แซลมอนยิ่งสีส้มยิ่งมีประโยชน์จริงไหม? ไขความเข้าใจผิดเรื่องสีเนื้อปลา
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เวลาเลือกซื้อปลาแซลมอน หลายคนอาจสะดุดตากับเนื้อปลาที่มีสีส้มสดหรือสีส้มเข้ม และเกิดความรู้สึกว่า ยิ่งสีสวย ยิ่งเข้ม หรือยิ่งส้มมาก ก็น่าจะหมายถึงปลาที่มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่า
แต่สีของเนื้อแซลมอนไม่สามารถใช้ตัดสินคุณค่าทางโภชนาการทั้งหมดได้
สีที่เราเห็นเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะ สารสีแอสตาแซนธิน (astaxanthin) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่เกี่ยวข้องกับสีแดงอมส้มของปลาแซลมอน และปริมาณของสารนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของปลา อาหารที่ได้รับ และปัจจัยอื่น ๆ
ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อแซลมอน อย่าเพิ่งตัดสินจากความส้มของเนื้อปลาเพียงอย่างเดียว
สีส้มของแซลมอนเกิดจากอะไร?
สีส้มอมชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อแซลมอนมีความเกี่ยวข้องกับ แอสตาแซนธิน ซึ่งเป็นรงควัตถุธรรมชาติในกลุ่มแคโรทีนอยด์
แซลมอนไม่ได้สร้างสารสีนี้ขึ้นมาเองในลักษณะเดียวกับเม็ดสีบางชนิดในร่างกายมนุษย์ แต่ได้รับผ่านอาหารในห่วงโซ่อาหาร โดยแอสตาแซนธินสามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในระบบนิเวศทางน้ำ เช่น สาหร่ายและสิ่งมีชีวิตที่กินสาหร่าย
เมื่อแซลมอนได้รับสารนี้จากอาหาร สารสีจะสะสมอยู่ในเนื้อและทำให้เกิดสีแดงอมส้มที่เรามองเห็น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม สีของแซลมอนจึงไม่ได้หมายถึง “ความสด” หรือ “คุณค่าทางอาหาร” เพียงอย่างเดียว
แซลมอนสีส้มเข้ม ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าเสมอไป
สีเข้มอาจทำให้ปลาดูน่ารับประทาน แต่ไม่ควรใช้ความเข้มของสีเป็นเกณฑ์เดียวในการบอกว่าแซลมอนชิ้นนั้นมีคุณค่ามากกว่า
เพราะสีของเนื้อปลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- สายพันธุ์ของแซลมอน
- อาหารที่ปลาได้รับ
- ปริมาณแอสตาแซนธินในอาหาร
- อายุและขนาดของปลา
- การเลี้ยงและสภาพแวดล้อม
ดังนั้น แซลมอนที่มีสีอ่อนกว่าไม่ได้แปลว่าไม่มีคุณค่าทางอาหาร หรือแซลมอนที่สีส้มจัดจะมีสารอาหารทุกชนิดมากกว่าเสมอไป
สีเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่ใช้พิจารณา ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
แอสตาแซนธินมีประโยชน์อะไร?
แอสตาแซนธินเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นหนึ่งในสารที่ทำให้แซลมอนมีสีส้มอมแดง
แต่ควรแยกให้ออกระหว่างคำว่า “มีสารต้านอนุมูลอิสระ” กับการกล่าวอ้างว่า “กินแซลมอนแล้วป้องกันโรคได้”
การมีสารอาหารหรือสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพไม่ได้หมายความว่าอาหารชนิดนั้นสามารถใช้รักษาหรือป้องกันโรคได้โดยตรง
ดังนั้น หากรับประทานแซลมอนเพื่อสุขภาพ ควรมองประโยชน์โดยรวมของอาหาร ไม่ใช่เลือกเฉพาะชิ้นที่มีสีส้มเข้มที่สุด
แล้วสีของแซลมอนบอกความสดหรือไม่?
ไม่ควรใช้สีเพียงอย่างเดียวตัดสินความสด
แซลมอนที่สดและคุณภาพดีควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
กลิ่น
ควรมีกลิ่นสดตามธรรมชาติของปลา ไม่ควรมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือกลิ่นผิดปกติอย่างชัดเจน
เนื้อสัมผัส
เนื้อควรมีลักษณะค่อนข้างแน่น ไม่เละหรือยุ่ยผิดปกติ
ลักษณะผิว
ควรดูว่าผิวและเนื้อมีลักษณะผิดปกติหรือไม่ และไม่มีเมือกที่ผิดปกติ
บรรจุภัณฑ์
หากเป็นแซลมอนบรรจุแพ็ก ควรตรวจดูว่าบรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ ไม่มีรอยรั่วหรือความเสียหาย
ดังนั้น หากเจอแซลมอนสีส้มสวยมาก แต่กลิ่นหรือสภาพโดยรวมผิดปกติ ก็ไม่ควรเลือกเพียงเพราะสีสวย
แซลมอนเลี้ยงกับแซลมอนธรรมชาติ สีเหมือนกันหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
อาหารของปลาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสีของเนื้อแซลมอน โดยเฉพาะปริมาณของสารสีจากอาหาร
ในระบบการเลี้ยงแซลมอน ผู้เลี้ยงสามารถควบคุมสูตรอาหารและสารอาหารที่ปลาได้รับได้ ดังนั้นสีของแซลมอนเลี้ยงจึงสามารถแตกต่างจากแซลมอนธรรมชาติได้
จึงไม่ควรใช้หลักง่าย ๆ ว่า
“สีเข้ม = ธรรมชาติ”
หรือ
“สีอ่อน = เลี้ยง”
เพราะสีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกแหล่งที่มาของปลาได้อย่างแม่นยำ
หากต้องการรู้ว่าเป็นแซลมอนจากแหล่งใด ควรดูข้อมูลบนฉลากและแหล่งผลิตมากกว่า
สีของเนื้อแซลมอนเกี่ยวข้องกับอาหารที่ปลาได้รับ
นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
แอสตาแซนธินที่เกี่ยวข้องกับสีของแซลมอนมาจากอาหารที่ปลาได้รับ เมื่อปลาได้รับอาหารที่มีสารสีดังกล่าว สารนี้สามารถสะสมในเนื้อเยื่อและส่งผลต่อสีของเนื้อปลา
ดังนั้น สีที่เราเห็นบนจานจึงเป็นเหมือนผลลัพธ์หนึ่งจาก อาหารและชีววิทยาของปลา
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมแซลมอนแต่ละชนิดจึงอาจมีสีแตกต่างกัน แม้จะเป็นปลาในกลุ่มเดียวกันก็ตาม
ถ้าจะเลือกแซลมอนเพื่อสุขภาพ ควรดูอะไรแทนสี?
หากต้องการเลือกแซลมอนเพื่อรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสุขภาพ แนะนำให้ดูหลายองค์ประกอบร่วมกัน
1. ดูชนิดและแหล่งที่มา
อ่านฉลากว่าเป็นแซลมอนชนิดใด มาจากแหล่งใด และผ่านกระบวนการอะไรมาแล้ว
2. ดูส่วนประกอบ
หากเป็นแซลมอนปรุงรสหรือแปรรูป ควรดูปริมาณโซเดียมและส่วนผสมอื่น ๆ ด้วย
3. ดูสภาพของเนื้อปลา
อย่าดูเฉพาะสี แต่ให้ดูเนื้อสัมผัส กลิ่น และลักษณะโดยรวม
4. ดูวิธีปรุง
แซลมอนสามารถเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่การนำไปทอดในน้ำมันมาก หรือเติมซอสที่มีน้ำตาลและโซเดียมสูง ก็สามารถเพิ่มพลังงานและโซเดียมให้กับมื้ออาหารได้
5. ดูอาหารทั้งมื้อ
แทนที่จะให้แซลมอนเป็นอาหารเพียงอย่างเดียว ลองรับประทานร่วมกับผัก ธัญพืช หรืออาหารที่มีใยอาหาร เพื่อให้มื้ออาหารมีความหลากหลายมากขึ้น
แซลมอนสีอ่อนกินได้หรือไม่?
กินได้ หากปลาอยู่ในสภาพดีและได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม
สีอ่อนกว่าไม่ได้หมายความว่าปลาเสียหรือมีคุณค่าทางอาหารต่ำกว่าโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่ควรระวังคือ การเปลี่ยนแปลงของสีที่เกิดขึ้นร่วมกับกลิ่นผิดปกติ เนื้อเละ หรือสภาพที่ดูไม่เหมาะสม
ดังนั้น อย่าตัดสินปลาเพียงจากคำว่า “สีไม่สวย”
สิ่งที่ควรระวังมากกว่าความเข้มของสี
สำหรับคนที่ซื้อแซลมอนมารับประทาน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการไล่หาปลาที่สีส้มที่สุด ได้แก่
ความสดและการเก็บรักษา
แหล่งที่มาและฉลาก
ปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์แปรรูป
วิธีปรุงอาหาร
ปริมาณที่รับประทาน
เพราะทั้งหมดนี้มีผลต่อคุณภาพของมื้ออาหารมากกว่าการดูว่าเนื้อปลาส้มเข้มหรืออ่อนเพียงอย่างเดียว
สรุป แซลมอนยิ่งสีส้มยิ่งมีประโยชน์จริงไหม?
คำตอบคือ ไม่ควรใช้ความเข้มของสีเป็นตัวตัดสินคุณค่าทางอาหารทั้งหมด
สีส้มอมแดงของแซลมอนมีความเกี่ยวข้องกับแอสตาแซนธิน ซึ่งได้รับจากอาหารของปลา และระดับสีสามารถแตกต่างกันได้ตามชนิดของปลา อาหาร และสภาพแวดล้อม
ดังนั้น แซลมอนสีส้มเข้มไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าแซลมอนสีอ่อนในทุกด้าน
หากต้องการเลือกแซลมอนเพื่อสุขภาพ สิ่งสำคัญกว่าการเลือกจากสีคือ ดูความสด แหล่งที่มา ฉลาก การเก็บรักษา และวิธีปรุงอาหาร
เพราะการกินแซลมอนให้ได้ประโยชน์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อปลาต้อง “ส้มที่สุด” แต่ขึ้นอยู่กับ คุณภาพของอาหารและภาพรวมของมื้อที่เรารับประทาน
อ่านเพิ่มเติม แซลมอนแช่แข็งไม่ได้แปลว่า “คุณค่าน้อยกว่า” รู้สิ่งที่เปลี่ยนและไม่เปลี่ยนหลังแช่แข็ง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
