สูตรลดหุ่น ด้วยน้ำอุ่น 3 แก้ว

สูตรลดหุ่น ด้วยน้ำอุ่น 3 แก้ว
นิตยสาร ชีวจิต

สนับสนุนเนื้อหา

สูตรลดหุ่น จากน้ำอุ่น? หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องคุณประโยชน์มากมายของการดื่ม “น้ำอุ่น” มาบ้างแล้ว และอาจสงสัยว่าแค่เพียงดื่มน้ำอุ่นอย่างน้อย 3 แก้ว (ร่วมกับการออกกำลังกายอีกนิดหน่อย) จะส่งผลต่อการลดน้ำหนักได้อย่างไร

คำตอบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้และความรู้ความเข้าใจเรื่องการดื่มน้ำอุ่นเพื่อลดน้ำหนักกำลังจะเปิดเผยผ่านน้ำอุ่นแก้วนี้ค่ะ!

1. ตื่นนอนตอนเช้าดื่มน้ำอุ่น ที่มีอุณหภูมิประมาณ 45-50 องศาเซลเซียส 1 แก้ว

2. ดื่มน้ำอุ่นอึกแรกอย่าเพิ่งกลืนลงท้อง ให้กลั้วคอทำความสะอาดช่องปากแล้วบ้วนทิ้งก่อน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคในช่องปาก

3. ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ดื่ม ห้ามดื่มอึกใหญ่โดยเด็ดขาด เพื่อกระตุ้นอวัยวะภายในอย่างช้าๆ น้ำ 1 แก้วควรใช้เวลาดื่มประมาณ 10 นาทีจึงจะเหมาะสมที่สุด

ฝึกตัวเองให้เคยชินกับการดื่มน้ำอุ่นทุกเช้า หากไม่มีเวลาเพราะต้องรีบออกจากบ้าน ก็ควรให้ตัวเองได้ดื่มน้ำอุ่นวันละ 4-5 แก้ว วิธีนี้ก็ให้ผลในการลดน้ำหนักได้เช่นเดียวกัน

Expert Says: หนังสือ ดื่มน้ำอุ่นลดหุ่น โดยสํานักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพกล่าวว่า หากต้องการให้การเผาผลาญไขมันในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเร่งอัตราการเผาผลาญของร่างกาย เมื่อดื่มน้ำอุ่น อุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้จะเท่ากับความร้อนเมื่อร่างกายใช้พลังงานขณะออกกำลังกาย จึงช่วยเผาผลาญไขมันและทำให้น้ำหนักลดลงได้

นอกจากนี้ การดื่มน้ำอุ่นยังช่วยกระตุ้นความรู้สึกอบอุ่นที่เยื่อเมือกในช่องปาก เพิ่มความเร็วในการไหลเวียนของเลือดไปยังกระเพาะอาหาร ซึ่งจะส่งสัญญาณให้สมองรับรู้ว่าอิ่มได้เร็วขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักอีกทางหนึ่ง

____________________

Did You Know?
รู้ได้อย่างไรว่าอ้วนลงพุง

ผู้ชาย ไม่ควรมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร และผู้หญิง ไม่ควรมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร โดยมีภาวะต่อไปนี้ร่วมด้วยอย่างน้อย 2 ข้อ

ความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ 130/80 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป (ความดันโลหิตตัวใดตัวหนึ่งสูงก็ถือว่าผิดปกติ)

– น้ำตาลในเลือดสูง ตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป

– ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป

– โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL cholesterol) ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ชาย หรือต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้หญิง

ข้อมูลจาก : ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!