ผ้าขนหนูแข็งหลังซัก แก้ยังไง? เปิดสาเหตุ พร้อมวิธีทำให้กลับมานุ่มฟูเหมือนใหม่

ผ้าขนหนูแข็งหลังซัก แก้ยังไง? เปิดสาเหตุ พร้อมวิธีทำให้กลับมานุ่มฟูเหมือนใหม่

ผ้าขนหนูแข็งหลังซัก แก้ยังไง? เปิดสาเหตุ พร้อมวิธีทำให้กลับมานุ่มฟูเหมือนใหม่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดสาเหตุทำ "ผ้าขนหนูแข็งหลังซัก" พร้อมวิธีคืนความนุ่มแบบง่าย ๆ

ใครเคยเจอปัญหาซักผ้าขนหนูจนสะอาดและหอม แต่พอแห้งแล้วกลับแข็ง สาก และไม่นุ่มฟูเหมือนตอนซื้อมาใหม่บ้าง? ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากคุณภาพของผ้าขนหนู แต่อาจเป็นผลจากวิธีซักและการดูแลที่ไม่เหมาะสม มาดูกันว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้ผ้าขนหนูแข็ง พร้อมวิธีดูแลและฟื้นความนุ่มให้กลับมานุ่มฟู น่าใช้เหมือนใหม่อีกครั้ง

ทำไมผ้าขนหนูถึงแข็งหลังซัก

ผ้าขนหนูส่วนใหญ่ทำจากเส้นใยฝ้าย ซึ่งต้องมีพื้นที่ให้เส้นใยสามารถเคลื่อนไหว และดูดซับน้ำได้ดี เมื่อมีสารตกค้างจากผลิตภัณฑ์ซักผ้า ความร้อนที่มากเกินไป หรือการใช้งานผ้าขนขนหนูมานาน เส้นใยก็อาจแข็งขึ้นและทำให้ผ้าดูดซับน้ำได้ลดลงได้

1. ใช้น้ำยาซักผ้ามากเกินไป

หลายคนอาจคิดว่ายิ่งใส่น้ำยาซักผ้าเยอะ เสื้อผ้าก็จะยิ่งสะอาด แต่สำหรับผ้าขนหนู การใช้น้ำยามากเกินไป อาจทำให้เกิดคราบตกค้างบนเส้นใยได้

หากน้ำในรอบซักมีอุณหภูมิไม่เหมาะสม น้ำยาซักผ้าอาจออกไม่หมด และกลายเป็นสารเคลือบอยู่บนเส้นใย ทำให้ผ้าขนหนูแข็งและดูดซับน้ำได้น้อยลง

2. ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม

แม้น้ำยาปรับผ้านุ่มจะช่วยให้เสื้อผ้ารู้สึกนุ่ม และมีกลิ่นหอม แต่สำหรับผ้าขนหนูอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เพราะสารในน้ำยาปรับผ้านุ่มจะเคลือบเส้นใยและส่งผลต่อความสามารถในการดูดซับน้ำ

3. อบผ้าด้วยความร้อนสูงเกินไป

การใช้ความร้อนสูงในการอบผ้าก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผ้าขนหนูแข็งกระด้าง เพราะความร้อนที่มากเกินไปอาจทำลายเส้นใยของผ้าเสียหาย

วิธีทำให้ผ้าขนหนูกลับมานุ่มฟู

หากผ้าขนหนูยังไม่ได้เสื่อมสภาพจนเกินไป สามารถลองใชช้น้ำส้มสายชูขาว และเบกกิ้งโซดา โดยควรใช้แยกกันคนละรอบ ไม่ควรใส่พร้อมกัน เพราะทั้งสองอย่างอาจหักล้างคุณสมบัติของกันและกัน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ซักด้วยน้ำส้มสายชูขาว

นำผ้าขนหนูใส่เครื่องซักผ้าโดยไม่ใส่จนแน่นเกินไป จากนั้นใช้น้ำส้มสายชูขาวประมาณ 1 ถ้วยแทนน้ำยาซักผ้า สำหรับผ้าขนหนูสีขาว สามารถใช้น้ำร้อนได้ ส่วนผ้าขนหนูสีควรใช้น้ำอุ่น และควรตรวจสอบคำแนะนำบนป้ายดูแลผ้าก่อนซัก หน้าที่ของน้ำส้มสายชูจะช่วยจัดการกับสารตกค้างที่สะสมอยู่บนเส้นใยผ้าได้

2. ซักด้วยเบกกิ้งโซดา

เมื่อซักด้วยน้ำส้มสายชูเสร็จแล้ว ให้ซักอีกหนึ่งรอบโดยเติมเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยลงไป และใช้อุณหภูมิของน้ำในระดับเดียวกับรอบแรก ซึ่งหน้าที่ของเบกกิ้งโซดา จะช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และช่วยให้เนื้อผ้ากลับมาสะอาดและนุ่มขึ้น

3. อบด้วยความร้อนต่ำถึงปานกลาง

หลังซักเสร็จ ควรอบผ้าด้วยความร้อนระดับต่ำถึงปานกลาง ไม่ควรใช้ความร้อนสูง เพราะอาจทำให้เส้นใยผ้าเสียหายและกลับมาแข็งกระด้างอีก ที่สำคัญไม่ควรใส่ผ้าขนหนูจนแน่นเครื่องอบ ควรให้มีพื้นที่เพียงพอเพื่อให้ผ้าแห้งได้ทั่วถึง

ข้อควรรู้

  • แม้จะดูแลอย่างดี แต่ผ้าขนหนูก็มีอายุการใช้งาน โดยทั่วไปผ้าขนหนูคุณภาพดีสามารถใช้งานได้นานหลายปีหากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
  • แต่หากผ้าขนหนูมีกลิ่นอับอยู่ตลอดแม้ซักหลายครั้ง หรือเนื้อผ้าบางลง ขาด หรือเสื่อมสภาพ ก็อาจถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนผืนใหม่
  • แต่หากมีเพียงปัญหาผ้าแข็ง หรือสาก ก้ให้ลองเพียงปรับวิธีซัก และอบให้เหมาะสม ก็ช่วยให้ผ้าขนหนูกลับมานุ่มฟูและน่าใช้ขึ้นได้อีกครั้ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล