นักกำหนดอาหารยกให้ "ชาชนิดนี้" ดีที่สุดในการช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

น้ำชาขิง ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในชาที่ช่วยลดการอักเสบได้ดีที่สุด เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารสำคัญอย่างจินเจอรอล (Gingerol) ซึ่งมีส่วนช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกาย อันเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางประเภท
นอกจากรสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์แล้ว น้ำชาขิง ยังได้รับความนิยมในฐานะเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร และดูแลสุขภาพโดยรวมได้ในแก้วเดียว เราจะพาไปดูว่าทำไมชาขิงจึงโดดเด่นกว่าชาชนิดอื่นในเรื่องการลดการอักเสบ และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
น้ำขิง เครื่องดื่มลดการอักเสบที่นักกำหนดอาหารแนะนำ
ชาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับ 2 ของโลก รองจากน้ำเปล่า และมีการดื่มกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะทำจากใบชา รากพืช ดอกไม้ หรือผลไม้แห้ง ล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพแตกต่างกันไป
ในบรรดาชาหลากหลายชนิด "น้ำชาขิง" ได้รับการยกย่องเป็นพิเศษในด้านการช่วยลดการอักเสบ ด้วยรสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์ และมีสารสำคัญที่ส่งผลดีต่อสุขภาพหลายด้าน
น้ำขิงช่วยลดการอักเสบได้อย่างไร?
ขิงมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพสำคัญ เช่น จินเจอรอล (Gingerol) และโชกาออล (Shogaol) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
งานวิจัยพบว่าสารเหล่านี้ช่วยเสริมระบบป้องกันอนุมูลอิสระตามธรรมชาติของร่างกาย ช่วยลดความเสียหายของเซลล์และลดกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
ขิงช่วยบรรเทาอาการจากโรคอักเสบบางชนิด
ขิงไม่ได้มีดีแค่ช่วยลดอาการคลื่นไส้เท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลที่ชี้ว่าอาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบ โรคสะเก็ดเงิน โรคลูปัส รวมถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังบางชนิดได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยบางส่วนที่พบว่าขิงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ในระดับใกล้เคียงกับยาแก้ปวดบางชนิด และอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด คอเลสเตอรอล และไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะอักเสบเรื้อรัง

การอักเสบเรื้อรัง คืออะไร?
การอักเสบเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น อาการบวม แดง หรือเจ็บหลังเกิดบาดแผลเล็ก ๆ ซึ่งเรียกว่า "การอักเสบเฉียบพลัน" และมักหายไปเมื่อร่างกายฟื้นตัว
แต่การอักเสบเรื้อรังเป็นภาวะที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมีความเกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และมะเร็ง
ดื่มน้ำขิงอย่างไรให้ได้ประโยชน์
หากใช้ขิงสด สามารถหั่นขิงขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือเป็นแว่นบาง ๆ แล้วต้มกับน้ำประมาณ 4 ถ้วย นาน 15 นาที จากนั้นกรองกากออกก่อนดื่ม
สำหรับน้ำขิงแบบซองหรือแบบใบชา สามารถชงกับน้ำร้อนและแช่ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที ก่อนดื่มได้ทันที
ไอเดียเพิ่มน้ำขิงในเมนูประจำวัน
- ดื่มเป็นชาร้อนช่วงเช้า
- ทำเป็นน้ำขิงเย็นเพิ่มความสดชื่น
- นำไปปั่นรวมกับสมูทตี
- ดื่มระหว่างวันแทนเครื่องดื่มหวาน
ข้อดีอีกอย่างคือน้ำขิงไม่มีคาเฟอีน จึงสามารถดื่มได้ตลอดวัน และยังช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันอีกด้วย
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
สรุป
น้ำขิง เป็นเครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ ซึ่งอาจช่วยลดการอักเสบในร่างกายและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมได้ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปเรื่องปริมาณที่เหมาะสมที่สุด แต่การดื่มน้ำขิงเป็นประจำร่วมกับการนอนหลับเพียงพอ ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่สมดุล ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ในการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงจากการอักเสบเรื้อรัง
อ่านเพิ่มเติม
- ฮาร์วาร์ดแนะนำ "ขิง" สมุนไพรมากประโยชน์ ตำราแพทย์โบราณยกเป็น "มหาโอสถ"
- อาหารและยาที่ไม่ควรกินร่วมกับ "ขิง" เพราะอาจต้านฤทธิ์ยาในร่างกาย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
