แซลมอนยิ่งสีส้มยิ่งมีประโยชน์จริงไหม? ไขความเข้าใจผิดเรื่องสีเนื้อปลา

แซลมอนยิ่งสีส้มยิ่งมีประโยชน์จริงไหม? ไขความเข้าใจผิดเรื่องสีเนื้อปลา

แซลมอนยิ่งสีส้มยิ่งมีประโยชน์จริงไหม? ไขความเข้าใจผิดเรื่องสีเนื้อปลา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เวลาเลือกซื้อปลาแซลมอน หลายคนอาจสะดุดตากับเนื้อปลาที่มีสีส้มสดหรือสีส้มเข้ม และเกิดความรู้สึกว่า ยิ่งสีสวย ยิ่งเข้ม หรือยิ่งส้มมาก ก็น่าจะหมายถึงปลาที่มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่า

แต่สีของเนื้อแซลมอนไม่สามารถใช้ตัดสินคุณค่าทางโภชนาการทั้งหมดได้

สีที่เราเห็นเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะ สารสีแอสตาแซนธิน (astaxanthin) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่เกี่ยวข้องกับสีแดงอมส้มของปลาแซลมอน และปริมาณของสารนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของปลา อาหารที่ได้รับ และปัจจัยอื่น ๆ

ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อแซลมอน อย่าเพิ่งตัดสินจากความส้มของเนื้อปลาเพียงอย่างเดียว

สีส้มของแซลมอนเกิดจากอะไร?

สีส้มอมชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อแซลมอนมีความเกี่ยวข้องกับ แอสตาแซนธิน ซึ่งเป็นรงควัตถุธรรมชาติในกลุ่มแคโรทีนอยด์

แซลมอนไม่ได้สร้างสารสีนี้ขึ้นมาเองในลักษณะเดียวกับเม็ดสีบางชนิดในร่างกายมนุษย์ แต่ได้รับผ่านอาหารในห่วงโซ่อาหาร โดยแอสตาแซนธินสามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในระบบนิเวศทางน้ำ เช่น สาหร่ายและสิ่งมีชีวิตที่กินสาหร่าย

เมื่อแซลมอนได้รับสารนี้จากอาหาร สารสีจะสะสมอยู่ในเนื้อและทำให้เกิดสีแดงอมส้มที่เรามองเห็น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม สีของแซลมอนจึงไม่ได้หมายถึง “ความสด” หรือ “คุณค่าทางอาหาร” เพียงอย่างเดียว

แซลมอนสีส้มเข้ม ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าเสมอไป

สีเข้มอาจทำให้ปลาดูน่ารับประทาน แต่ไม่ควรใช้ความเข้มของสีเป็นเกณฑ์เดียวในการบอกว่าแซลมอนชิ้นนั้นมีคุณค่ามากกว่า

เพราะสีของเนื้อปลาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • สายพันธุ์ของแซลมอน
  • อาหารที่ปลาได้รับ
  • ปริมาณแอสตาแซนธินในอาหาร
  • อายุและขนาดของปลา
  • การเลี้ยงและสภาพแวดล้อม

ดังนั้น แซลมอนที่มีสีอ่อนกว่าไม่ได้แปลว่าไม่มีคุณค่าทางอาหาร หรือแซลมอนที่สีส้มจัดจะมีสารอาหารทุกชนิดมากกว่าเสมอไป

สีเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่ใช้พิจารณา ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

แอสตาแซนธินมีประโยชน์อะไร?

แอสตาแซนธินเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นหนึ่งในสารที่ทำให้แซลมอนมีสีส้มอมแดง

แต่ควรแยกให้ออกระหว่างคำว่า “มีสารต้านอนุมูลอิสระ” กับการกล่าวอ้างว่า “กินแซลมอนแล้วป้องกันโรคได้”

การมีสารอาหารหรือสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพไม่ได้หมายความว่าอาหารชนิดนั้นสามารถใช้รักษาหรือป้องกันโรคได้โดยตรง

ดังนั้น หากรับประทานแซลมอนเพื่อสุขภาพ ควรมองประโยชน์โดยรวมของอาหาร ไม่ใช่เลือกเฉพาะชิ้นที่มีสีส้มเข้มที่สุด

แล้วสีของแซลมอนบอกความสดหรือไม่?

ไม่ควรใช้สีเพียงอย่างเดียวตัดสินความสด

แซลมอนที่สดและคุณภาพดีควรพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

กลิ่น

ควรมีกลิ่นสดตามธรรมชาติของปลา ไม่ควรมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือกลิ่นผิดปกติอย่างชัดเจน

เนื้อสัมผัส

เนื้อควรมีลักษณะค่อนข้างแน่น ไม่เละหรือยุ่ยผิดปกติ

ลักษณะผิว

ควรดูว่าผิวและเนื้อมีลักษณะผิดปกติหรือไม่ และไม่มีเมือกที่ผิดปกติ

บรรจุภัณฑ์

หากเป็นแซลมอนบรรจุแพ็ก ควรตรวจดูว่าบรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ ไม่มีรอยรั่วหรือความเสียหาย

ดังนั้น หากเจอแซลมอนสีส้มสวยมาก แต่กลิ่นหรือสภาพโดยรวมผิดปกติ ก็ไม่ควรเลือกเพียงเพราะสีสวย

แซลมอนเลี้ยงกับแซลมอนธรรมชาติ สีเหมือนกันหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

อาหารของปลาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสีของเนื้อแซลมอน โดยเฉพาะปริมาณของสารสีจากอาหาร

ในระบบการเลี้ยงแซลมอน ผู้เลี้ยงสามารถควบคุมสูตรอาหารและสารอาหารที่ปลาได้รับได้ ดังนั้นสีของแซลมอนเลี้ยงจึงสามารถแตกต่างจากแซลมอนธรรมชาติได้

จึงไม่ควรใช้หลักง่าย ๆ ว่า

“สีเข้ม = ธรรมชาติ”

หรือ

“สีอ่อน = เลี้ยง”

เพราะสีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกแหล่งที่มาของปลาได้อย่างแม่นยำ

หากต้องการรู้ว่าเป็นแซลมอนจากแหล่งใด ควรดูข้อมูลบนฉลากและแหล่งผลิตมากกว่า

สีของเนื้อแซลมอนเกี่ยวข้องกับอาหารที่ปลาได้รับ

นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

แอสตาแซนธินที่เกี่ยวข้องกับสีของแซลมอนมาจากอาหารที่ปลาได้รับ เมื่อปลาได้รับอาหารที่มีสารสีดังกล่าว สารนี้สามารถสะสมในเนื้อเยื่อและส่งผลต่อสีของเนื้อปลา

ดังนั้น สีที่เราเห็นบนจานจึงเป็นเหมือนผลลัพธ์หนึ่งจาก อาหารและชีววิทยาของปลา

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมแซลมอนแต่ละชนิดจึงอาจมีสีแตกต่างกัน แม้จะเป็นปลาในกลุ่มเดียวกันก็ตาม

ถ้าจะเลือกแซลมอนเพื่อสุขภาพ ควรดูอะไรแทนสี?

หากต้องการเลือกแซลมอนเพื่อรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสุขภาพ แนะนำให้ดูหลายองค์ประกอบร่วมกัน

1. ดูชนิดและแหล่งที่มา

อ่านฉลากว่าเป็นแซลมอนชนิดใด มาจากแหล่งใด และผ่านกระบวนการอะไรมาแล้ว

2. ดูส่วนประกอบ

หากเป็นแซลมอนปรุงรสหรือแปรรูป ควรดูปริมาณโซเดียมและส่วนผสมอื่น ๆ ด้วย

3. ดูสภาพของเนื้อปลา

อย่าดูเฉพาะสี แต่ให้ดูเนื้อสัมผัส กลิ่น และลักษณะโดยรวม

4. ดูวิธีปรุง

แซลมอนสามารถเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่การนำไปทอดในน้ำมันมาก หรือเติมซอสที่มีน้ำตาลและโซเดียมสูง ก็สามารถเพิ่มพลังงานและโซเดียมให้กับมื้ออาหารได้

5. ดูอาหารทั้งมื้อ

แทนที่จะให้แซลมอนเป็นอาหารเพียงอย่างเดียว ลองรับประทานร่วมกับผัก ธัญพืช หรืออาหารที่มีใยอาหาร เพื่อให้มื้ออาหารมีความหลากหลายมากขึ้น

แซลมอนสีอ่อนกินได้หรือไม่?

กินได้ หากปลาอยู่ในสภาพดีและได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม

สีอ่อนกว่าไม่ได้หมายความว่าปลาเสียหรือมีคุณค่าทางอาหารต่ำกว่าโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่ควรระวังคือ การเปลี่ยนแปลงของสีที่เกิดขึ้นร่วมกับกลิ่นผิดปกติ เนื้อเละ หรือสภาพที่ดูไม่เหมาะสม

ดังนั้น อย่าตัดสินปลาเพียงจากคำว่า “สีไม่สวย”

สิ่งที่ควรระวังมากกว่าความเข้มของสี

สำหรับคนที่ซื้อแซลมอนมารับประทาน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการไล่หาปลาที่สีส้มที่สุด ได้แก่

ความสดและการเก็บรักษา

แหล่งที่มาและฉลาก

ปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์แปรรูป

วิธีปรุงอาหาร

ปริมาณที่รับประทาน

เพราะทั้งหมดนี้มีผลต่อคุณภาพของมื้ออาหารมากกว่าการดูว่าเนื้อปลาส้มเข้มหรืออ่อนเพียงอย่างเดียว

สรุป แซลมอนยิ่งสีส้มยิ่งมีประโยชน์จริงไหม?

คำตอบคือ ไม่ควรใช้ความเข้มของสีเป็นตัวตัดสินคุณค่าทางอาหารทั้งหมด

สีส้มอมแดงของแซลมอนมีความเกี่ยวข้องกับแอสตาแซนธิน ซึ่งได้รับจากอาหารของปลา และระดับสีสามารถแตกต่างกันได้ตามชนิดของปลา อาหาร และสภาพแวดล้อม

ดังนั้น แซลมอนสีส้มเข้มไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าแซลมอนสีอ่อนในทุกด้าน

หากต้องการเลือกแซลมอนเพื่อสุขภาพ สิ่งสำคัญกว่าการเลือกจากสีคือ ดูความสด แหล่งที่มา ฉลาก การเก็บรักษา และวิธีปรุงอาหาร

เพราะการกินแซลมอนให้ได้ประโยชน์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อปลาต้อง “ส้มที่สุด” แต่ขึ้นอยู่กับ คุณภาพของอาหารและภาพรวมของมื้อที่เรารับประทาน

อ่านเพิ่มเติม แซลมอนแช่แข็งไม่ได้แปลว่า “คุณค่าน้อยกว่า” รู้สิ่งที่เปลี่ยนและไม่เปลี่ยนหลังแช่แข็ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล