ของใช้ชิ้นนี้ในห้องครัว สะสมเชื้อโรคมากกว่าฝาชักโครก แต่หลายบ้านใช้ทุกวัน
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
หากถามว่าจุดไหนในบ้านสกปรกที่สุด หลายคนคงตอบว่า ห้องน้ำ หรือ ฝาชักโครก
แต่ผลการศึกษาหลายชิ้นกลับพบว่า ฟองน้ำล้างจาน อาจเป็นหนึ่งในของใช้ที่มีการสะสมของแบคทีเรียจำนวนมาก เพราะมีทั้งความชื้น เศษอาหาร และคราบไขมัน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยแนะนำให้ดูแลฟองน้ำล้างจานอย่างสม่ำเสมอ
ทำไมฟองน้ำล้างจานถึงสะสมเชื้อโรคได้มาก?
แม้ฟองน้ำจะใช้สำหรับ "ทำความสะอาด" แต่ลักษณะของมันกลับเอื้อต่อการสะสมของจุลินทรีย์
1. มีรูพรุนจำนวนมาก
ฟองน้ำมีช่องว่างเล็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งสามารถกักเก็บเศษอาหารและคราบไขมันเอาไว้ได้
แม้ล้างด้วยน้ำเปล่า เศษอาหารบางส่วนก็อาจยังตกค้างอยู่ภายใน
2. เปียกแทบตลอดเวลา
หลังล้างจาน ฟองน้ำมักยังชื้น และหลายบ้านวางไว้ในอ่างล้างจานหรือภาชนะที่อับอากาศ
ความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้จุลินทรีย์หลายชนิดเจริญเติบโตได้ดี
3. ใช้ล้างทุกอย่าง
หลายบ้านใช้ฟองน้ำเพียงก้อนเดียวล้าง
- จาน
- หม้อ
- เขียง
- ภาชนะที่ใส่เนื้อดิบ
- ซิงก์ล้างจาน
การใช้ร่วมกันแบบนี้เพิ่มโอกาสเกิด การปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) คือการที่จุลินทรีย์จากอาหารดิบปนเปื้อนไปยังภาชนะหรือพื้นผิวอื่น
จริงไหมที่สกปรกกว่าฝาชักโครก?
คำว่า "สกปรกกว่าฝาชักโครก" เป็นการเปรียบเทียบที่มักอ้างอิงจากการศึกษาที่ตรวจพบแบคทีเรียจำนวนมากในฟองน้ำล้างจานบางตัวอย่าง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าฟองน้ำทุกก้อนจะสกปรกกว่าฝาชักโครกเสมอไป
ปริมาณจุลินทรีย์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ความถี่ในการใช้งาน
- วิธีทำความสะอาด
- การผึ่งให้แห้ง
- ระยะเวลาที่ใช้งาน
หากดูแลอย่างถูกต้อง ฟองน้ำก็สามารถใช้งานได้อย่างถูกสุขลักษณะ
สัญญาณว่าได้เวลาเปลี่ยนฟองน้ำแล้ว
ควรเปลี่ยนเมื่อพบว่า
- มีกลิ่นอับ
- ล้างแล้วกลิ่นยังไม่หาย
- ฟองน้ำเริ่มเปื่อย
- มีคราบดำ
- ขาดหรือยุ่ย
- ไม่เกิดฟองเหมือนเดิม
ไม่ควรรอจนฟองน้ำขาดก่อนจึงเปลี่ยน
วิธีลดการสะสมของเชื้อโรคในฟองน้ำ
ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
ล้างเศษอาหารออกทุกครั้ง
หลังล้างจาน ควรล้างฟองน้ำด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ รอบ
บีบน้ำออกให้มากที่สุด
ยิ่งฟองน้ำแห้งเร็ว ก็ยิ่งลดความชื้นที่เอื้อต่อการเจริญของจุลินทรีย์
ผึ่งในที่อากาศถ่ายเท
หลีกเลี่ยงการวางฟองน้ำไว้ในภาชนะที่มีน้ำขังหรือมุมอับชื้น
แยกฟองน้ำตามการใช้งาน
ควรใช้คนละก้อนสำหรับ
- ล้างจาน
- ล้างเขียงที่สัมผัสเนื้อดิบ
- เช็ดซิงก์
เพื่อลดการปนเปื้อนข้าม
เปลี่ยนเมื่อเสื่อมสภาพ
แม้ยังใช้งานได้ แต่หากเริ่มมีกลิ่นหรือเปื่อย ก็ควรเปลี่ยนใหม่
ของใช้ในครัวที่ควรดูแลไม่แพ้ฟองน้ำ
นอกจากฟองน้ำล้างจานแล้ว ยังมีของใช้ที่ควรทำความสะอาดเป็นประจำ เช่น
- ผ้าเช็ดมือในครัว
- เขียง
- ซิงก์ล้างจาน
- ที่คว่ำจาน
- ที่เปิดกระป๋อง
- มือจับตู้เย็น
สิ่งของเหล่านี้สัมผัสกับมือและอาหารอยู่เป็นประจำ จึงควรล้างและเช็ดให้แห้งเพื่อลดการสะสมของจุลินทรีย์
สรุป
แม้ ฟองน้ำล้างจาน จะเป็นอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด แต่หากปล่อยให้ชื้น มีเศษอาหารตกค้าง และใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ดูแล ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียจำนวนมากได้
อย่างไรก็ตาม ประโยคที่ว่า "สกปรกกว่าฝาชักโครก" เป็นเพียงการเปรียบเทียบจากผลการศึกษาบางกรณี ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นกับฟองน้ำทุกก้อนเสมอไป
การล้างฟองน้ำหลังใช้งาน บีบน้ำออก ผึ่งให้แห้ง และเปลี่ยนเมื่อเริ่มเสื่อมสภาพ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ห้องครัวสะอาดและลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนในชีวิตประจำวัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)