เพิ่งรู้! ทำไมกินสับปะรดแล้วแสบลิ้น? ส่องทริคกินยังไงไม่ให้แสบปาก

เพิ่งรู้! ทำไมกินสับปะรดแล้วแสบลิ้น? ส่องทริคกินยังไงไม่ให้แสบปาก

เพิ่งรู้! ทำไมกินสับปะรดแล้วแสบลิ้น? ส่องทริคกินยังไงไม่ให้แสบปาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สับปะรด ผลไม้เขตร้อนสีเหลืองทองฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยวชวนสดชื่นที่ใครหลายคนโปรดปราน แต่เชื่อว่าแทบทุกคนต้องเคยผ่านประสบการณ์สุดพีกยามละเลียดเคี้ยวสับปะรดคำโตกันมาแล้ว ชั่วครู่หลังจากความอร่อยผ่านพ้นไป ความรู้สึกยิบๆ แสบร้อน ชา หรือเหมือนมีเข็มเล็กล่องหนนับพันเล่มมากระหน่ำแทงที่ลิ้นก็คืบคลานเข้ามา จนบางคนถึงกับต้องยอมแพ้ เลิกกินกลางคันเลยทีเดียว!

เคยสงสัยกันไหมว่า "ทำไมกินสับปะรดแล้วแสบลิ้น" มันเกิดจากอาการแพ้ หรือมีสารเคมีอะไรซ่อนอยู่ในผลไม้ลูกนี้กันแน่? วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ทั้งทึ่งและฮา พร้อมแชร์วิธีแก้และวิธีทานสับปะรดอย่างไรไม่ให้แสบลิ้นอีกต่อไปอย่างสะดวกรวดเร็วกัน

ทำไมกินสับปะรดแล้วแสบลิ้น

ต้นเหตุที่ทำให้เราเกิดอาการแสบลิ้นยามทานสับปะรด ไม่ใช่เพราะสับปะรดมีฤทธิ์เป็นกรดสูงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเอนไซม์ตัวร้ายที่ชื่อว่า "บรอมมีเลน" (Bromelain)

1. เอนไซม์ บรอมมีเลน

เอนไซม์บรอมมีเลน มีคุณสมบัติในการย่อยสลายโปรตีน ซึ่งความจริงแล้ว เยื่อบุผิวในช่องปากและเนื้อเยื่อบนลิ้นของเรานั้น ประกอบไปด้วย "โปรตีน" เป็นหลัก ในขณะที่คุณกำลังเคี้ยวสับปะรดอย่างอร่อยอยู่นั้น เอนไซม์บรอมมีเลนในสับปะรดก็กำลังทำหน้าที่ "ย่อยย่อยเนื้อเยื่อบนลิ้นของคุณอยู่" เช่นกัน จึงไม่แปลกเลยครับที่เราจะรู้สึกแสบ ชา หรือแสบร้อน เหมือนโดนกัดกร่อนนั่นเอง

2. ผลึกแคลเซียมออกซาเลต

นอกจากเอนไซม์ย่อยโปรตีนแล้ว ในเนื้อสับปะรดยังมีผลึกเล็กๆ รูปทรงคล้ายเข็มที่เรียกว่า "ราไฟด์" ซึ่งประกอบด้วยแคลเซียมออกซาเลต เมื่อเราเคี้ยวเนื้อสับปะรด ผลึกเข็มจิ๋วเหล่านี้จะเข้าไปสะกิดเนื้อเยื่อบนลิ้นให้เกิดรอยแผลขนาดเล็ก และเปิดทางให้เอนไซม์บรอมมีเลนแทรกซึมเข้าย่อยโปรตีนบนลิ้นได้ลึกและรุนแรงยิ่งขึ้น

วิธีกินสับปะรดไม่ให้แสบลิ้น

  • แช่น้ำเกลือก่อนทาน : นำสับปะรดที่หั่นเป็นชิ้นแล้วไปแช่ในน้ำสะอาดผสมเกลือป่นเล็กน้อยประมาณ 3-5 นาที โซเดียมในเกลือจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บรอมมีเลนให้ทำงานได้ช้าลง แถมยังช่วยชูรสชาติสับปะรดให้หวานฉ่ำขึ้นด้วย
  • ผ่านความร้อนก่อนกิน : เอนไซม์บรอมมีเลนจะถูกทำลายด้วยความร้อน (อุณหภูมิ 60°C ขึ้นไป) หากนำสับปะรดไปผ่านการอบ ย่าง ต้ม หรือปรุงเป็นเมนูอาหาร เช่น แกงส้มสับปะรด หรือข้าวผัดสับปะรด คุณจะไม่รู้สึกแสบลิ้นเลยแม้แต่น้อย
  • เฉือนตาและแกนสับปะรดออกให้หมด: สารบรอมมีเลนมีความเข้มข้นมากที่สุดบริเวณ "แกนกลาง" และ "ตา" ของสับปะรด ดังนั้นการเล็มตาออกให้หมดและเฉือนแกนแข็งๆ ตรงกลางทิ้งไป จะช่วยลดอาการแสบลิ้นลงได้มาก
  • เลือกทานสับปะรดที่สุกงอม: สับปะรดที่ยังดิบหรือห่ามจะมีปริมาณเอนไซม์บรอมมีเลนสูงมาก ควรเลือกซื้อสับปะรดที่สุกงอมเต็มที่ เพราะระดับเอนไซม์จะลดน้อยลงตามธรรมชาติ

ทิ้งท้าย ทำไมกินสับปะรดแล้วแสบลิ้น ปรากฏการณ์นี้เป็นเพียงปฏิกิริยาเคมีตามธรรมชาติระหว่างเอนไซม์บรอมมีเลนและโปรตีนบนลิ้นเราเท่านั้น ไม่ใช่อาการแพ้ร้ายแรงแต่อย่างใด เพียงแค่คุณใช้วิธีแช่น้ำเกลือ เล็มตาออก หรือผ่านความร้อนเล็กน้อย คุณก็สามารถเอ็นจอยกับผลไม้แสนอร่อยนี้ได้อย่างสบายใจ ไร้ความกังวล และสะดวกรวดเร็วในทุกๆ มื้อ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล