อะโวคาโด มีประโยชน์อะไรบ้าง? รวม 10 ข้อดี ซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วยดูแลหัวใจ ผิว และระบบขับถ่าย
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/54/270869/new-thumbnail1200x720-v2-20.jpgอะโวคาโด มีประโยชน์อะไรบ้าง? รวม 10 ข้อดี ซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วยดูแลหัวใจ ผิว และระบบขับถ่าย

อะโวคาโด มีประโยชน์อะไรบ้าง? รวม 10 ข้อดี ซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วยดูแลหัวใจ ผิว และระบบขับถ่าย

แชร์เรื่องนี้

อะโวคาโด ประโยชน์มีอะไรบ้าง? รวมคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมข้อควรรู้ก่อนกิน

หลายคนยกให้ อะโวคาโด เป็นหนึ่งใน "ซูเปอร์ฟู้ด" ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพราะอุดมไปด้วยไขมันดี วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แม้จะเป็นผลไม้ที่มีพลังงานค่อนข้างสูง แต่หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและการควบคุมน้ำหนักได้

แล้ว ประโยชน์ของอะโวคาโด มีอะไรบ้าง? กินทุกวันดีไหม และใครบ้างที่ควรระวัง มาดูกัน

อะโวคาโดอะโวคาโด

อะโวคาโด คืออะไร?

อะโวคาโด (Avocado) เป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีต้นกำเนิดในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ มีเนื้อสีเขียวอ่อน เนื้อสัมผัสนุ่ม มัน นิยมนำมารับประทานสด ทำสลัด สมูทตี้ ทาขนมปัง หรือเป็นส่วนผสมของอาหารเพื่อสุขภาพ

จุดเด่นของอะโวคาโดคือ มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ แตกต่างจากผลไม้ทั่วไปที่มักมีไขมันต่ำ

10 ประโยชน์ของอะโวคาโด ที่ดีต่อสุขภาพ

1. ดีต่อสุขภาพหัวใจ

อะโวคาโดอุดมด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ช่วยรักษาสมดุลของระดับคอเลสเตอรอล โดยช่วยลด LDL (ไขมันไม่ดี) และสนับสนุน HDL (ไขมันดี) จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล

2. ไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มนาน

อะโวคาโดมีใยอาหารสูงประมาณ 7 กรัมต่อ 100 กรัม ช่วยให้อิ่มนาน ส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่าย และเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้

3. ช่วยควบคุมน้ำหนัก

แม้อะโวคาโดจะมีไขมันและพลังงานสูง แต่ไขมันส่วนใหญ่เป็นไขมันดี เมื่อรับประทานในปริมาณเหมาะสมสามารถช่วยให้อิ่มนาน ลดการกินจุบจิบ และเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมน้ำหนักได้

4. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

อะโวคาโดมีวิตามินอี วิตามินซี รวมถึงสารลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

5. บำรุงสายตา

สารลูทีนและซีแซนทีนมีบทบาทในการดูแลจอประสาทตา และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมที่พบในผู้สูงอายุ

6. ช่วยควบคุมความดันโลหิต

อะโวคาโดเป็นแหล่งของโพแทสเซียม ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายและมีส่วนช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต

7. เสริมสุขภาพกระดูก

วิตามินเคในอะโวคาโดมีส่วนช่วยในการสร้างมวลกระดูก และช่วยให้ร่างกายใช้แคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

8. เหมาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์

อะโวคาโดมีโฟเลต ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาทของทารกในครรภ์ และช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติของท่อประสาท

9. บำรุงผิวพรรณ

วิตามินอีและไขมันดีในอะโวคาโดช่วยคงความชุ่มชื้นของผิว ลดความแห้งกร้าน และมีส่วนช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี

10. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

วิตามินซี วิตามินอี และสารอาหารอื่น ๆ ในอะโวคาโดช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น

อะโวคาโดอะโวคาโด

คุณค่าทางโภชนาการของอะโวคาโด (100 กรัม)

อะโวคาโด 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 160 กิโลแคลอรี พร้อมสารอาหารสำคัญ ได้แก่

  • พลังงาน 160 กิโลแคลอรี

  • ไขมัน 15 กรัม

  • โปรตีน 2 กรัม

  • คาร์โบไฮเดรต 8.5 กรัม

  • ใยอาหาร 6.7-7 กรัม

  • วิตามินซี 10-14 มิลลิกรัม

  • วิตามินอี 2 มิลลิกรัม

  • วิตามินเค ประมาณ 21 ไมโครกรัม

  • วิตามินบี 6

  • โฟเลต

  • โพแทสเซียม ประมาณ 485 มิลลิกรัม

  • แมกนีเซียม

  • ฟอสฟอรัส

  • ทองแดง

อะโวคาโดอะโวคาโด

กินอะโวคาโดทุกวันได้ไหม?

สามารถรับประทานได้ หากอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำประมาณ

  • ครึ่งผลต่อวัน (ผลขนาดกลาง)

  • หรือประมาณ 70-100 กรัม

เนื่องจากอะโวคาโดให้พลังงานค่อนข้างสูง หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้ได้รับพลังงานเกินความต้องการของร่างกาย

ข้อควรระวังในการกินอะโวคาโด

แม้อะโวคาโดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ควรระวังในบางกรณี ได้แก่

  • ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักควรนับรวมพลังงานจากอะโวคาโดในแต่ละวัน

  • ผู้ที่แพ้อะโวคาโดหรือแพ้น้ำยางธรรมชาติ (Latex Allergy) อาจมีอาการแพ้ข้ามชนิดได้

  • ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคในปริมาณสม่ำเสมอ และปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

  • ควรเลือกรับประทานผลที่สุกพอดี ไม่เน่าเสียหรือขึ้นรา

อะโวคาโดอะโวคาโด

วิธีรับประทานอะโวคาโดให้อร่อยและได้ประโยชน์

อะโวคาโดสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น

  • ทาบนขนมปังโฮลวีต

  • รับประทานคู่ไข่ต้ม

  • ทำสลัดผัก

  • ปั่นสมูทตี้กับกล้วยหรือโยเกิร์ต

  • ใส่แซนด์วิชหรือแรป

  • รับประทานคู่ปลาแซลมอนหรืออกไก่

  • ทำกัวคาโมเล (Guacamole) สำหรับจิ้มผักสด

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันดี ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด จึงมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ ระบบขับถ่าย ความดันโลหิต ผิวพรรณ และสุขภาพโดยรวม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีพลังงานค่อนข้างสูง จึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกรับประทานร่วมกับอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน