เคยเป็นกันมั้ย? นอนอยู่ดีๆ แล้วรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง เกิดจากอะไรกันแน่

ไขความลับ นอนแล้วรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง เป็นเพราะอะไรกันแน่?
เคยสะดุ้งสุดตัวเหมือนกำลังจะตกจากที่สูงขณะกำลังหลับไหม? อาการนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และแม้จะทำให้ตกใจ แล้วการกระตุกขณะหลับนี้ กำลังบอกอะไรกับร่างกายของเราอยู่บ้าง? ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดูกันว่าอาการนี้คืออะไรกันแน่ พร้อมกับวิธีรับมือแบบถูกต้อง
อาการนอนแล้วรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง คืออะไร?
อาการที่รู้สึกเหมือนตกจากที่สูงขณะนอนหลับ หรือที่เรียกว่า Hypnic jerk หรือ การกระตุกขณะหลับ เป็นอาการที่พบได้บ่อยและโดยปกติจะไม่อันตราย มักเกิดจากการที่สมองเข้าใจผิดว่าร่างกายกำลังตก ซึ่งทำให้เกิดการกระตุกของกล้ามเนื้อและสะดุ้งตื่นขึ้น สาเหตุหลักของอาการนี้อาจมาจากความเครียด, การอ่อนเพลีย, หรือการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป
สาเหตุของอาการนอนแล้วรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง
แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดยังไม่พบ แต่จากการศึกษาวิจัยได้มีการสันนิษฐานถึงปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอาการนี้ ดังนี้:
- ความเครียดและความวิตกกังวล: ความเครียดสะสมอาจทำให้ระบบประสาทส่วนกลางเกิดการทำงานผิดปกติในช่วงเริ่มต้นของการนอนหลับ
- การออกกำลังกายหนักเกินไป: การออกกำลังกายที่หนักเกินไปใกล้เวลานอนมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายยังตื่นตัวสูงเกินไป
- การดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน: การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงบ่ายหรือเย็นก่อนนอน
- การนอนหลับไม่เพียงพอ: การอดนอนหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สมองอ่อนล้าและทำงานผิดพลาดได้ง่าย
ผลกระทบของอาการนอนแล้วรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง
แม้อาการนี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพโดยตรง แต่ก็อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกและรบกวนการนอนหลับได้:
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ: การสะดุ้งตื่นกลางดึก ทำให้รอบการนอนหลับไม่ต่อเนื่องและอาจนอนหลับไม่สนิท
- หัวใจเต้นเร็ว: การสะดุ้งตื่นกะทันหันอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นชั่วขณะ ซึ่งเป็นผลจากการตกใจ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง: หากอาการกระตุกเกิดขึ้นอย่างรุนแรง อาจทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกอ่อนแรงชั่วคราว
วิธีแก้ไขอาการนอนแล้วรู้สึกเหมือนตกจากที่สูง
การปรับพฤติกรรมการนอนสามารถช่วยลดความถี่ของการกระตุกขณะหลับได้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้:
1. ปรับการนอนให้มีคุณภาพ
พยายามเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ และปรับท่านอนหรือที่นอนที่เหมาะสมกับการนอน จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและหลับได้สนิทมากขึ้น
2. คลายเครียดก่อนนอน
ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น การฟังเพลงเบา ๆ หรือการอ่านหนังสือที่ไม่กระตุ้นความคิด เพื่อลดความวิตกกังวลสะสมก่อนเข้านอน ซึ่งจะช่วยให้สมองเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ง่ายขึ้น
3. ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
การเล่นโทรศัพท์หรือดูโทรทัศน์ก่อนนอนจะทำให้นอนหลับไม่เต็มที่ เพราะแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์เหล่านี้รบกวนการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยในการนอนหลับ ให้หยุดเล่นโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือดูโทรทัศน์ ก่อนเข้านอนประมาณ 30–60 นาที
4. จำกัดการบริโภคคาเฟอีน
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น เช่น กาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้ระบบประสาทตื่นตัวและรบกวนวงจรการนอนหลับ
เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์
หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมากจนรบกวนการนอนหลับ หรือเป็นอาการกระตุกที่รุนแรงผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางระบบประสาท ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
แหล่งอ้างอิง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
