4 เหตุผลพบได้บ่อย สาเหตุ “นอนไม่หลับ”

4 เหตุผลพบได้บ่อย สาเหตุ “นอนไม่หลับ”

ไม่มีใครไม่อยากนอนไม่หลับ แม้ว่าจะอยากให้วันหนึ่งมีมากกว่า 24 ชั่วโมงเพื่อที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่าก็เดิมก็ตาม แต่สุดท้ายถึงช่วงเวลาที่อยากนอนหลับ ใครๆ ก็อยากนอนง่ายๆ สบายๆ หัวถึงหมอนก็หลับได้เลย แต่หากใครที่นอนอย่างไรก็ไม่หลับ นอนจากจะต้องทรมานกับอาการอ่อนเพลียจนทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงในระยะสั้นแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย

>> ทำไม? นอนไม่หลับ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต


4 เหตุผลพบได้บ่อย สาเหตุ “นอนไม่หลับ”

1. อายุที่มากขึ้น

หากลองสังเกตจะพบว่าในช่วงวัยเด็กเรานอนหลับกันง่ายมาก ง่วงง่าย หลับง่าย ในขณะที่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่อายุมากขึ้น จะเริ่มตื่นง่ายกว่าเดิม ตื่นเช้ามากกว่าปกติ รวมถึงนอนหลับยากขึ้นด้วย ส่งผลให้ระยะเวลาในการนอนน้อยกว่าช่วงวัยเด็ก จาก 8-10 ชั่วโมงลดเหลือ 6-8 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย นอกจากนี้ยังตื่นขึ้นมากลางดึกง่ายหากมีการรบกวนด้วยแสง เสียง หรือการลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยกว่าในช่วงวัยเด็ก เป็นต้น


2. วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

วิถีชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลถึงการนอนหลับของคุณได้เช่นกัน เช่น

  • ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนถึงเวลาเข้านอนไม่เกิน 4 ชั่วโมง บางคนอาจคิดว่าแอลกอฮอล์อาจทำให้หลับง่ายขึ้น เพราะบางคนดื่มแล้วง่วงนอน แต่ไม่ใช่กับทุกคน และไม่ใช่เรื่องดีที่จะต้องพึ่งพาแอลกอฮอล์ในการเข้านอนอีกด้วย

  • กินอาหารก่อนเข้านอนไม่เกิน 4 ชั่วโมง การเข้าทันที หรือหลังกินอาหารจนเต็มท้องไม่นาน อาจเสี่ยงกรดไหลย้อน หรือมีอาการแสบกลางอกได้ จึงทำให้นอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิทได้

  • งีบระหว่างวันมากเกินไป ในช่วงวันหยุด หลายคนอาจจะขอเวลาในช่วงกลางวันงีบหลับเพื่อพักสายตาสัก 10-15 นาที แต่บางคนก็งีบหลับไปหลายชั่วโมง นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ตอนกลางคืนไม่หลับไม่นอนเพราะตาสว่างเรียบร้อยแล้ว สาเหตุนี้อาจเกิดขึ้นได้กับวัยชราที่มักงีบหลับในตอนบ่ายได้

  • ดื่มคาเฟอีนมากเกินไป แม้ว่าแต่ละคนจะมีความทนทานต่อคาเฟอีนมากน้อยไม่เท่ากัน แต่ไม่ว่าอย่างไรการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป ส่งผลให้สมองตื่นตัวมากจนนอนไม่หลับในตอนกลางคืนได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยได้ดื่มคาเฟอีนเท่าไร มีปฏิกิริยาต่อคาเฟอีนมากกว่าคนปกติ หรือดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนในช่วงเย็นของวัน (ก่อนนอน 6 ชั่วโมง) สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เรานอนไม่หลับได้

>> 6 อาหาร และยาที่ทำให้เรา “นอนไม่หลับ”


3. ผลข้างเคียงจากการกินยารักษาโรคบางชนิด

ยาบางชนิดกินแล้วง่วง แต่ก็มียาบางชนิดกินแล้วไม่ง่วงเช่นเดียวกัน เช่น

  • ยาต้านโรคซึมเศร้า

  • กลุ่มยาลดความดันโลหิต

  • ยาแก้หวัดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ

  • ยาลดอาการบวมอักเสบ/หืดหอบ


4. อาการข้างเคียงจากโรคประจำตัว

โรคประจำตัวบางอย่างมีอาการข้างเคียงที่ส่งผลต่อการหลับนอนได้เหมือนกัน เช่น

  • วิตกกังวล หรือซึมเศร้า

  • ต่อมลูกหมากโต

  • ปวดเรื้อรัง

  • โรคเกี่ยวกับระบบประสาท

  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากความผิดปกติของการสั่งงานของสมอง สังเกตได้จากการนอนกรนเสียงดังกลางดึก อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

>> 5 สิ่งที่ไม่ควรทำก่อนนอน ถ้าไม่อยากนอนไม่หลับ


นอนอย่างไรให้หลับ

  1. งดเครื่องดื่ม และอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

  2. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

  3. ไม่งีบหลับตอนกลางวันนานเกิน 1 ชั่วโมง (หรืออาจจะไม่เกิน 30 นาที)

  4. หากยาที่รับประทานอยู่ส่งผลให้นอนไม่หลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาตัวยาใกล้เคียงแทน

  5. รักษาโรคประจำตัวให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

  6. นอนและตื่นนอนเวลาเดิมๆ ทุกวัน เพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน

  7. ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

  8. สร้างบรรยากาศในห้องนอนให้สงบเงียบ อากาศเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป

  9. ไม่เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ ก่อนนอน

  10. อาจใช้กลิ่นในการช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น ครีมอาบน้ำ โลชั่น สเปรย์ เทียนหอม กลิ่นที่ช่วยให้หลับสบาย เช่น กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ เป็นต้น

>> 8 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยแก้ปัญหา "นอนไม่หลับ"

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!