อย่าเก็บชีสแบบนี้ เปิดห่อแล้วควรเก็บอย่างไร อยู่ในตู้เย็นได้นานแค่ไหน

อย่าเก็บชีสแบบนี้ เปิดห่อแล้วควรเก็บอย่างไร อยู่ในตู้เย็นได้นานแค่ไหน

อย่าเก็บชีสแบบนี้ เปิดห่อแล้วควรเก็บอย่างไร อยู่ในตู้เย็นได้นานแค่ไหน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชีสเป็นวัตถุดิบที่หลายบ้านซื้อติดตู้เย็นไว้ทำอาหาร แซนด์วิช พาสต้า หรือรับประทานคู่กับขนมปัง แต่เมื่อเปิดห่อแล้ว หลายคนอาจเก็บชีสกลับเข้าตู้เย็นด้วยวิธีเดิม โดยไม่รู้ว่าการสัมผัสอากาศและความชื้นสามารถทำให้คุณภาพของชีสเปลี่ยนไปได้

ที่สำคัญ ชีสแต่ละชนิดมีอายุการเก็บรักษาหลังเปิดห่อไม่เท่ากัน ชีสแข็งมักเก็บได้นานกว่าชีสสดหรือชีสนิ่ม ดังนั้นการรู้วิธีเก็บที่เหมาะสมจึงช่วยรักษารสชาติ เนื้อสัมผัส และลดความเสี่ยงจากการรับประทานชีสที่เสื่อมคุณภาพ

เปิดห่อชีสแล้ว ไม่ควรเก็บแบบไหน?

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการเปิดซองชีสแล้วนำกลับเข้าตู้เย็นโดยปล่อยให้บรรจุภัณฑ์เปิดหรือปิดไม่สนิท เพราะอากาศและความชื้นในตู้เย็นสามารถส่งผลต่อคุณภาพของชีสได้ นอกจากนี้ ชีสยังสามารถดูดซับกลิ่นจากอาหารอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้อีกด้วย

การใช้มือหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาดหยิบชีสก็เป็นอีกปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสการปนเปื้อน ดังนั้นควรใช้มือที่สะอาดหรืออุปกรณ์สะอาดทุกครั้ง และไม่ควรนำชีสที่ถูกวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลานานกลับมาเก็บเพื่อรับประทานต่อ

วิธีเก็บชีสหลังเปิดห่อที่ถูกต้อง

หลังเปิดห่อ ควรปิดบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด หรือย้ายชีสใส่ภาชนะสำหรับเก็บอาหารที่สะอาดและมีฝาปิดสนิท สำหรับชีสที่ต้องแบ่งใช้หลายครั้ง ควรแบ่งเฉพาะปริมาณที่จะรับประทาน และหลีกเลี่ยงการเปิดภาชนะบ่อยโดยไม่จำเป็น

ควรเก็บชีสไว้ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิคงที่ และเลือกบริเวณที่เหมาะสมสำหรับการเก็บอาหารมากกว่าการวางไว้ในช่องประตูตู้เย็น ซึ่งเป็นบริเวณที่อุณหภูมิอาจเปลี่ยนแปลงจากการเปิดและปิดประตูบ่อยครั้ง

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือการเก็บชีสให้ห่างจากอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะชีสสามารถรับกลิ่นจากอาหารอื่นได้ หากต้องการรักษารสชาติและกลิ่นของชีส ควรปิดห่อหรือภาชนะให้มิดชิดทุกครั้งหลังใช้งาน

ชีสเปิดห่อแล้ว เก็บในตู้เย็นได้นานแค่ไหน?

ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับชีสทุกประเภท เนื่องจากชีสมีปริมาณความชื้น วิธีผลิต และบรรจุภัณฑ์แตกต่างกัน นอกจากนี้ อุณหภูมิตู้เย็นและวิธีเก็บหลังเปิดห่อก็มีผลต่ออายุการเก็บเช่นกัน

โดยทั่วไป ชีสเนื้อแข็งและกึ่งแข็งจะเก็บได้นานกว่าชีสสดและชีสนิ่ม แต่ควรยึดคำแนะนำบนฉลากของผู้ผลิตเป็นหลัก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ระบุให้บริโภคภายในระยะเวลาหนึ่งหลังเปิดบรรจุภัณฑ์

ประเภทชีส แนวทางหลังเปิดห่อ สิ่งที่ควรสังเกต
ชีสแข็ง เช่น พาร์เมซาน โดยทั่วไปเก็บได้นานกว่าชีสนิ่ม หากห่อและเก็บอย่างเหมาะสม เชื้อรา กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนไป
ชีสกึ่งแข็ง เช่น เชดดาร์ สามารถเก็บต่อในตู้เย็นได้หลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และวิธีเก็บ ความแห้ง เชื้อรา และกลิ่นผิดปกติ
ชีสแผ่น ควรปิดบรรจุภัณฑ์ให้สนิทและบริโภคตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ เนื้อสัมผัส สี และกลิ่น
ชีสขูด มักมีอายุสั้นกว่าชีสก้อน เนื่องจากมีพื้นที่สัมผัสอากาศมากกว่า ความชื้นจับตัวเป็นก้อน เชื้อรา และกลิ่นผิดปกติ
ครีมชีส ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บในตู้เย็น โดยยึดคำแนะนำหลังเปิดจากฉลาก กลิ่น สี และเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนไป
ชีสนิ่มหรือชีสสด มักมีอายุการเก็บหลังเปิดสั้นกว่าชีสแข็ง ควรรับประทานตามคำแนะนำของผู้ผลิต เชื้อรา เมือก กลิ่นผิดปกติ และสีเปลี่ยน

ทำไมชีสแต่ละชนิดจึงเก็บได้นานไม่เท่ากัน?

ปัจจัยสำคัญคือปริมาณความชื้นในชีส ชีสที่มีความชื้นสูง เช่น ชีสสดและชีสนิ่ม มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเจริญของจุลินทรีย์มากกว่าชีสที่มีความชื้นต่ำ จึงมักมีอายุการเก็บรักษาสั้นกว่า

นอกจากนี้ รูปแบบของชีสก็มีผลเช่นกัน ชีสขูดหรือชีสที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ มีพื้นที่สัมผัสกับอากาศมากกว่าชีสก้อน จึงต้องใส่ใจเรื่องการปิดบรรจุภัณฑ์และการป้องกันความชื้นมากเป็นพิเศษ

ชีสขึ้นรา ตัดส่วนที่ขึ้นราออกแล้วกินต่อได้ไหม?

การเห็นเชื้อราบนชีสไม่ได้หมายความว่าชีสทุกชนิดสามารถตัดเฉพาะส่วนที่ขึ้นราออกแล้วรับประทานต่อได้ หลักการจัดการแตกต่างกันตามประเภทและลักษณะของชีส โดยเฉพาะชีสนิ่มและชีสที่มีความชื้นสูง ซึ่งควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

สำหรับชีสที่มีเชื้อราซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตตามปกติ หากไม่แน่ใจว่าเป็นเชื้อราชนิดใด หรือชีสมีลักษณะเปลี่ยนไปทั้งกลิ่น สี และเนื้อสัมผัส ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือทิ้ง ไม่ควรเสี่ยงรับประทานต่อเพียงเพราะตัดส่วนที่มองเห็นเชื้อราออก

สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าชีสไม่ควรกินแล้ว?

ก่อนรับประทานชีสที่เปิดห่อแล้ว ควรตรวจดูสภาพของชีสทุกครั้ง หากมีกลิ่นผิดปกติจากลักษณะของชีสนั้น มีเชื้อราที่ไม่ควรเกิดขึ้น มีเมือก สีเปลี่ยน หรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

ไม่ควรใช้วิธีชิมเพียงเล็กน้อยเพื่อทดสอบว่าชีสเสียหรือไม่ เพราะอาหารที่เสื่อมคุณภาพอาจมีจุลินทรีย์ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้จากรสชาติหรือกลิ่นเพียงอย่างเดียว หากสงสัยว่าชีสเก็บไว้นานเกินไปหรือมีสภาพผิดปกติ การทิ้งถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

เคล็ดลับเก็บชีสให้มีคุณภาพดีได้นานขึ้น

หลังเปิดห่อ ควรปิดบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะให้สนิททุกครั้ง ใช้อุปกรณ์สะอาดในการหยิบจับ และนำกลับเข้าตู้เย็นโดยเร็วหลังใช้งาน นอกจากนี้ ควรเก็บชีสให้ห่างจากอาหารที่มีกลิ่นแรง และหลีกเลี่ยงการนำชีสเข้าออกจากตู้เย็นบ่อยครั้ง

สำหรับชีสที่ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่ได้เปิด ควรเก็บตามคำแนะนำบนฉลาก และเมื่อเปิดแล้วควรตรวจสอบว่าผู้ผลิตระบุให้บริโภคภายในกี่วัน หากคำแนะนำบนฉลากแตกต่างจากระยะเวลาโดยทั่วไป ควรยึดคำแนะนำของผู้ผลิตเป็นหลัก

สรุปวิธีเก็บชีสหลังเปิดห่อ

การเปิดห่อชีสแล้วนำกลับเข้าตู้เย็นทันทีไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือควรเก็บให้เหมาะกับชนิดของชีสและปิดบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด ชีสแข็งและชีสกึ่งแข็งมักเก็บได้นานกว่าชีสนิ่มหรือชีสสด ขณะที่ชีสขูดอาจเสื่อมคุณภาพได้เร็วกว่าเนื่องจากมีพื้นที่สัมผัสอากาศมากขึ้น

หากต้องการให้ชีสมีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อการรับประทาน ควรยึดคำแนะนำบนฉลากเป็นหลัก เก็บในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิเหมาะสม และตรวจสอบกลิ่น สี เนื้อสัมผัส และการเกิดเชื้อราก่อนรับประทานทุกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม สายชีสต้องรู้! ระยะเวลา "ชีส" ที่แกะห่อแล้ว เก็บในตู้เย็นได้นานแค่ไหน?

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล