15 อาหารสีม่วง ประโยชน์มากกว่าที่คิด! อุดมแอนโทไซยานิน ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และลดการอักเสบ

15 อาหารสีม่วง ประโยชน์มากกว่าที่คิด! อุดมแอนโทไซยานิน ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และลดการอักเสบ

15 อาหารสีม่วง ประโยชน์มากกว่าที่คิด! อุดมแอนโทไซยานิน ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และลดการอักเสบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถ้าพูดถึง "อาหารเพื่อสุขภาพ" หลายคนอาจนึกถึงผักสีเขียวหรือผลไม้สีแดง แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารสีม่วง ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักโภชนาการทั่วโลก เพราะอุดมไปด้วย สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติในกลุ่มโพลีฟีนอล

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า การรับประทานผักและผลไม้หลากหลายสี รวมถึงอาหารสีม่วง เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพ และ อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงช่วยลดการอักเสบและความเครียดจากอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งได้โดยตรง การลดความเสี่ยงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม ทั้งการกินอาหาร การออกกำลังกาย และการไม่สูบบุหรี่

สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) คืออะไร?

แอนโทไซยานินเป็นสารสีธรรมชาติในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ทำให้ผักและผลไม้มีสีม่วง น้ำเงิน หรือแดงเข้ม

จากข้อมูลของ Harvard T.H. Chan School of Public Health และ American Institute for Cancer Research ระบุว่า การรับประทานผักผลไม้ที่มีสารโพลีฟีนอลสูงเป็นประจำ มีส่วนช่วย

  • ลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ
  • สนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
  • ช่วยควบคุมการอักเสบ
  • ส่งเสริมสุขภาพสมองเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล

15 อาหารสีม่วงที่ควรกิน

1. บลูเบอร์รี

หนึ่งในผลไม้ที่มีแอนโทไซยานินสูง

ประโยชน์

  • ใยอาหารสูง
  • วิตามินซี
    อาจช่วยชะลอการเสื่อมของสมองตามวัย
    ดีต่อสุขภาพหัวใจ

2. องุ่นม่วง

เปลือกองุ่นมีทั้งแอนโทไซยานินและเรสเวอราทรอล

มีส่วนช่วย

  • สุขภาพหลอดเลือด
  • ลดการอักเสบ
  • สนับสนุนสุขภาพหัวใจ

3. กะหล่ำปลีม่วง

ผักราคาประหยัดแต่สารอาหารสูง มี

  • วิตามิน C
  • วิตามิน K
  • แอนโทไซยานิน

เหมาะกินสดหรือทำสลัด

4. มะเขือม่วง

เปลือกมีสาร Nasunin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง ช่วย

  • ปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ
  • เพิ่มใยอาหาร

5. มันเทศสีม่วง

มีทั้ง

  • แอนโทไซยานิน
  • ใยอาหาร
  • วิตามินเอ

ช่วยให้อิ่มนานและเหมาะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

6. มันฝรั่งสีม่วง

มีแอนโทไซยานินมากกว่ามันฝรั่งทั่วไป งานวิจัยบางชิ้นพบว่าอาจช่วยเรื่องความดันโลหิต แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อในมนุษย์

7. แครอทม่วง

มีทั้ง

  • Anthocyanin
  • Beta-carotene

จึงได้รับสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด

8. ข้าวโพดสีม่วง

เป็นวัตถุดิบยอดนิยมในอเมริกาใต้ มีสารโพลีฟีนอลสูง และกำลังได้รับความสนใจด้านโภชนาการ

9. บีทรูท

แม้สีจะเกิดจาก "เบทาเลน" (Betalains) ไม่ใช่แอนโทไซยานิน แต่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน อาจช่วย

  • สุขภาพหลอดเลือด
  • การออกกำลังกาย

10. ลูกหม่อน (Mulberry)

ผลไม้ที่เริ่มหาซื้อได้ง่ายในไทย มี

  • แอนโทไซยานิน
  • วิตามินซี
  • ใยอาหาร

11. ลูกพลัม

มีสารโพลีฟีนอลหลายชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มใยอาหาร

12. แบล็กเคอร์แรนต์

เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก และมีแอนโทไซยานินในปริมาณสูง

13. มะเดื่อ

มีใยอาหารสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลระบบขับถ่าย

14. ข้าวไรซ์เบอร์รี

แม้ไม่ใช่ผักผลไม้ แต่เป็นอาหารสีม่วงที่คนไทยกินได้ง่าย อุดมด้วย

  • Anthocyanin
  • ใยอาหาร
  • วิตามินอี

15. ข้าวเหนียวดำ

อีกหนึ่งธัญพืชสีม่วงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

กินอาหารสีม่วงทุกวันดีไหม?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แทนที่จะเน้นอาหารสีใดสีหนึ่ง ควรรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลายสีในแต่ละวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารและสารพฤกษเคมีหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมได้ดีกว่า

สรุป

อาหารสีม่วงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร และเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ โดยเฉพาะ แอนโทไซยานิน ซึ่งมีบทบาทในการช่วยลดความเครียดจากอนุมูลอิสระและสนับสนุนสุขภาพหัวใจ สมอง และหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้เพียงลำพัง การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักและผลไม้หลากหลายสี ควบคู่กับการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตที่เหมาะสม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล