเพิ่มจำนวนของเชื้อจุลินทรีย์ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนไข่ที่ปนเปื้อนหรือเก็บผิดวิธีให้กลับมาปลอดภัยได้ ความสะอาด ระดับความสุก และระยะเวลาที่อยู่นอกตู้เย็นจึงสำคัญกว่าอุณหภูมิขณะรับประทาน

สรุป ไข่ต้มเย็นไม่แคลอรีต่ำกว่า แต่ยังเป็นเมนูควบคุมน้ำหนักได้

การนำไข่ต้มไปแช่ตู้เย็นไม่ได้ทำให้แคลอรีลดลง เพราะพลังงานของไข่มาจากโปรตีนและไขมันเป็นหลัก ต่างจากอาหารประเภทข้าวหรือมันฝรั่งที่มีแป้งบางส่วนเปลี่ยนเป็นแป้งทนการย่อยหลังทำให้เย็น

ไข่ต้มขนาดใหญ่หนึ่งฟองยังให้พลังงานประมาณ 70 กิโลแคลอรีและโปรตีนราว 6 กรัม ไม่ว่าจะกินแบบร้อนหรือเย็น ไข่ต้มเย็นจึงเหมาะกับสายลดน้ำหนักในแง่ของความสะดวกและการควบคุมปริมาณ ไม่ใช่เพราะแคลอรีลดลง

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือปริมาณอาหารรวมตลอดวัน เครื่องปรุงที่กินร่วมกัน ความหลากหลายของมื้ออาหาร และการเก็บไข่ต้มในตู้เย็นอย่างถูกวิธี หากจัดองค์ประกอบเหล่านี้ได้เหมาะสม ก็สามารถเลือกกินไข่ต้มร้อนหรือเย็นตามความชอบได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคุณค่าทางอาหาร

แหล่งอ้างอิง

  1. MedlinePlus, U.S. National Library of Medicine: Perfect Hard-Cooked Eggs
  2. U.S. Food and Drug Administration: What You Need to Know About Egg Safety
  3. National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements: Choline Fact Sheet for Health Professionals
  4. Effect of Cooling of Cooked White Rice on Resistant Starch Content and Glycemic Response
  5. Influence of Resistant Starch Resulting from Cooling of Rice on Postprandial Glycemia
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล