เปิดแอร์นอนยังไงไม่ให้ป่วย? 5 กฎเหล็กห้ามทำ ผิวไม่พังแถมประหยัดไฟ!

เปิดแอร์นอนยังไงไม่ให้ป่วย? 5 กฎเหล็กห้ามทำ ผิวไม่พังแถมประหยัดไฟ!

เปิดแอร์นอนยังไงไม่ให้ป่วย? 5 กฎเหล็กห้ามทำ ผิวไม่พังแถมประหยัดไฟ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พาร์ทนี้อากาศร้อนจนตับแล่บแบบนี้ การจะนอนหลับให้สนิทคงยากถ้าขาด "แอร์ซี้คู่ใจ" แต่สาวๆ รู้ไหมคะว่า การเปิดแอร์นอนแบบผิดวิธี นอกจากจะทำลายสุขภาพผิวและระบบทางเดินหายใจแล้ว อาจทำให้ตื่นมาพร้อมกับอาการเพลียหรือบิลค่าไฟที่พุ่งกระฉูดโดยไม่รู้ตัว! มาเช็คกันด่วนๆ กับ 5 กฎเหล็กห้ามทำ เมื่อต้องเปิดแอร์ในห้องนอนค่ะ

1. ห้ามตั้งอุณหภูมิความเย็นจัดจนเกินไป

หลายคนติดนิสัยชอบเปิดแอร์ฉ่ำๆ เลขต่ำปรี๊ด แต่จริงๆ แล้วอุณหภูมิที่เหมาะสมและแพทย์แนะนำสำหรับการนอนหลับพักผ่อนที่ดีที่สุดจะอยู่ที่ 25 - 26 องศาเซลเซียส (ปรับความเย็นให้พอดี ช่วยให้ร่างกายไม่ทำงานหนักเกินไปตอนหลับ และตื่นมาไม่ปวดหัวด้วยนะจ๊ะ)

2. ห้ามให้ลมแอร์เป่าโดนตัวโดยตรงเด็ดขาด

การปล่อยให้ลมแอร์ปะทะผิวหรือร่างกายตรงๆ ตลอดทั้งคืน คือต้นเหตุของอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ปวดหลัง หรือตื่นมาคอแห้งเป็นหวัดได้ง่ายๆ ควรถอดสวิงหรือปรับทิศทางลมให้เป่ากระทบผนังหรือเพดาน เพื่อให้ความเย็นกระจายตัวแบบนุ่มนวลแทนค่ะ

3. อย่าลืมเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น

อยากประหยัดไฟแถมเย็นทั่วห้องไวขึ้น? ลองเปิดพัดลมเบอร์อ่อนคู่กับแอร์ดูค่ะ วิธีนี้ช่วยหมุนเวียนลมเย็นให้ทั่วห้องได้ดีขึ้น แถมช่วยให้เราไม่ต้องลดอุณหภูมิแอร์ให้ต่ำลงกว่าเดิมด้วย

4. อย่ามองข้ามเทคโนโลยี Inverter

สำหรับใครที่กำลังมองหาแอร์ใหม่หรือวางแผนจะเปลี่ยน อย่ามองข้ามระบบ Inverter เด็ดขาด เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมรอบคอมเพรสเซอร์ให้ทำงานอย่างเงียบสนิท ไม่สะดุ้งตื่นกลางดึกแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาวได้ดีเยี่ยมอีกด้วย

5. อย่าลืมใช้โหมด Sleep และ Timer ตั้งเวลาปิด

ฟังก์ชันง่ายๆ ที่หลายคนชอบลืม! การเปิดโหมด Sleep จะช่วยปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นอัตโนมัติทีละนิดในช่วงดึกที่เราหลับลึก (ป้องกันการหนาวเกินไป) พร้อมตั้งเวลาปิดอัตโนมัติช่วงใกล้รุ่งสว่าง ช่วยเซฟทั้งสุขภาพและเซฟเงินในกระเป๋าค่าไฟได้เพียบ!

Tips เพิ่มเติมสำหรับสาวๆ: อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนนอน และทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวกันความแห้งกร้านจากห้องแอร์ด้วยนะคะ ตื่นมาจะได้สวยฉ่ำพร้อมรับวันใหม่แบบสדชื่นค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล