วิธีทำความสะอาดที่นอนง่ายๆ ไม่ต้องยกไปซักก็ใหม่ได้
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เคล็ดลับทำความสะอาดที่นอนให้สะอาดหมดจด ไม่ต้องยกไปซักก็ใหม่ได้
ที่นอนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เราใช้งานทุกวัน แต่หลายคนกลับละเลยการทำความสะอาด เพราะคิดว่าแค่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนก็เพียงพอแล้ว ทั้งที่ความจริง ภายในที่นอนอาจสะสมทั้งฝุ่น ไรฝุ่น เหงื่อ คราบสกปรก รวมถึงเชื้อโรคที่มองไม่เห็น ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพการนอนได้
หากกำลังมองหาวิธีทำความสะอาดที่นอนแบบง่าย ๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ยุ่งยาก วันนี้ Sanook รวบรวมวิธีดูแลที่นอนให้สะอาด ลดกลิ่นอับ และช่วยยืดอายุการใช้งานมาฝากกัน
1. ดูดฝุ่นที่นอนเป็นประจำ
ฝุ่นและไรฝุ่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้และปัญหาระบบทางเดินหายใจ การใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดที่นอนอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง จะช่วยกำจัดฝุ่น เศษผิวหนัง และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามพื้นผิวและรอยตะเข็บของที่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ใช้เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นอับ
หากที่นอนเริ่มมีกลิ่นอับจากเหงื่อหรือความชื้น สามารถใช้เบกกิ้งโซดาโรยให้ทั่วพื้นผิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง จากนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก วิธีนี้ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และดูดซับความชื้นได้เป็นอย่างดี
3. เช็ดคราบสกปรกเฉพาะจุด
เมื่อเกิดคราบเปื้อน ไม่ควรใช้น้ำราดลงบนที่นอนโดยตรง เพราะอาจทำให้ความชื้นซึมเข้าไปภายในและเกิดเชื้อราได้ ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ ผสมน้ำสบู่อ่อน เช็ดบริเวณที่มีคราบ จากนั้นใช้ผ้าแห้งซับความชื้นออกทันที
- คราบเหงื่อ ใช้น้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยเช็ดเบา ๆ
- คราบเลือด ควรใช้น้ำเย็นเช็ดทันที หลีกเลี่ยงน้ำร้อนเพราะจะทำให้คราบฝังแน่น
- คราบเครื่องดื่ม รีบใช้ผ้าแห้งซับของเหลวออกก่อน แล้วจึงเช็ดด้วยน้ำสบู่อ่อน
4. เปิดให้อากาศถ่ายเท
หลังทำความสะอาด ควรเปิดหน้าต่าง เปิดพัดลมหรือเปิดเครื่องปรับอากาศในโหมดลดความชื้น เพื่อช่วยให้ที่นอนแห้งเร็วขึ้น หากสามารถยกที่นอนไปผึ่งแดดอ่อน ๆ ได้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็จะช่วยลดความอับชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน
5. หมุนหรือกลับด้านที่นอน
การหมุนที่นอนสลับหัว-ท้ายทุก 3-6 เดือน จะช่วยให้แรงกดทับกระจายตัวสม่ำเสมอ ลดการยุบตัวเป็นแอ่ง ส่วนที่นอนที่ออกแบบให้กลับด้านได้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตเพื่อยืดอายุการใช้งาน
วิธีดูแลที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ
- ใช้ผ้ารองกันเปื้อน (Mattress Protector) เพื่อป้องกันคราบและเหงื่อซึมลงที่นอน
- ซักและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุก 1-2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มบนเตียง
- เปิดห้องให้อากาศถ่ายเทเป็นประจำ เพื่อลดความชื้นสะสม
- ทำความสะอาดที่นอนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและไรฝุ่น
ข้อควรระวังในการทำความสะอาดที่นอน
ไม่ควรใช้น้ำในปริมาณมากหรือฉีดน้ำลงบนที่นอนโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดความชื้นสะสมและเชื้อราได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาฟอกขาวหรือสารเคมีรุนแรง เนื่องจากอาจทำลายเนื้อผ้าและวัสดุภายในที่นอน รวมถึงไม่ควรใช้เครื่องอบไอน้ำกับที่นอนบางประเภท โดยเฉพาะเมมโมรีโฟมหรือลาเท็กซ์ หากไม่สามารถทำให้แห้งสนิทได้
สรุป
การทำความสะอาดที่นอนไม่ใช่เรื่องยาก เพียงดูดฝุ่นสม่ำเสมอ ขจัดคราบอย่างถูกวิธี ใช้เบกกิ้งโซดาช่วยลดกลิ่น และดูแลไม่ให้ที่นอนอับชื้น ก็ช่วยลดการสะสมของไรฝุ่นและเชื้อโรค ทำให้ที่นอนสะอาด น่านอน และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมสุขภาพการนอนที่ดีของทุกคนในบ้านอีกด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
