หนังรอบเล็บฉีกง่าย เกิดจากอะไร? รู้จักสาเหตุและสัญญาณสุขภาพที่ควรสังเกต
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
หนังรอบเล็บฉีกง่าย เกิดจากอะไร? รู้จักสาเหตุและสัญญาณสุขภาพที่ควรสังเกต
เคยไหม? แค่ล้างมือ เช็ดมือ หรือเผลอไปเกี่ยวอะไรเล็กน้อย หนังบริเวณข้างเล็บก็ฉีกจนเจ็บ บางครั้งมีเลือดออกหรือกลายเป็นแผลอักเสบตามมา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ หรือเกิดจากผิวแห้งเท่านั้น
แต่จริง ๆ แล้ว หนังรอบเล็บฉีกง่ายมีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้ผิวแห้ง การสัมผัสน้ำและสารเคมี ไปจนถึงการทำเล็บและการอักเสบของผิวรอบเล็บ
ที่สำคัญคือ อาการนี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหรือขาดวิตามินเสมอไป การดูว่าหนังฉีกง่ายแค่ไหน มีอาการเจ็บ บวม แดง หรือมีหนองร่วมด้วยหรือไม่ จะช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้ดีขึ้น
หนังรอบเล็บที่ฉีกออกมา เรียกว่าอะไร?
สิ่งที่หลายคนเรียกว่า “หนังข้างเล็บ” หรือ “หนังฉีกข้างเล็บ” มักเป็นชิ้นส่วนของผิวหนังบริเวณรอบเล็บที่แห้ง แตก และแยกออกจากผิว
ในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า Hangnail
สิ่งสำคัญคือมันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเล็บโดยตรง แต่เป็นผิวหนังรอบ ๆ เล็บที่เกิดการฉีกขาด
แม้จะเป็นแผลเล็ก ๆ แต่บริเวณนี้มีโอกาสเจ็บและติดเชื้อได้ เพราะอยู่ใกล้กับมือที่ต้องสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน
1. ผิวแห้ง เป็นสาเหตุใกล้ตัวที่พบได้บ่อย
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ ผิวบริเวณรอบเล็บขาดความชุ่มชื้น
การล้างมือบ่อย การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด รวมถึงสภาพอากาศที่แห้ง สามารถทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เมื่อผิวแห้งมากขึ้นก็อาจเกิดการแตกและฉีกได้ง่าย
คนที่ต้องล้างมือหรือสัมผัสน้ำบ่อย ๆ จึงอาจพบปัญหานี้ได้มากกว่าปกติ
วิธีดูแลง่าย ๆ: หลังล้างมือควรซับให้แห้งและทามอยส์เจอไรเซอร์บริเวณมือ รวมถึงรอบเล็บเป็นประจำ
2. สบู่และสารเคมีอาจทำให้ผิวรอบเล็บระคายเคือง
นอกจากน้ำแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่มือสัมผัสเป็นประจำก็มีส่วนทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองได้ เช่น
- น้ำยาล้างจาน
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน
- สบู่
- แอลกอฮอล์ล้างมือ
- ผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ใช้ในการทำเล็บ
หากสังเกตว่าหนังรอบเล็บแห้ง ลอก หรือฉีกบ่อยในช่วงที่ต้องสัมผัสผลิตภัณฑ์เหล่านี้มากขึ้น อาจลองลดการสัมผัสโดยตรงและดูแลความชุ่มชื้นของผิวให้มากขึ้น
3. การแกะ กัด หรือตัดหนังรอบเล็บมากเกินไป
พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว เช่น แกะหนังข้างเล็บ กัดเล็บ ดึงหนังที่กำลังลอก หรือใช้กรรไกรตัดหนังลึกเกินไป สามารถทำให้เกิดบาดแผลได้
เมื่อผิวได้รับความเสียหายซ้ำ ๆ บริเวณเดิมก็อาจฉีกง่ายและเกิดการอักเสบได้
หากมีหนังที่ยื่นออกมา ไม่ควรดึงออกด้วยมือ เพราะอาจทำให้แผลฉีกลึกกว่าเดิม
4. การทำเล็บก็มีส่วนได้ หากดูแลผิวรอบเล็บไม่เหมาะสม
คนที่ทำเล็บเป็นประจำควรใส่ใจผิวรอบเล็บเป็นพิเศษ
การตัดหนังกำพร้าออกมากเกินไป การดันหนังแรง ๆ หรือการใช้อุปกรณ์ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ อาจทำให้บริเวณรอบเล็บระคายเคืองหรือเกิดแผลเล็ก ๆ
ดังนั้นการทำเล็บที่ดีไม่ใช่เพียงเลือกสีหรือรูปทรงที่สวย แต่ควรให้ความสำคัญกับ ความสะอาดของอุปกรณ์และการดูแลผิวรอบเล็บ ด้วย
5. หนังรอบเล็บฉีกง่าย อาจเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังบางชนิด
หากไม่ได้มีเพียงหนังฉีก แต่ยังพบว่า ผิวรอบเล็บแห้งมาก แดง คัน ลอก หรือเป็นซ้ำ ๆ อาจมีปัญหาผิวหนังร่วมด้วย เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบหรือผิวหนังอักเสบบริเวณมือ
กรณีนี้การทาครีมอย่างเดียวอาจช่วยได้ไม่เต็มที่ หากยังมีปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบอยู่
หากอาการเป็นเรื้อรังหรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม
6. หนังรอบเล็บฉีกแล้วบวม แดง หรือมีหนอง ต้องระวังการติดเชื้อ
จุดนี้เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการฉีกของหนังเพียงอย่างเดียว
หากหลังจากหนังรอบเล็บฉีกแล้วพบว่า
- บวม
- แดง
- ร้อน
- ปวดหรือเต้นตุบ ๆ
- มีหนอง
- กดแล้วเจ็บมากขึ้น
อาจเป็นสัญญาณของ การอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณรอบเล็บ
ไม่ควรแกะ บีบ หรือเจาะแผลด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้การอักเสบแย่ลง
7. หนังฉีกง่ายไม่ได้แปลว่า “ขาดวิตามิน” เสมอไป
นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด
เมื่อเห็นหนังข้างเล็บฉีกบ่อย บางคนอาจรีบหาซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมมากิน เพราะคิดว่าเป็นสัญญาณว่าร่างกายขาดสารอาหาร
แต่ในความเป็นจริง หนังรอบเล็บฉีกง่ายไม่ได้เป็นหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่าขาดวิตามินชนิดใด
สาเหตุที่พบได้บ่อยกว่าคือผิวแห้ง การระคายเคือง การสัมผัสสารเคมี การกัดหรือแกะหนัง และการบาดเจ็บจากการทำเล็บ
หากสงสัยว่ามีภาวะขาดสารอาหารจริง ควรพิจารณาจากอาหารที่รับประทาน สุขภาพโดยรวม และอาการอื่น ๆ ร่วมกัน
เช็กตัวเองง่าย ๆ หนังรอบเล็บฉีกเพราะอะไร?
ก่อนจะกังวลว่าเป็นโรค ลองสังเกตตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้
- ช่วงนี้ล้างมือบ่อยหรือไม่?
หากต้องล้างมือบ่อยหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเป็นประจำ ผิวรอบเล็บอาจแห้งและแตกง่ายขึ้น
- เพิ่งทำเล็บหรือตัดหนังรอบเล็บหรือไม่?
ถ้าเริ่มฉีกหลังทำเล็บ อาจเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองหรือการบาดเจ็บบริเวณนั้น
- มีนิสัยกัดหรือแกะหนังหรือไม่?
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดบาดแผลเล็ก ๆ และทำให้หนังฉีกซ้ำได้
- ผิวมือแห้งมากหรือเปล่า?
หากมือแห้ง ลอก และเป็นขุยร่วมด้วย การเพิ่มความชุ่มชื้นอาจช่วยลดปัญหาได้
- มีอาการบวม แดง หรือมีหนองหรือไม่?
หากมีอาการเหล่านี้ ต้องระวังการติดเชื้อและควรประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ
หนังรอบเล็บฉีกแล้วควรทำอย่างไร?
หากเป็นเพียงหนังชิ้นเล็ก ๆ ที่ฉีกออกมาและยังไม่มีสัญญาณติดเชื้อ สามารถดูแลเบื้องต้นได้
อย่าดึงหนังออกด้วยมือ
หากมีส่วนของหนังที่ยื่นออกมาและรำคาญ ควรใช้กรรไกรหรือคีมตัดเล็บที่สะอาดตัดเฉพาะส่วนที่หลุดออกอย่างระมัดระวัง ไม่ควรตัดลึกเข้าไปในผิวที่ยังติดอยู่
จากนั้นรักษาความสะอาดและทามอยส์เจอไรเซอร์บริเวณรอบเล็บเพื่อลดความแห้ง
5 วิธีป้องกันหนังรอบเล็บฉีกง่าย
1. ทาครีมหลังล้างมือ
อย่าดูแลเฉพาะเล็บ แต่ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ทั่วมือและบริเวณรอบเล็บด้วย
2. ใส่ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสสารทำความสะอาด
โดยเฉพาะเวลาล้างจานหรือทำความสะอาดบ้านเป็นเวลานาน
3. เลิกแกะหนังข้างเล็บ
หากเห็นหนังลอก อย่าดึง เพราะอาจทำให้เกิดแผลลึกกว่าเดิม
4. อย่าตัดหนังกำพร้าลึกเกินไป
การดูแลเล็บควรหลีกเลี่ยงการทำให้ผิวรอบเล็บได้รับบาดเจ็บ
5. ดูแลเล็บและมืออย่างสม่ำเสมอ
เล็บที่แข็งแรงควรดูแลควบคู่กับผิวหนังรอบเล็บ เพราะทั้งสองส่วนมีความเกี่ยวข้องกันในการปกป้องปลายนิ้ว
หนังรอบเล็บฉีกแบบไหนควรพบแพทย์?
หนังฉีกเล็ก ๆ ครั้งคราวอาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่ควรพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น
หนังรอบเล็บบวม แดง ร้อน และปวดมากขึ้น
มีหนองหรือของเหลวไหลออกจากบริเวณรอบเล็บ
แผลไม่ดีขึ้นหรือเป็นซ้ำบ่อย
เล็บเริ่มเปลี่ยนสี รูปร่าง หรือแยกออกจากผิว
มีผื่น คัน หรือลอกบริเวณมือและรอบเล็บอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ควรใส่ใจกับแผลบริเวณมือและเล็บเป็นพิเศษ และปรึกษาแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ
สรุป: หนังรอบเล็บฉีกง่าย อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นโรค
หนังรอบเล็บฉีกง่ายส่วนใหญ่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายกำลังมีโรคร้าย สาเหตุใกล้ตัวอย่างผิวแห้ง การล้างมือบ่อย การสัมผัสสารเคมี การกัดหรือแกะหนัง รวมถึงการทำเล็บ ล้วนเป็นปัจจัยที่พบได้
สิ่งที่ควรสังเกตมากกว่าการฉีกของหนังเพียงอย่างเดียวคือ มีอาการบวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือการเปลี่ยนแปลงของเล็บร่วมด้วยหรือไม่
เพราะหนังที่ฉีกอาจเป็นแผลเล็ก ๆ แต่ถ้าดูแลไม่ถูกวิธี ก็สามารถนำไปสู่การอักเสบหรือติดเชื้อได้
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่เห็นหนังข้างเล็บฉีก อย่าเพิ่งดึงออกทันที ลองหยุดสังเกตสักนิดว่าเกิดจากผิวแห้ง พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ หรือมีสัญญาณผิดปกติอื่นร่วมด้วยหรือไม่ การรู้สาเหตุและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้มือและเล็บสุขภาพดีได้ในระยะยาวค่ะ
อ่านเพิ่มเติม เล็บเหลืองเกิดจากอะไรบ้าง? แบบไหนไม่อันตราย และแบบไหนควรตรวจ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
