5 สาเหตุที่ทำให้ "ลดน้ำหนัก" ไม่สำเร็จเสียที

5 สาเหตุที่ทำให้ "ลดน้ำหนัก" ไม่สำเร็จเสียที

สูตรลดน้ำหนักของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันในรายละเอียด แต่จริงๆ แล้วไอเดียหลักๆ ก็มาจากการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หลายคนอาจไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก แม้ว่าจะทำตามเคล็ดลับต่างๆ ที่เพื่อนบอก หรืออ่านเจอมาในอินเตอร์เน็ต ใครที่คิดไม่ออกว่าทำไมตัวเองยังลดน้ำหนักไม่ได้ ลองมาเช็ก 5 สาเหตุที่อาจทำให้คุณลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จาก หมอผิง หรือ พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท จากเพจ Pleasehealth Books กัน

5 สาเหตุที่ทำให้ "ลดน้ำหนัก" ไม่สำเร็จเสียที

  1. เข้าใจว่ามีสูตรลดน้ำหนักที่ได้ผล

คนลดน้ำหนักมักมองหาสูตรในการลดน้ำหนักที่ช่วยให้น้ำหนักลดได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นสูตรการกินอาหารบางอย่าง หรืออาหารเสริมบางประเภท ในความเป็นจริงแล้ว การลดน้ำหนักไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว และสูตรส่วนใหญ่นั้น อาจได้ผลในช่วงที่ทำ แต่เมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ กินแบบเดิม น้ำหนักก็มักกลับขึ้นมาแบบเดิม

การลดน้ำหนักที่จะสำเร็จยั่งยืนได้ ไม่ใช่การทำตามสูตรที่เคร่งครัดจนอึดอัด แต่ควรเป็นการปรับไลฟ์สไตล์ในแบบที่เราสามารถทำได้ไปตลอดแบบไม่ฝืนจนเกินไป

  1. นับแคลอรี่เอาก็พอแล้ว

คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นการลดด้วยการนับแคลอรี่ และพยายามจำกัดปริมาณอาหาร โฟกัสที่ Quantity แต่ไม่สนใจ Quality ในความเป็นจริงแล้ว อาหารที่ให้พลังงานเท่ากัน ก่อให้เกิดการตอบสนองของฮอร์โมนในร่างกายต่างกัน

ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ เช่น ไข่ต้มหนึ่งฟอง ให้พลังงาน 78 กิโลแคลอรี่ พอๆ กันกับ น้ำองุ่นครึ่งถ้วย ซึ่งให้พลังงาน 76 กิโลแคลอรี่ แต่น้ำองุ่นนั้นมีปริมาณน้ำตาลอยู่ถึง 18 กรัม เมื่อดื่มเข้าไปจึงก่อให้เกิดการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังส่งสัญญาณให้ร่างกายเก็บกักไขมัน แคลอรี่ของไข่ต้มและน้ำองุ่นที่เท่ากัน จึงส่งผลต่อความอ้วนไม่เท่ากัน

การลดน้ำหนักที่ดี จึงควรต้องเข้าใจสัดส่วนของอาหาร และรู้จักเลือกกินโปรตีนดี ไขมันดี รวมถึงแป้งเชิงซ้อน

  1. เผาผลาญพลังงานเยอะๆ เดี๋ยวก็ผอมเอง

บางคนไม่ชอบการคุมอาหาร แต่พยายามจะอาศัยการออกกำลังมากๆ เพื่อชดเชย และพยายามปลุกใจตัวเองว่า “เบิร์นเยอะๆ จะได้ผอม” ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การเผาผลาญที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้น สัดส่วนหลักมาจากการเผาผลาญพื้นฐาน (60-80%) และการย่อยอาหาร (10%) มากกว่าการออกกำลัง (10-30%)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพขึ้นนะคะ ผู้หญิงหนัก 50 กิโลกรัม พยายามวิ่งด้วยสปีด 6.4 กิโลเมตรต่อชม. เป็นเวลา 60 นาที ซึ่งจัดว่าเหนื่อยเอาการ จะใช้พลังงานไปเท่ากับ 319 กิโลแคลอรี่ ในขณะที่ข้าวกะเพราไก่สายคลีนหนึ่งจานที่ทานหลังวิ่งให้พลังงาน 351 กิโลแคลอรี่

การเน้นแต่ออกกำลังโดยไม่คุมอาหารจึงไม่ใช่ทางสำเร็จของการลดน้ำหนัก

  1. ไม่เล่นกล้ามเพราะกลัวล่ำ

ต่อเนื่องจากย่อหน้าก่อน การเผาผลาญพื้นฐานที่เกิดระหว่างวันซึ่งเป็นสัดส่วนหลักนั้น คือกุญแจสำคัญของการลดน้ำหนัก ซึ่งการเผาผลาญพื้นฐานขึ้นกับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ ขนาดตัว และมวลกล้ามเนื้อ คนที่มีกล้ามเนื้อมาก จึงมีการเผาผลาญพื้นฐานมากกว่าคนไม่มีกล้ามเนื้อ การออกกำลังเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เช่น วิดพื้น สควอท รวมถึงการยกเวทต่างๆ จึงมีส่วนช่วยอย่างมากในการควบคุมน้ำหนัก

การออกกำลังสร้างกล้ามไม่ได้ทำให้ล่ำได้ง่ายๆ แต่การไม่มีกล้ามเลยจะส่งผลให้อ้วนได้ง่าย

  1. เป้าหมายคือตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนัก

ถ้าเราโฟกัสแต่ตัวเลขบนเครื่องชั่ง และดีใจกับการลดลงอย่างรวดเร็วของตัวเลขน้ำหนัก เราอาจกำลังมาผิดทาง เพราะหลายครั้งที่การลดของน้ำหนักอย่างรวดเร็วนั้น เกิดจากการลดลงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะคนที่เน้นลดน้ำหนักแบบอดอาหาร จะส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อลดลง และตัวเลขน้ำหนักลดลง แต่ผลเสียที่ตามมาด้วยก็คือ การเผาผลาญพื้นฐานที่ลดลง

การตั้งเป้าลดน้ำหนักที่ดี จึงควรประเมิน % ไขมันในร่างกาย และรอบเอวร่วมด้วย

การลดน้ำหนักไม่มีสูตรสำเร็จ แต่มีทางลดได้สำเร็จ หากเข้าใจหลักการลดอย่างถูกวิธี ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ทั้งอาหารที่กิน เวลาที่กิน การขยับร่างกาย การนอน และที่สำคัญที่สุดคือ เชื่อมั่นว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ คุณก็จะลดน้ำหนักได้สำเร็จดั่งใจหวังอย่างแท้จริง