ทำไมผักแช่แข็งบางชนิดยังมีคุณค่าทางอาหารดี? รู้จักหลักการถนอมอาหารด้วยความเย็น

ทำไมผักแช่แข็งบางชนิดยังมีคุณค่าทางอาหารดี? รู้จักหลักการถนอมอาหารด้วยความเย็น

ทำไมผักแช่แข็งบางชนิดยังมีคุณค่าทางอาหารดี? รู้จักหลักการถนอมอาหารด้วยความเย็น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนอาจคิดว่า ผักแช่แข็งต้องมีคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าผักสด เพราะผ่านกระบวนการแปรรูปและถูกเก็บไว้ในช่องแช่แข็งเป็นเวลานาน แต่ในความเป็นจริง การแช่แข็งไม่ได้ทำให้สารอาหารในผักหายไปทั้งหมด และผักแช่แข็งบางชนิดยังสามารถคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ค่อนข้างดี

เหตุผลสำคัญอยู่ที่ อุณหภูมิต่ำช่วยชะลอปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่ทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพ รวมถึงช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และกระบวนการทางเอนไซม์บางอย่าง เมื่อผักถูกแช่แข็งและเก็บรักษาอย่างเหมาะสม จึงสามารถช่วยยืดอายุการเก็บและรักษาคุณภาพของผักไว้ได้นานขึ้น

การแช่แข็งช่วยรักษาคุณค่าของผักได้อย่างไร?

หลังจากผักถูกเก็บเกี่ยวแล้ว กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ของพืชยังคงเกิดขึ้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ การทำงานของเอนไซม์ และการเสื่อมสภาพของสารอาหารบางชนิด

การลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วช่วยชะลอกระบวนการเหล่านี้ ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นช้าลงมากเมื่อเทียบกับการเก็บผักไว้ในสภาพอุณหภูมิสูงกว่า

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการแช่แข็งจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ “ทำให้อาหารเย็น” แต่เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้ ชะลอการเสื่อมคุณภาพของอาหาร

ผักแช่แข็งไม่ได้หมายความว่าสารอาหารจะหายไปหมด

สารอาหารแต่ละชนิดมีความคงตัวแตกต่างกัน บางชนิดไวต่อความร้อน ออกซิเจน แสง หรือระยะเวลาการเก็บรักษามากกว่าสารอาหารชนิดอื่น

ดังนั้น การแช่แข็งอาจทำให้สารอาหารบางชนิดเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสารอาหารทั้งหมดจะถูกทำลาย

โดยเฉพาะสารอาหารอย่าง ใยอาหาร โปรตีน และแร่ธาตุหลายชนิด ไม่ได้หายไปเพียงเพราะอาหารถูกแช่แข็ง

ส่วนวิตามินบางชนิดอาจได้รับผลกระทบจากกระบวนการก่อนแช่แข็ง เช่น การล้าง การหั่น หรือการลวก รวมถึงระยะเวลาและอุณหภูมิในการเก็บรักษา

ขั้นตอน “ลวกก่อนแช่แข็ง” มีความสำคัญกว่าที่คิด

ผักแช่แข็งเชิงพาณิชย์หลายชนิดมักผ่านกระบวนการ ลวกในน้ำร้อนหรือไอน้ำช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนนำไปแช่แข็ง

หลายคนอาจคิดว่าขั้นตอนนี้ทำให้สารอาหารหายไป แต่จริง ๆ แล้วการลวกมีวัตถุประสงค์สำคัญในการช่วยยับยั้งเอนไซม์บางชนิดที่ยังคงทำงานอยู่ในผักหลังการเก็บเกี่ยว

หากปล่อยให้เอนไซม์เหล่านี้ทำงานต่อไป อาจส่งผลต่อสี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณภาพของผักระหว่างการเก็บรักษา

ดังนั้น การลวกก่อนแช่แข็งจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ช่วยให้ผักสามารถรักษาคุณภาพระหว่างการเก็บรักษาได้ดีขึ้น แม้กระบวนการนี้อาจทำให้วิตามินที่ละลายน้ำได้บางส่วนสูญเสียไปก็ตาม

แล้วทำไมผักแช่แข็งบางชนิดจึงยังมีคุณค่าทางอาหารดี?

สิ่งสำคัญคือ ช่วงเวลาตั้งแต่เก็บเกี่ยวจนถึงการแช่แข็ง

ผักที่นำไปแช่แข็งหลังการเก็บเกี่ยวในระยะเวลาไม่นาน สามารถลดช่วงเวลาที่ผักต้องเผชิญกับอุณหภูมิ แสง ออกซิเจน และกระบวนการเสื่อมสภาพต่าง ๆ ได้

ในทางกลับกัน ผักสดที่ต้องผ่านการขนส่งและเก็บรักษาเป็นเวลาหลายวันก่อนถึงมือผู้บริโภค ก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารอาหารบางชนิดระหว่างทางได้เช่นกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า “สด” ไม่ได้หมายความว่าจะมีสารอาหารมากกว่า “แช่แข็ง” ในทุกกรณี

คุณค่าทางอาหารของผักจึงควรพิจารณาร่วมกับวิธีเก็บเกี่ยว การขนส่ง ระยะเวลาการเก็บ และวิธีการปรุงอาหารด้วย

ผักชนิดไหนเหมาะกับการแช่แข็ง?

ผักหลายชนิดสามารถนำมาแช่แข็งได้ เช่น

  • บรอกโคลี

  • แครอต

  • ถั่วลันเตา

  • ข้าวโพด

  • ผักโขม

  • ถั่วแขก

  • ดอกกะหล่ำ

อย่างไรก็ตาม คุณภาพหลังการแช่แข็งอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของผัก เนื่องจากผักแต่ละชนิดมีปริมาณน้ำ โครงสร้างเซลล์ และองค์ประกอบทางโภชนาการแตกต่างกัน

ผักที่มีโครงสร้างเหมาะสมกับการแช่แข็ง เมื่อผ่านกระบวนการที่ถูกต้องจึงสามารถรักษาสี รสชาติ และคุณค่าทางอาหารได้ค่อนข้างดี

ผักสดกับผักแช่แข็ง แบบไหนมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า?

คำตอบไม่ได้มีเพียงว่า “สด” หรือ “แช่แข็ง” อย่างใดอย่างหนึ่ง

หากเป็นผักสดที่เพิ่งเก็บเกี่ยวและนำมารับประทานในเวลาไม่นาน ก็เป็นแหล่งสารอาหารที่ดีเช่นกัน แต่หากเป็นผักที่ต้องขนส่งและเก็บไว้นานก่อนรับประทาน ผักแช่แข็งที่ผ่านกระบวนการอย่างเหมาะสมก็สามารถเป็นทางเลือกที่ดีได้

นอกจากนี้ วิธีปรุงอาหารก็มีผลต่อสารอาหารเช่นกัน การต้มผักในน้ำปริมาณมากเป็นเวลานานอาจทำให้วิตามินที่ละลายน้ำได้สูญเสียออกไปกับน้ำปรุงอาหาร ดังนั้นจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะขั้นตอนการแช่แข็งเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรดูเมื่อเลือกซื้อผักแช่แข็ง

การเลือกผักแช่แข็งควรดูที่ ส่วนประกอบและฉลากโภชนาการ มากกว่าดูเพียงคำว่า “แช่แข็ง”

หากต้องการรับประทานผักเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก และระวังผลิตภัณฑ์ที่เติมซอส เนย น้ำตาล หรือโซเดียมในปริมาณสูง

ตัวอย่างเช่น “บรอกโคลีแช่แข็ง” กับ “บรอกโคลีผัดซอสพร้อมรับประทานแช่แข็ง” แม้จะอยู่ในช่องแช่แข็งเหมือนกัน แต่คุณค่าทางโภชนาการโดยรวมอาจแตกต่างกันมาก

การเก็บรักษาก็สำคัญไม่แพ้กระบวนการแช่แข็ง

แม้ผักจะถูกแช่แข็งมาอย่างเหมาะสม แต่หากระหว่างการขนส่งหรือเก็บรักษามีการละลายและนำกลับไปแช่แข็งซ้ำ คุณภาพของอาหารอาจเปลี่ยนแปลงได้

ดังนั้น ควรเก็บผักแช่แข็งตามอุณหภูมิที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ผักละลายเป็นเวลานาน

การรักษาอุณหภูมิให้คงที่จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยรักษาคุณภาพของอาหารแช่แข็งให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมมากที่สุด

สรุป: ผักแช่แข็งไม่ได้แปลว่าคุณค่าทางอาหารน้อยกว่าผักสดเสมอไป

ผักแช่แข็งบางชนิดยังคงคุณค่าทางอาหารได้ดี เพราะการลดอุณหภูมิช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมคุณภาพของอาหาร และการแช่แข็งอย่างรวดเร็วหลังการเก็บเกี่ยวสามารถช่วยรักษาคุณภาพของผักไว้ได้

อย่างไรก็ตาม กระบวนการก่อนแช่แข็ง เช่น การลวก ระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บรักษา วิธีขนส่ง รวมถึงวิธีปรุงอาหาร ล้วนมีผลต่อคุณค่าทางโภชนาการ

ดังนั้น หากต้องเลือกระหว่างผักสดกับผักแช่แข็ง ไม่จำเป็นต้องมองว่าผักแช่แข็งเป็นตัวเลือกที่ด้อยกว่าเสมอไป ผักแช่แข็งที่ผ่านกระบวนการอย่างเหมาะสมและไม่มีส่วนผสมเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น ก็สามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเพิ่มผักในมื้ออาหารได้

อ่านเพิ่มเติม ทำไมควรเอา "มะนาว" ใส่ตู้เย็นช่องฟรีซ เคล็ดลับบ้านๆ ที่สายเข้าครัวเสียดายที่เพิ่งรู้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล