กิน "กล้วย" ทุกวันช่วยลดความดันไหม? ผลไม้ใกล้ตัวที่มีประโยชน์กว่าที่คิด

กิน "กล้วย" ทุกวันช่วยลดความดันไหม? ผลไม้ใกล้ตัวที่มีประโยชน์กว่าที่คิด

กิน "กล้วย" ทุกวันช่วยลดความดันไหม? ผลไม้ใกล้ตัวที่มีประโยชน์กว่าที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การกิน “กล้วย” ช่วยดูแลความดันโลหิตได้ เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยควบคุมสมดุลโซเดียมและของเหลวในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูง ควรกินกล้วยควบคู่กับการลดเค็มและดูแลอาหารโดยรวม

3 เหตุผลที่กล้วยอาจช่วยดูแลความดันโลหิต

1. ช่วยให้ร่างกายขับโซเดียม

การกินโซเดียมมากเกินไปเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ขณะที่โพแทสเซียมมีส่วนช่วยให้ไตขับโซเดียมออกจากร่างกาย จึงช่วยรักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย

ดังนั้น การเพิ่มอาหารที่มีโพแทสเซียม เช่น กล้วย เข้าไปในมื้ออาหาร จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการดูแลความดันโลหิตควบคู่กับการลดอาหารเค็ม

2. ช่วยให้หลอดเลือดผ่อนคลาย

โพแทสเซียมมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของโซเดียมในร่างกาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดผ่อนคลายมากขึ้น เลือดก็สามารถไหลเวียนได้สะดวกขึ้น และอาจช่วยลดแรงดันที่เกิดขึ้นภายในหลอดเลือด

กล้วยยังมีสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด เช่น คาเทชิน ซึ่งอาจมีส่วนช่วยลดความเครียดออกซิเดชันและการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณหลอดเลือดได้

3. มีใยอาหารที่ดีต่อลำไส้

กล้วยขนาดกลาง 1 ผล มีใยอาหารประมาณ 3 กรัม ซึ่งนอกจากช่วยเรื่องระบบขับถ่ายแล้ว ยังเป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ได้ด้วย โดยเฉพาะกล้วยที่ยังไม่สุกเต็มที่ซึ่งมีแป้งทนการย่อย หรือ Resistant Starch

งานวิจัยในช่วงหลังเริ่มพบความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของลำไส้กับความดันโลหิต ดังนั้นการกินอาหารที่มีใยอาหารและช่วยสนับสนุนจุลินทรีย์ในลำไส้จึงอาจเป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม

กินกล้วยทุกวันได้ไหม?

สำหรับคนสุขภาพดีทั่วไป การกินกล้วยวันละ 1 ผลถือว่าทำได้ และเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มโพแทสเซียม ใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความว่าการกินกล้วยเพียงอย่างเดียวจะสามารถรักษาความดันโลหิตสูงได้

หากต้องการควบคุมความดัน ควรกินอาหารให้หลากหลาย ลดอาหารเค็ม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมด้วย

ใครบ้างที่ไม่ควรกินกล้วยมากเกินไป?

แม้กล้วยจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่คนบางกลุ่มอาจต้องระวังการกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต เพราะไตอาจขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้ไม่ดี ทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไปและส่งผลต่อหัวใจและกล้ามเนื้อได้

ผู้ที่เป็นเบาหวานก็ควรคำนึงถึงปริมาณกล้วยที่กิน เพราะกล้วยมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลตามธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นได้ การกินคู่กับอาหารที่มีโปรตีนหรือไขมัน เช่น ถั่ว หรือเนยถั่ว อาจช่วยให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารเปลี่ยนแปลงช้าลง

นอกจากนี้ ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดที่อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้น เช่น ยากลุ่ม ACE inhibitors, ARBs หรือยาขับปัสสาวะบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงเป็นประจำ

นอกจากกล้วย มีผลไม้อะไรช่วยดูแลความดันอีก?

กล้วยไม่ใช่ผลไม้ชนิดเดียวที่เหมาะกับการดูแลความดันโลหิต ยังมีผลไม้อีกหลายชนิดที่มีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหลอดเลือด

  • ทับทิม มีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล ซึ่งมีงานวิจัยศึกษาความสัมพันธ์กับการลดความดันโลหิต
  • กีวี มีวิตามินซีและสารอาหารหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว
  • ส้ม มีวิตามินซี ใยอาหาร และโพแทสเซียม เหมาะสำหรับกินเป็นผลไม้ระหว่างวัน
  • เบอร์รี มีสารประกอบจากพืช วิตามิน และแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพของหลอดเลือด

กล้วย เป็นหนึ่งในผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลความดันโลหิต เพราะมีโพแทสเซียม ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของหลอดเลือดและสมดุลโซเดียมในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม การกินกล้วยไม่ใช่การรักษาความดันโลหิตสูง และควรดูแลเรื่องอาหารโดยรวมร่วมด้วย โดยเฉพาะการลดเค็ม หากมีโรคไต เป็นเบาหวาน หรือใช้ยาที่มีผลต่อระดับโพแทสเซียม ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรกินกล้วยในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล