10 วิธีสยบอาการไอให้หายปลิดทิ้งฉบับเร่งด่วน ทำง่ายๆ และได้ผลจริง

10 เคล็ดลับรักษาอาการไอด้วยตัวเอง ลดระคายเคืองคอ ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
อาการไอ ไม่ว่าจะเป็นไอแห้ง ไอแบบมีเสมหะ หรือไอเรื้อรัง ถือเป็นความน่ารำคาญใจที่คอยกวนตัวเราได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน บางครั้งไอหนักจนตัวงอ หน้าดำหน้าแดง และที่น่าลำบากใจที่สุดคือการต้องไปยืนไอในที่สาธารณะอย่างบนรถโดยสารหรือออฟฟิศ จนทำให้คนรอบข้างหันมามองค้อนด้วยความระแวง
ซึ่งต้นเหตุของอาการไอนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่ไข้หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด กรดไหลย้อน การสูบบุหรี่ ไปจนถึงมลพิษทางอากาศและผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
เพื่อช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและหยุดอาการไอกวนใจได้อย่างรวดเร็ว เราได้รวบรวมวิธีบรรเทาอาการไอที่ทำตามได้ง่ายและได้รับการยอมรับว่าเห็นผลจริงมาฝากกัน
10 วิธีสยบอาการไอ บำบัดลำคอให้กลับมาโล่งโปร่งสบาย
หากคุณกำลังเผชิญกับอาการไออย่างหนัก ลองนำ 10 แนวทางปฏิบัติตัวเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
1. ดื่มน้ำให้มากขึ้นตลอดทั้งวัน: วิธีที่เบสิกและได้ผลดีที่สุด สำหรับผู้ที่มีเสมหะเหนียวข้นเหนอะคอ น้ำจะเข้าไปช่วยเจือจางและละลายเสมหะให้ขับออกง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่มีอาการไอแห้ง น้ำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้โพรงคอ ลดการระคายเคืองของเนื้อเยื่อ
2. เน้นดื่มน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น: ในช่วงที่ไอหนักควรเลี่ยงน้ำเย็นอย่างเด็ดขาด และหันมาดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องแทน เพราะน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะและปลอบประโลมลำคอได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังสามารถชงน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาวเพื่อดื่มจิบระหว่างวันเพื่อลดอาการระคายคอได้ดี
iStockphoto
3. อาบน้ำอุ่นเพิ่มความชื้นให้ร่างกาย: การอาบน้ำอุ่นหรือการสูดดมไอน้ำอุ่นในขณะอาบน้ำ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อแล้ว ยังช่วยลดอาการคัดจมูก ทำให้น้ำมูกและเสมหะเหลวตัวลง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นหวัดและโรคภูมิแพ้
4. อมยาแก้ไอเพื่อระงับอาการระคายเคือง: อย่าปล่อยให้อาการไอหายไปเองหากมันเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน การอมยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติหรือตัวยาเฉพาะทาง จะช่วยเคลือบลำคอ ลดความไวต่อสิ่งกระตุ้น และช่วยระงับอาการไอเฉียบพลันได้ดี
5. ใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอน: สำหรับคนที่ต้องนอนห้องแอร์ อากาศที่เย็นและแห้งในช่วงกลางคืนคือตัวการชั้นดีที่ทำให้อาการไอแย่ลงและคัดจมูกมากขึ้น การเปิดเครื่องทำความชื้น (Humidifier) จะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศให้สมดุล หากหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์หรือคาโมมายล์ลงไปด้วย จะยิ่งช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสนิทตลอดคืน
6. งดการสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง: ควันบุหรี่มีสารเคมีที่สร้างความระคายเคืองต่อทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้เสมหะเหนียวข้นและไอหนักขึ้น หากคุณสูบบุหรี่ควรงดในช่วงนี้ หรือหากไม่ได้สูบ ก็ควรอยู่ห่างจากบริเวณที่มีคนสูบบุหรี่เพื่อป้องกันการสูดดมควัน
7. หลีกเลี่ยงน้ำหอมและสเปรย์ปรับอากาศ: ละอองและสารเคมีจากน้ำหอม สเปรย์ฉีดผม หรือสเปรย์ปรับอากาศในบ้าน สามารถกระตุ้นโพรงจมูกและหลอดลมให้เกิดการระคายเคือง ส่งผลให้ร่างกายผลิตเสมหะเพิ่มขึ้นและไอเรื้อรังไม่ยอมหาย
8.สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควัน: มลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นละออง PM 2.5 ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือควันจากการทำอาหาร ล้วนเป็นสิ่งเร้าที่ทำร้ายระบบทางเดินหายใจ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปในที่โล่งแจ้งจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
iStockphoto
9.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: หลายครั้งที่อาการไอเรื้อรังยาวนานเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอและไม่มีเวลาซ่อมแซมตัวเองเนื่องจากการพักผ่อนน้อย ดังนั้นเมื่อเริ่มมีอาการไอ ควรรีบเข้านอนแต่หัววันเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. เข้าพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น: หากลองปรับพฤติกรรมทุกอย่างแล้วแต่อาการไอยังคงเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 1-2 สัปดาห์ หรือมีอาการร่วมอย่างอื่น เช่น ไอมีเลือดปน มีไข้สูง หรือเจ็บหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางเดินหายใจที่ร้ายแรง
อาการไอสามารถบรรเทาและรักษาให้หายขาดได้หากเราดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอย่างจริงจัง เริ่มต้นง่ายๆ จากการจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีกำลังในการต่อสู้กับเชื้อโรคและฟื้นฟูลำคอให้กลับมาโล่งสบายได้ในเร็ววัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

