7 ประโยชน์ “มะระ” ขมแต่มีดี! รู้แล้วอาจอยากใส่ในมื้ออาหารมากขึ้น

7 ประโยชน์ “มะระ” ขมแต่มีดี! รู้แล้วอาจอยากใส่ในมื้ออาหารมากขึ้น
ถ้าพูดถึงผักที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “มะระ” ผักรสขมที่บางคนชอบ แต่บางคนเห็นแล้วต้องขอผ่าน อย่างไรก็ตาม ความขมของมะระไม่ได้หมายความว่าไม่มีประโยชน์ เพราะมะระเป็นผักที่มีใยอาหาร วิตามิน และสารอาหารหลายชนิดที่น่าสนใจ
มะระสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่เมนูยอดนิยมอย่างมะระยัดไส้ มะระผัดไข่ ไปจนถึงการนำไปต้ม ลวก หรือรับประทานเป็นผักเคียง แล้ว มะระมีประโยชน์อะไรบ้าง? มาดู 7 ข้อที่อาจทำให้คุณมองผักรสขมชนิดนี้เปลี่ยนไป

1. มีใยอาหาร ช่วยดูแลระบบขับถ่าย
มะระเป็นผักที่มีใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ การรับประทานผักที่มีใยอาหารอย่างเพียงพอเป็นประจำ ยังช่วยเพิ่มมวลอุจจาระและสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มผักในมื้ออาหาร
2. มีวิตามินซี ช่วยสนับสนุนภูมิคุ้มกัน
มะระมีวิตามินซี ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ วิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนและช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน
3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ
นอกจากวิตามินซีแล้ว มะระยังมีสารประกอบจากพืชหลายชนิดที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ สารเหล่านี้มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ จึงเป็นอีกเหตุผลที่ควรรับประทานผักให้หลากหลาย
4. อาจมีส่วนช่วยดูแลระดับน้ำตาลในเลือด
มะระเป็นผักที่ได้รับความสนใจจากงานวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากมีสารประกอบบางชนิดที่อาจส่งผลต่อกระบวนการจัดการน้ำตาลของร่างกาย อย่างไรก็ตาม หลักฐานในมนุษย์ยังมีข้อจำกัด และไม่ควรใช้มะระแทนยารักษาโรคเบาหวาน
สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานและต้องรับประทานยา ควรควบคุมอาหารและใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง
5. แคลอรีไม่สูง เหมาะกับการเพิ่มผักในมื้ออาหาร
มะระเป็นผักที่มีพลังงานไม่สูงเมื่อเทียบกับอาหารหลายประเภท จึงสามารถนำมาเพิ่มในมื้ออาหารเพื่อเพิ่มปริมาณผักและใยอาหารได้ โดยควรเลือกวิธีปรุงที่ไม่เพิ่มน้ำมัน น้ำตาล หรือโซเดียมมากเกินไป
6. มีโพแทสเซียมและแร่ธาตุที่มีประโยชน์
มะระมีแร่ธาตุหลายชนิด รวมถึงโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการและมีบทบาทต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย การรับประทานผักหลายชนิดสลับกันจึงช่วยเพิ่มความหลากหลายของสารอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน
7. นำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู
ข้อดีอีกอย่างของมะระคือสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น มะระยัดไส้ มะระผัดไข่ แกงจืดมะระ หรือมะระลวกจิ้มน้ำพริก ทำให้สามารถเพิ่มผักชนิดนี้เข้าไปในมื้ออาหารได้โดยไม่จำเป็นต้องรับประทานแบบเดิมซ้ำๆ
ทำอย่างไรให้มะระขมน้อยลง?
สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับรสขม สามารถลดความขมของมะระได้ด้วยการผ่าครึ่งแล้วคว้านไส้และเมล็ดออก จากนั้นนำไปล้างหรือแช่น้ำก่อนนำไปปรุงอาหาร นอกจากนี้ การเลือกมะระที่ยังไม่แก่จัดก็อาจช่วยให้รสขมรับประทานง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องพยายามกำจัดรสขมออกทั้งหมด เพราะความขมเป็นเอกลักษณ์ของมะระ และสิ่งสำคัญกว่าคือการนำมะระไปปรุงเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
มะระกินดี แต่ไม่ควรกินแทนการรักษา
แม้มะระจะมีสารอาหารและสารประกอบจากพืชที่น่าสนใจ แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะใช้มะระเป็นยารักษาโรค โดยเฉพาะเรื่องการลดน้ำตาลในเลือด ผู้ที่เป็นเบาหวานจึงไม่ควรหยุดยาแล้วหันมากินมะระแทน
นอกจากนี้ หากรับประทานมะระในรูปแบบน้ำคั้นหรือสารสกัดเข้มข้น ควรระมัดระวังมากกว่าการรับประทานเป็นผักในมื้ออาหารตามปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว รับประทานยาควบคุมระดับน้ำตาล หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
สรุปแล้ว มะระอาจขมในตอนกิน แต่ประโยชน์ไม่ได้ขมตามไปด้วย หากนำมารับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายและปรุงอย่างเหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งผักใกล้ตัวที่ช่วยเพิ่มทั้งใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารจากพืชให้กับร่างกายได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


