ไม่กิน "ผัก-ผลไม้ เลย ร่างกายเสี่ยงโรคหรือไม่

ไม่กิน "ผัก-ผลไม้ เลย ร่างกายเสี่ยงโรคหรือไม่

ไม่กิน "ผัก-ผลไม้ เลย ร่างกายเสี่ยงโรคหรือไม่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คุณหรือคนรอบข้างคุณอาจเป็นคนที่ไม่เคยกินผักเลย เมนูอาหารทุกอย่างสั่งไม่ใส่ผัก หรือถ้าเจอผักในจานก็จะเขี่ยออกทันที รวมถึงบางคนที่ไม่กินผลไม้ด้วย แล้วที่ว่าผักผลไม้เป็นแหล่งอาหาร 2 ใน 5 หมู่ที่สำคัญต่อร่างกายอย่างเกลือแร่ แร่ธาตุ วิตามินต่างๆ รวมถึงกากใยอาหาร หากไม่กินผักเลย ร่างกายจะได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่

ไม่กิน "ผัก-ผลไม้ เลย ร่างกายเสี่ยงโรคหรือไม่

  1. เสี่ยงโรคเรื้อรัง

จากผลการสำรวจขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO และ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention) หรือ CDC เผยว่าหนึ่งในปัจจัยหลักของผู้เสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังอย่างมะเร็ง เบาหวาน หัวใจ โรคหลอดเลือดและสมอง เป็นต้น มีสาเหตุมาจากการไม่รับประทานผักและผลไม้

ผักและผลไม้ เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกาย ตลอดจนมีสารต้านอนุมูลอิสระ สารไฟโตนิวเทรียนท์ และสารประกอบสำคัญที่พบได้จากการกินผักและผลไม้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรัง ทั้งการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดที่จะนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ หรือช่วยลดความเสี่ยงของการสร้างเซลล์มะเร็งในร่างกายที่จะนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งชนิดต่างๆ เป็นต้น

  1. เสี่ยงต่อการทำงานของระบบลำไส้ผิดปกติ

ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายจะทำงานได้ดีต้องมีตัวช่วยจากกากใยอาหาร หรือไฟเบอร์ จากผักผลไม้ หากไม่ชอบกินผักหรือผลไม้ อาจเสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์อย่างไม่เพียงพอ เพราะไม่มีไฟเบอร์ไปช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้และช่วยในการย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย อาจทำให้เสี่ยงอาการท้องผูก ริดสีดวง หรืออาจเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

  1. เสี่ยงภาวะขาดสารอาหาร

ในผักและผลไม้ต่างมีสารอาหารที่ไม่พบ หรือพบได้น้อยมากในอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เช่น วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่พบได้ใน ผักและผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม หรือโซเดียม ดังนั้นหากใครไม่กินผักและผลไม้เลยแม้แต่น้อย ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดสารอาหารจำพวกเกลือแร่ และวิตามินได้ ซึ่งอาจนำไปสู่สาเหตุของโรคต่างๆ เช่น เลือดออกตามไรฟันจากการขาดวิตามินซี โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โรคคอพอกจากการขาดสารไอโอดีน เป็นต้น

  1. น้ำหนักขึ้นง่าย

หากเป็นคนที่ไม่กินผักผลไม้เลย และเป็นคนที่ชอบกินคาร์โบไฮเดรตและไขมันจากสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ ก็อาจทำให้เป็นคนที่น้ำหนักขึ้นง่าย อ้วนง่าย เพราะไม่มีกากใยอาหารจากผักและผลไม้เข้าไปช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง ทำให้กินแป้ง น้ำตาล และไขมันอย่างเต็มที่ นอกจากจะเพิ่มไขมันในร่างกายแล้ว ก็ยังเสี่ยงที่จะให้แคลอรีพุ่งสูงเกินพิกัดอีกด้วย

  1. เสี่ยงมีปัญหาทางสายตา

ผักและผลไม้ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสายตา อย่างสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มของ ลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งมีฤทธิ์ป้องกันความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพที่จอประสาทตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก ทั้งยังมีส่วนช่วยในการมองเห็นที่ดีอีกด้วย

  1. เสี่ยงซึมเศร้า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าอาหารการกินก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตด้วยเหมือนกัน เพราะสารอาหารใน ผักและผลไม้มีผลต่อการกระตุ้นการผลิตสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมความเครียด ช่วยลดอาการหวาดวิตกกังวลได้

อาหารเสริมช่วยทดแทนได้หรือไม่

คงต้องบอกว่าสามารถทดแทนได้บ้างบางส่วน แต่ก็ยังไม่ใช่แหล่งของแร่ธาตุและวิตามินที่ดีต่อร่างกายมากนัก เพราะขาดกากใยอาหารที่ดีต่อลำไส้ และการจะกินวิตามินรวมที่พอดีและเหมาะสมต่อร่างกายอาจเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้การกินอาหารเสริมติดต่อกันนานเกินไป ยังอาจเป็นอันตรายต่อตับ หรือส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะเลือดไม่แข็งตัว เวลามีบาดแผลเลือดจะไหลออกง่ายและหยุดไหลได้ยากกว่าเดิมได้ด้วย

วิธีพยายามกินผักผลไม้ แม้ว่าจะไม่ชอบรสชาติ

การพยายามกินผักผลไม้ให้ได้บ้างเป็นเรื่องที่ควรทำและแนะนำเป็นอย่างมาก แต่หากรู้สึกเป็นการกล้ำกลืนฝืนทนมากๆ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดู อาจทำให้ชอบกินผักผลไม้ได้มากขึ้น

  1. ลองมองหาผักหรือผลไม้ที่มีรสชาติที่เราพอกินได้อยู่บ้าง และลองกินผักหรือผลไม้ชนิดนั้นเพิ่มขึ้น โดยค่อยๆ เพิ่มปริมาณที่กินมากขึ้นทีละนิดๆ ในทุกๆ วัน อย่างช้าๆ
  2. ถ้าไม่ชอบกลิ่นหรือรสชาติตอนมันยังดิบอยู่ ลองนำไปทำให้สุกก่อน หรือนำไปปรุงอาหารในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ผัด ทอด ย่าง
  3. สำหรับผลไม้ อาจนำมากินร่วมกับขนมหวานชนิดอื่นๆ
  4. ลองนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนกิน กินร่วมกับเนื้อสัตว์หรืออาหารอื่นๆ ที่ชอบ
  5. หากไม่ชอบเนื้อสัมผัส อาจลองปั่นเป็นสมูทตี้ได้ แต่ไม่กินแบบคั้นแยกกาก ควรกินแบบปั่นแล้วกินพร้อมกากไปเลย มิฉะนั้นเราจะได้รับแต่น้ำตาลล้วนๆ ไม่ได้รับกากใยอาหารเลย
  6. ลองผลักดันตัวเองค่อยๆ กินบางมื้อก่อน ยังไม่ต้องกินทุกมื้อ เมื่อเริ่มคุ้นชินรสชาติจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณและจำนวนมื้อมากขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook