"ใหลตาย" คืออะไร? ทำไมมักเกิดกับ "ชายชาวอีสาน" เรื่องนี้ไม่ใช่อาถรรพ์!

"ใหลตาย" คืออะไร? ทำไมมักเกิดกับ "ชายชาวอีสาน" เรื่องนี้ไม่ใช่อาถรรพ์!

"ใหลตาย" คืออะไร? ทำไมมักเกิดกับ "ชายชาวอีสาน" เรื่องนี้ไม่ใช่อาถรรพ์!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขปริศนา “โรคใหลตาย” ทำไมพบในผู้ชายอีสานมากกว่ากลุ่มอื่น เกี่ยวอะไรกับหัวใจและพันธุกรรม

ภาพของคนหนุ่มที่ดูแข็งแรง เข้านอนตามปกติ แต่กลับเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันในเวลากลางคืน เคยเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้หลายชุมชนในภาคอีสาน เมื่อวิทยาการแพทย์ยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้อย่างชัดเจน ผู้คนจึงนำความเชื่อเรื่อง “ผีแม่หม้าย” หรือ “ผีปอบ” มาใช้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น

ปัจจุบันวงการแพทย์พบว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปรากฏการณ์ที่คนไทยเรียกว่า “ใหลตาย” คือความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจที่เรียกว่า กลุ่มอาการบรูกาดา หรือ Brugada Syndrome โรคนี้พบมากในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในประเทศไทยมีรายงานมากในภาคอีสานและภาคเหนือ โดยเฉพาะในผู้ชายวัยผู้ใหญ่

 

“ใหลตาย” กับ Brugada Syndrome เหมือนกันหรือไม่?

คำว่า “ใหลตาย” เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกการเสียชีวิตกะทันหันระหว่างนอนหลับ ซึ่งผู้เสียชีวิตอาจไม่มีโรคประจำตัวหรือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจที่ตรวจพบมาก่อน ในทางการแพทย์ปรากฏการณ์ลักษณะนี้อยู่ในกลุ่ม Sudden Unexplained Death Syndrome หรือ SUDS

ส่วน Brugada Syndrome เป็นโรคของระบบไฟฟ้าหัวใจที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการใหลตายในประเทศไทย แต่ทั้งสองคำไม่ควรถูกใช้แทนกันทุกกรณี เพราะการเสียชีวิตกะทันหันระหว่างหลับอาจเกิดจากโรคหัวใจหรือความผิดปกติชนิดอื่นได้เช่นกัน การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยประวัติ อาการ และผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจโดยแพทย์

โรคใหลตายเกิดจากอะไร?

หัวใจสามารถเต้นเป็นจังหวะได้จากการทำงานร่วมกันของกระแสไฟฟ้าและช่องทางเคลื่อนที่ของไอออน เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และแคลเซียม ผ่านเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ หากระบบนี้ทำงานผิดปกติ สัญญาณไฟฟ้าในหัวใจอาจไม่เสถียรและนำไปสู่ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง

ผู้ป่วย Brugada Syndrome ส่วนใหญ่มักไม่มีความผิดปกติชัดเจนของโครงสร้างหัวใจ และบางคนไม่มีอาการมาก่อน ความผิดปกติอาจปรากฏเป็นรูปแบบเฉพาะบนผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเมื่อมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้น

หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจึงอาจหมดสติหรือเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน หากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

พันธุกรรมคือคำตอบสำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะตรวจพบยีนผิดปกติ

Brugada Syndrome จัดเป็นโรคที่มีองค์ประกอบทางพันธุกรรม โดยยีนที่ได้รับการยืนยันชัดเจนที่สุดคือ SCN5A ซึ่งทำหน้าที่สร้างโปรตีนช่องโซเดียมของเซลล์หัวใจ เมื่อยีนหรือระบบควบคุมการทำงานของช่องโซเดียมผิดปกติ การนำไฟฟ้าภายในหัวใจก็อาจเสียสมดุล

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่ได้ตรวจพบความผิดปกติของ SCN5A ทุกคน งานศึกษาผู้ป่วยชาวไทยพบความแปรผันที่พบได้น้อยมากในส่วนสร้างโปรตีนของยีนนี้ประมาณ 5.6% ต่ำกว่าสัดส่วนที่พบในประชากรยุโรป จึงเชื่อว่ายังมีปัจจัยทางพันธุกรรมส่วนอื่นที่รอการค้นพบ

งานวิจัยในประชากรไทยยังพบความแปรผันในบริเวณควบคุมการทำงานของ SCN5A ซึ่งอาจช่วยอธิบายว่าเหตุใดโรคนี้จึงพบมากในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลดังกล่าวสนับสนุนบทบาทของพันธุกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้มีเชื้อสายอีสานทุกคนจะเป็นโรค

ทำไมพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง?

Brugada Syndrome พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอย่างชัดเจน แม้ทั้งสองเพศจะสามารถมีความผิดปกติทางพันธุกรรมได้เหมือนกัน งานศึกษาหลายชิ้นเสนอว่า ฮอร์โมนเพศชายและความแตกต่างของกระแสไฟฟ้าในเซลล์หัวใจอาจทำให้ลักษณะของโรคแสดงออกเด่นกว่าในผู้ชาย

ข้อมูลบางแหล่งประเมินว่าโรคนี้พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 8-10 เท่า อาการมักเริ่มปรากฏในช่วงวัยผู้ใหญ่ และเหตุการณ์หัวใจเต้นผิดจังหวะมักเกิดขณะพักหรือนอนหลับ ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานเด่นขึ้น

ดังนั้น ความเสี่ยงที่สูงกว่าในผู้ชายไม่ได้อธิบายด้วยการกินอาหารมากกว่าผู้หญิงเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาของระบบไฟฟ้าหัวใจ ฮอร์โมน และพื้นฐานทางพันธุกรรมร่วมกัน

ทำไมจึงพบมากในภาคอีสาน?

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการศึกษาโรคใหลตายมาอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานทางการแพทย์พบผู้ป่วย Brugada Syndrome จำนวนมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังพบโรคนี้ในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลุ่มอื่น เช่น ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออก

หลักฐานปัจจุบันให้น้ำหนักกับพื้นฐานทางพันธุกรรมของประชากรมากที่สุด ส่วนสภาพแวดล้อมและภาวะของร่างกายอาจทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นในผู้ที่มีความไวต่อโรคอยู่ก่อน แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า ดินในภาคอีสานหรือแร่ธาตุชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของ Brugada Syndrome

ข้อกล่าวอ้างว่า “วาเนเดียมในดิน” ทำให้ชาวอีสานสูญเสียโพแทสเซียมจนเกิดใหลตาย จึงควรนำเสนอในฐานะสมมติฐานจากการศึกษาในอดีต ไม่ใช่ข้อสรุปที่วงการแพทย์ยอมรับเป็นสาเหตุหลัก เช่นเดียวกับภาวะขาดโพแทสเซียมหรือแร่ธาตุอื่น ซึ่งอาจกระตุ้นหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ แต่ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดของโรคนี้

ข้าวเหนียวหรือคาร์โบไฮเดรตทำให้ใหลตายจริงหรือ?

ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า การกินข้าวเหนียวเป็นสาเหตุของ Brugada Syndrome โดยตรง ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานของโรคไม่ได้เป็น Brugada Syndrome เพียงเพราะรับประทานข้าวเหนียวหรืออาหารคาร์โบไฮเดรตสูง

อาหารมื้อใหญ่ โดยเฉพาะมื้อที่มีคาร์โบไฮเดรตมาก อาจเปลี่ยนสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติและระดับแร่ธาตุในเลือดชั่วคราว จึงถูกมองว่าอาจเป็นตัวกระตุ้นในผู้ที่มีความไวต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว แต่ไม่ควรนำไปสรุปว่าข้าวเหนียวเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้ชายอีสานใหลตาย

ปัจจัยใดกระตุ้นอาการของ Brugada Syndrome?

ผู้ที่มีพื้นฐานของ Brugada Syndrome อาจไม่มีอาการเป็นเวลานาน กระทั่งมีปัจจัยบางอย่างทำให้รูปแบบคลื่นไฟฟ้าหัวใจปรากฏชัดหรือกระตุ้นหัวใจเต้นผิดจังหวะ ปัจจัยที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนที่สุดคือ ภาวะไข้สูง เพราะอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นสามารถรบกวนการทำงานของช่องโซเดียมในเซลล์หัวใจ

ปัจจัยอื่นที่แพทย์ให้ความสำคัญ ได้แก่ ยาบางชนิด ภาวะเสียสมดุลของโพแทสเซียม แคลเซียม หรือแมกนีเซียม รวมถึงภาวะเจ็บป่วยที่ส่งผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใหม่ และไม่ควรซื้อแร่ธาตุเสริมมารับประทานเองโดยไม่มีผลตรวจหรือคำแนะนำ

ส่วนข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ใหลตายพบมากในฤดูร้อนอาจเกี่ยวข้องกับการสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากเหงื่อ รวมถึงการเจ็บป่วยหรือไข้ที่เกิดร่วมกัน แต่ปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้น ไม่ใช่ต้นกำเนิดของโรคทางพันธุกรรม

สัญญาณใดที่ไม่ควรมองข้าม?

ผู้ป่วยบางคนไม่มีอาการและพบความผิดปกติจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจโดยบังเอิญ ขณะที่บางรายอาจมีอาการใจสั่น หน้ามืด เป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการผิดปกติระหว่างนอนหลับ

ผู้ที่เคยหมดสติโดยหาสาเหตุไม่ได้ หรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็น Brugada Syndrome มีประวัติหัวใจหยุดเต้น หรือเสียชีวิตกะทันหันขณะหลับตั้งแต่อายุไม่มาก ควรปรึกษาแพทย์โรคหัวใจ การตรวจไม่ควรจำกัดเฉพาะผู้ชาย เพราะผู้หญิงสามารถมียีนและถ่ายทอดความเสี่ยงให้ลูกได้เช่นกัน

แพทย์วินิจฉัยโรคใหลตายอย่างไร?

การตรวจหลักคือคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG เพื่อค้นหารูปแบบ Brugada Type 1 บริเวณสายตรวจหน้าอกด้านขวา แต่ผลตรวจครั้งเดียวอาจไม่พบความผิดปกติ เพราะรูปแบบดังกล่าวสามารถปรากฏและหายไปได้

แพทย์อาจพิจารณาติดสายตรวจในตำแหน่งที่สูงขึ้น ตรวจซ้ำระหว่างมีไข้ หรือใช้ยาทดสอบภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังต้องประเมินประวัติหมดสติ ประวัติครอบครัว และตรวจแยกโรคอื่นที่ทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีลักษณะคล้ายกัน

การตรวจพันธุกรรมมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยบางรายและสมาชิกในครอบครัว แต่ผลตรวจที่ไม่พบยีนผิดปกติไม่ได้ตัดโรคออกทั้งหมด เพราะองค์ความรู้เกี่ยวกับพันธุกรรมของ Brugada Syndrome ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

รักษาและลดความเสี่ยงได้หรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีแก้ไขพื้นฐานทางพันธุกรรมของโรคให้หายขาด แต่สามารถลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงได้ ผู้ที่เคยมีภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง อาจได้รับการพิจารณาฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ หรือ ICD

ผู้ป่วยบางกลุ่มอาจได้รับการรักษาด้วยการจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อลดวงจรไฟฟ้าผิดปกติ หรือใช้ยาตามข้อบ่งชี้ของแพทย์ แนวทางรักษาต้องประเมินเป็นรายบุคคล เพราะผู้ที่มีรูปแบบ Brugada บน ECG ไม่ได้มีความเสี่ยงเท่ากันทุกคน

สิ่งสำคัญในชีวิตประจำวันคือรีบรักษาไข้ หลีกเลี่ยงยาที่แพทย์ระบุว่าอาจกระตุ้นโรค รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ และเข้ารับการติดตามตามนัด หากพบคนหมดสติและไม่ตอบสนอง ควรโทรแจ้ง 1669 ทันที พร้อมใช้เครื่อง AED หรือช่วยฟื้นคืนชีพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หากสามารถทำได้

จาก “ผีแม่หม้าย” สู่คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

ในอดีต เมื่อชายหนุ่มเสียชีวิตกะทันหันระหว่างนอนหลับโดยไม่พบร่องรอยของโรค ชุมชนจึงอธิบายเหตุการณ์ด้วยความเชื่อเรื่องผีแม่หม้ายที่มาเอาชีวิตผู้ชาย หรือเชื่อมโยงกับผีปอบและพิธีกรรมท้องถิ่น ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนวิธีที่ผู้คนใช้รับมือกับความสูญเสียซึ่งยังไม่มีคำอธิบายทางการแพทย์

เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจจึงเข้ามาแทนที่คำอธิบายเรื่องสิ่งลี้ลับ อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจความเชื่อในอดีตยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ตราบใดที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง

สรุป โรคใหลตายไม่ได้เกิดจากผี ข้าวเหนียว หรือแร่ในดินเพียงอย่างเดียว

โรคใหลตายเป็นชื่อเรียกของการเสียชีวิตกะทันหันระหว่างนอนหลับ ซึ่ง Brugada Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ โดยเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจและมีพื้นฐานทางพันธุกรรม โรคนี้พบมากในประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแสดงอาการในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

ไข้สูง ยาบางชนิด และความผิดปกติของเกลือแร่อาจกระตุ้นอาการในผู้ที่มีความไวต่อโรค แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่าข้าวเหนียว วาเนเดียม หรือพฤติกรรมการกินชนิดใดเป็นสาเหตุหลักโดยตรง ผู้ที่มีอาการน่าสงสัยหรือมีประวัติเสียชีวิตกะทันหันในครอบครัวจึงควรพบแพทย์โรคหัวใจ เพราะการประเมินความเสี่ยงและรักษาอย่างเหมาะสมสามารถช่วยป้องกันเหตุรุนแรงได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Journal of Arrhythmia: Brugada syndrome in Thailand – Three decades of progress
  2. Circulation: A Rare Noncoding Enhancer Variant in SCN5A Contributes to Brugada Syndrome Susceptibility
  3. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: โรคใหลตาย ภัยเงียบที่ชายไทยควรใส่ใจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล