มะกอกคือน้ำมันหรือผลไม้? ไขข้อสงสัยที่หลายคนเข้าใจผิด พร้อมรู้จักประโยชน์ของมะกอกและน้ำมันมะกอก
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า “น้ำมันมะกอก” แต่กลับไม่แน่ใจว่ามะกอกเป็นพืชประเภทใด บางคนอาจเข้าใจว่าน้ำมันมะกอกเป็นสิ่งเดียวกับผลมะกอก ทั้งที่จริงแล้ว มะกอกเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง และน้ำมันมะกอกคือน้ำมันที่สกัดออกมาจากผลของต้นมะกอก
1. มะกอกคือผลไม้ ไม่ใช่น้ำมัน
มะกอกเป็นผลไม้ที่เกิดจากต้นมะกอก โดยผลมีเนื้อและเมล็ดเช่นเดียวกับผลไม้ทั่วไป เพียงแต่ชนิดของมะกอกที่นำมารับประทานและนำไปผลิตน้ำมันอาจแตกต่างกัน
เมื่อผ่านกระบวนการบดและสกัด จะได้น้ำมันที่เรียกว่า น้ำมันมะกอก (Olive Oil) ดังนั้นจึงควรแยกให้ออกระหว่าง “ผลมะกอก” กับ “น้ำมันมะกอก”
2. แล้วน้ำมันมะกอกทำมาจากอะไร?
น้ำมันมะกอกได้จากการนำผลมะกอกมาผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อแยกน้ำมันออกจากส่วนประกอบอื่นของผล
จุดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะน้ำมันมะกอกไม่ใช่น้ำมันที่มาจากเมล็ดเหมือนน้ำมันพืชหลายชนิด แต่เป็นน้ำมันที่ได้จาก ส่วนเนื้อของผลมะกอกเป็นหลัก
3. มะกอกกับน้ำมันมะกอก มีคุณค่าต่างกันอย่างไร?
ควรแยกเป็น 2 ส่วน เพราะการรับประทาน “ผลมะกอก” กับการใช้น้ำมันมะกอกให้สารอาหารไม่เหมือนกัน
- ผลมะกอก มีน้ำ ไขมัน ใยอาหาร และสารประกอบจากพืชบางชนิด
- น้ำมันมะกอก มีไขมันเป็นองค์ประกอบหลัก โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
- ผลมะกอกมีส่วนประกอบอื่นที่น้ำมันอาจไม่มีหรือมีในปริมาณน้อย เช่น ใยอาหาร
ดังนั้นจึงไม่ควรคิดว่าน้ำมันมะกอกมีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนการกินผลมะกอกทั้งผล
4. ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกที่น่าสนใจ
น้ำมันมะกอก โดยเฉพาะชนิด Extra Virgin Olive Oil เป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และมีสารประกอบฟีนอลิกที่พบตามธรรมชาติ
เมื่อใช้แทนไขมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูงในอาหาร อาจเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
5. ไขมันไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงทั้งหมด
อีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดคือ “น้ำมัน = ไม่ดีต่อสุขภาพ”
ความจริงคือร่างกายยังต้องการไขมัน และชนิดของไขมันมีความสำคัญ การเลือกไขมันไม่อิ่มตัวแทนไขมันอิ่มตัวในอาหารเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้รูปแบบการกินมีคุณภาพมากขึ้น
6. ผลมะกอกเองก็มีประโยชน์
หากพูดถึงผลมะกอก สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงไขมัน แต่ยังมีสารอาหารและสารประกอบจากพืช รวมถึงใยอาหารด้วย
อย่างไรก็ตาม มะกอกที่วางขายทั่วไปจำนวนมากผ่านการหมักหรือดอง และอาจมีโซเดียมค่อนข้างสูง จึงควรรับประทานในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมโซเดียม
7. น้ำมันมะกอกแบบไหนที่ควรรู้จัก?
สามารถอธิบายความแตกต่างของประเภทหลัก ๆ ให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย เช่น
- Extra Virgin Olive Oil – ผ่านกระบวนการทางกลและมีข้อกำหนดด้านคุณภาพและความเป็นกรด
- Virgin Olive Oil – เป็นน้ำมันมะกอกที่ได้จากกระบวนการทางกลเช่นกัน แต่มีเกณฑ์คุณภาพแตกต่างจาก Extra Virgin
- Olive Oil – โดยทั่วไปหมายถึงน้ำมันมะกอกที่ผ่านการกลั่นและผสมกับน้ำมันมะกอกเวอร์จินในบางผลิตภัณฑ์
การเลือกชนิดจึงควรดูฉลากและลักษณะการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องคิดว่ายิ่งแพงยิ่งเหมาะกับทุกเมนู
8. กินหรือใช้น้ำมันมะกอกอย่างไรให้เกิดประโยชน์?
สิ่งสำคัญไม่ใช่การเพิ่มน้ำมันมะกอกเข้าไปในอาหารทุกมื้อ แต่คือ ใช้แทนไขมันบางชนิดที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
ตัวอย่างเช่น ใช้เป็นส่วนหนึ่งของน้ำสลัด ใช้ผัดอาหาร หรือใช้ประกอบอาหารตามความเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงปริมาณพลังงานด้วย เพราะน้ำมันทุกชนิดให้พลังงานค่อนข้างสูง
มะกอกเป็นผลไม้ ส่วนน้ำมันมะกอกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสกัดน้ำมันจากผลมะกอก ทั้งสองอย่างจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และมีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกัน
หากเลือกน้ำมันมะกอกมาใช้ในอาหาร จุดเด่นที่ควรให้ความสนใจคือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและสารประกอบจากพืชบางชนิด ขณะที่การกินผลมะกอกจะได้รับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ใยอาหารด้วย แต่ควรระวังโซเดียมในมะกอกดองหรือมะกอกหมัก
ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รู้ว่า “มะกอกคือน้ำมันหรือผลไม้” แต่ควรรู้ด้วยว่าแต่ละรูปแบบให้คุณค่าต่างกัน และเลือกใช้ให้เหมาะกับอาหารและปริมาณที่รับประทาน
อ่านเพิ่มเติม 3 ผลไม้ที่มี "ไขมันดี" สารอาหารจำเป็นต่อหลอดเลือดและหัวใจ กินไขมันเพื่อลดไขมัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

