ราดำในห้องน้ำ เกิดจากอะไร? ปล่อยทิ้งไว้อันตรายไหม วิธีกำจัดเชื้อราไม่ให้กลับมา

ราดำในห้องน้ำ เกิดจากอะไร? ปล่อยทิ้งไว้อันตรายไหม วิธีกำจัดเชื้อราไม่ให้กลับมา

ราดำในห้องน้ำ เกิดจากอะไร? ปล่อยทิ้งไว้อันตรายไหม วิธีกำจัดเชื้อราไม่ให้กลับมา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ราดำในห้องน้ำ เกิดจากอะไร? ปล่อยทิ้งไว้นานๆ ไม่ขัดออกจะเกิดอันตรายไหม วิธีกำจัดเชื้อราในห้องน้ำไม่ให้กลับมา

หลายคนอาจเคยเห็นคราบสีดำตามร่องยาแนว ขอบอ่างล้างหน้า ผนัง หรือซอกมุมในห้องน้ำ แล้วคิดว่าเป็นเพียง “คราบสกปรก” ที่ทำให้ห้องน้ำดูไม่น่าใช้ แต่ความจริงแล้ว จุดดำเหล่านี้อาจเป็น เชื้อรา ที่กำลังเติบโตจากความชื้นสะสม

แม้ราดำในห้องน้ำส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้คนสุขภาพดีเกิดอันตรายรุนแรงทันที แต่การปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน อาจเพิ่มปริมาณสปอร์เชื้อราในอากาศ และกระตุ้นปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ทำไมราดำถึงชอบขึ้นในห้องน้ำ?

ราดำในห้องน้ำ เกิดจากการที่สปอร์ของเชื้อรา (Mold Spores) ที่ลอยอยู่ในอากาศตามธรรมชาติ ตกลงมาเจอสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเจริญเติบโต 

ห้องน้ำเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรา เพราะมีปัจจัยสำคัญครบ ได้แก่

  • ความชื้นสูงจากน้ำอาบ น้ำล้างมือ และไอน้ำ
  • อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
  • พื้นผิวที่มีน้ำขังหรือแห้งช้า
  • คราบสบู่ แชมพู และสารอินทรีย์ที่เป็นแหล่งอาหารของเชื้อรา

เชื้อราสามารถเติบโตได้ตามร่องยาแนว ซิลิโคนขอบอ่าง ผ้าม่านห้องน้ำ ฝ้าเพดาน หรือบริเวณที่มีความชื้นสะสม

ปล่อยราดำไว้ ไม่ขัดออก อันตรายอย่างไร?

1. กระตุ้นอาการภูมิแพ้และระคายเคืองทางเดินหายใจ

เชื้อราสามารถปล่อย สปอร์ (Mold spores) ขนาดเล็กออกสู่อากาศ เมื่อสูดดมเข้าไป อาจกระตุ้นให้เกิดอาการในบางคน เช่น

  • จาม
  • น้ำมูกไหล
  • คัดจมูก
  • คันตา น้ำตาไหล
  • ไอ หรือระคายคอ

คนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดอาจมีอาการกำเริบได้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีเชื้อราสะสม

2. เพิ่มความเสี่ยงต่ออาการหอบหืดกำเริบ

สำหรับผู้ที่มีโรคหอบหืด สปอร์ของเชื้อราเป็นหนึ่งในสารกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือมีเสียงหายใจหวีดได้

โดยเฉพาะหากห้องน้ำอยู่ใกล้ห้องนอน หรือเป็นพื้นที่ที่ใช้ทุกวัน การสัมผัสเชื้อราเป็นประจำอาจทำให้อาการควบคุมได้ยากขึ้น

3. ทำให้เกิดปัญหาผิวหนังในบางคน

การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อรา หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเชื้อรามาก อาจทำให้บางคนเกิดการระคายเคือง เช่น

  • ผิวหนังคัน
  • ผื่นแดง
  • ผิวแห้งหรืออักเสบ

4. เชื้อราอาจลุกลามจนทำความสะอาดยากขึ้น

หลายคนมักรอจนราดำขึ้นเต็มร่องยาแนวแล้วค่อยทำความสะอาด แต่เมื่อเชื้อราเติบโตมากขึ้น อาจแทรกตัวเข้าไปในวัสดุที่มีรูพรุน ทำให้กำจัดได้ยากกว่าเดิม

โดยเฉพาะซิลิโคน ยาแนว หรือวัสดุที่ดูดซับน้ำ บางครั้งแม้ขัดภายนอกออกแล้ว เชื้อราอาจยังหลงเหลืออยู่ภายใน

 

ราดำแบบไหนควรระวังเป็นพิเศษ?

ไม่ใช่ราดำทุกชนิดจะเป็น “เชื้อราพิษ” อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสีของเชื้อราไม่ได้สามารถบอกชนิดหรือระดับความอันตรายได้เสมอไป

แต่ควรให้ความสำคัญกับสถานการณ์เหล่านี้

  • มีคราบราขึ้นเป็นบริเวณกว้าง
  • มีกลิ่นอับชื้นชัดเจน
  • คนในบ้านมีอาการแพ้ ไอ หรือหายใจผิดปกติบ่อยขึ้น
  • มีน้ำรั่วซึมหรือความชื้นสะสมตลอดเวลา

วิธีกำจัดราดำในห้องน้ำอย่างถูกต้อง

1. อย่าขัดแบบแห้ง

การใช้แปรงขัดราดำแบบแห้งอาจทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายไปในอากาศ ควรทำให้พื้นผิวเปียกก่อน และสวมถุงมือหรือหน้ากากเมื่อต้องทำความสะอาด

2. ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม

สามารถใช้น้ำยากำจัดเชื้อราหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ออกแบบสำหรับห้องน้ำตามคำแนะนำบนฉลาก โดยควรระบายอากาศระหว่างใช้งาน

ไม่ควรผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาชนิดอื่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีกรด เพราะอาจเกิดก๊าซอันตรายได้

3. ลดความชื้นเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาใหม่

  • เปิดพัดลมระบายอากาศหลังอาบน้ำ

  • เปิดประตูหรือหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

  • เช็ดน้ำขังบริเวณพื้นและผนัง

  • ซ่อมจุดรั่วซึมหรือบริเวณที่มีน้ำขัง

สรุป ราดำในห้องน้ำไม่ควรมองข้าม

ราดำในห้องน้ำอาจดูเหมือนเป็นเพียงปัญหาความสะอาด แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน เชื้อราอาจเพิ่มจำนวนและปล่อยสปอร์เข้าสู่อากาศ ส่งผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่ไวต่อเชื้อรา

การกำจัดตั้งแต่เริ่มเห็นคราบ พร้อมควบคุมความชื้นในห้องน้ำ เป็นวิธีง่ายที่สุดในการลดความเสี่ยง เพราะห้องน้ำที่สะอาดและแห้ง ไม่เพียงช่วยให้บ้านน่าอยู่ขึ้น แต่ยังช่วยลดสิ่งกระตุ้นที่อาจกระทบระบบทางเดินหายใจด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล