ตกใจแทบแย่! เจอคราบวงสีเขียวอมเทาบนไข่ต้ม กินได้ไหม?

ตกใจแทบแย่! เจอคราบวงสีเขียวอมเทาบนไข่ต้ม กินได้ไหม?

ตกใจแทบแย่! เจอคราบวงสีเขียวอมเทาบนไข่ต้ม กินได้ไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คราบสีเขียวบนไข่ต้ม กินได้ไหม คราบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีอันตรายซ่อนอยู่จริงหรือเปล่า วันนี้เราจะพาทุกคนไปถอดรหัสวิทยาศาสตร์ก้นครัว พร้อมแชร์ทริคต้มไข่ให้เนื้อเนียนสวย ไข่แดงสีเหลืองทอง น่าทาน

เวลาต้มไข่นานๆ หรือปอกเปลือกออกมาแล้วเห็นรอยคราบสีเขียวๆ ดูน่ากลัวชวนพิศวง หลายคนถึงกับชะงัก ไม่กล้าป้อนใส่ปาก เพราะเกรงว่าจะเป็นไข่เน่า มีเชื้อรา หรือเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จนต้องตัดใจแกะส่วนนั้นทิ้งหรือทิ้งไข่ไปทั้งฟองเลยทีเดียว

คราบสีเขียวบนไข่ต้ม กินได้ไหม

คำตอบชัดๆ จากนักโภชนาการและวิทยาศาสตร์อาหารคือ กินได้ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่อาจจะทำให้ รสชาติและสัมผัสของไข่ต้มเปลี่ยนไปเล็กน้อย เช่น เนื้อไข่แดงอาจจะดูแห้ง ร่วน กระด้าง และมีกลิ่นกำมะถันฉุนขึ้นนิดหน่อยเท่านั้นเอง

คราบสีเขียวบนไข่ต้ม เกิดจากอะไร 

คราบสีเขียวอมเทาหรือวงแหวนสีเขียวรอบไข่แดง ไม่ได้เกิดจากไข่เน่าเสีย หรือการปนเปื้อนของสารเคมีพิษใดๆ ทั้งสิ้น แต่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีตามธรรมชาติระหว่างสองธาตุที่อยู่ในไข่

1. ปฏิกิริยาเคมีระหว่าง "ธาตุเหล็ก" และ "กำมะถัน"

  • กำมะถัน : มีอยู่อย่างหนาแน่นใน ไข่ขาว
  • ธาตุเหล็ก : มีอยู่อย่างหนาแน่นใน ไข่แดง

เมื่อเราต้มไข่นานเกินไปหรือใช้ความร้อนสูงเกินไป สารกำมะถันในไข่ขาวจะระเหยกลายเป็นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ และลอยแทรกซึมเข้าไปยังใจกลางไข่แดง จากนั้นก๊าซนี้จะไปทำปฏิกิริยาเคมีกับธาตุเหล็กในไข่แดง เกิดเป็นสารประกอบใหม่ที่มีชื่อว่า "เฟอร์รัสซัลไฟด์" ซึ่งสารประกอบตัวนี้แหละครับที่มี "สีเขียวอมเทา" ปรากฏขึ้นตรงขอบระหว่างไข่ขาวกับไข่แดง

2. สภาพน้ำและอายุของไข่ไก่

นอกจากระยะเวลาในการต้มแล้ว ไข่ไก่เก่าที่มีอายุหลายวัน (มีความเป็นด่างสูงกว่าไข่สด) รวมถึงน้ำต้มที่มีปริมาณแร่ธาตุเหล็กสูง ก็จะยิ่งเร่งให้เกิดปฏิกิริยาการเปลี่ยนสีเขียวนี้ได้ไวยิ่งขึ้น

วิธีต้มไข่ให้อร่อย สีเหลืองทองสวย ไร้คราบเขียว

1. คุมเวลาต้มให้พอดี (อย่าต้มนานเกินไป): หากต้องการไข่ต้มสุกกำลังดี ให้จับเวลาต้มหลังจากน้ำเดือดประมาณ 8-10 นาที ก็เพียงพอแล้ว การต้มข้ามไปถึง 15-20 นาที จะทำให้เกิดคราบสีเขียวแน่นอน

2. น็อกน้ำเย็นจัดทันทีหลังต้มเสร็จ: เมื่อครบเวลาต้ม ให้รีบตักไข่ต้มขึ้นมาแช่ใน "น้ำเย็นจัดผสมน้ำแข็ง" ทันที ความเย็นฉับพลันจะหยุดกระบวนการความร้อนภายในไข่ หยุดการเคลื่อนที่ของก๊าซ และป้องกันการเกิดคราบสีเขียวได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังช่วยให้ปอกเปลือกง่ายอีกด้วย!

3. เลือกใช้ไข่ไก่สด: ไข่ไก่สดใหม่จะมีค่าความเป็นด่างน้อยกว่า ทำให้เกิดปฏิกิริยากำมะถันได้ยากกว่าไข่ไก่ที่เก็บไว้นาน

4. ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อย: การใส่เกลือป่นหรือน้ำส้มสายชูลงไปในน้ำต้มไข่ จะช่วยปรับสมดุลความดันและช่วยรักษาสภาพผิวของไข่ให้สวยงาม

ทิ้งท้าย คราบสีเขียวบนไข่ต้ม กินได้ไหม สรุปคือสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย 100% เพราะเป็นเพียงปฏิกิริยาเคมีระหว่างธาตุเหล็กและกำมะถันจากความร้อนสูงเท่านั้น ครั้งหน้าหากต้มไข่แล้วเจอวงสีเขียว ก็สบายใจได้เลยครับ หรือจะลองนำเทคนิคน็อกน้ำเย็นไปใช้ เพื่อให้ได้ไข่ต้มสีเหลืองทองสวยน่าทาน น่าอร่อย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล