"ร้อนใน-แผลในปาก" ทำอย่างไรถึงจะหายเร็ว ?

"ร้อนใน-แผลในปาก" ทำอย่างไรถึงจะหายเร็ว ?
GED Good Life

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าอยู่ดีๆ กินข้าวได้น้อยลง บ่นเจ็บในปาก อาจเป็นเพราะกำลังเผชิญกับ ร้อนใน เป็นแผลในปาก โดยร้อนในเจอได้ทุกวัย ตั้งแต่เด็ก อาจจะไม่ใช่โรคอันตรายร้ายแรง แต่เป็นแล้ว ทำให้ลำบากในการใช้ชีวิต ยิ่งถ้าเป็นมาก ๆ อาจทำให้อยากอาหารน้อยลง กินข้าวไม่ได้ หรือ ที่สำคัญคือ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังอ่อนแอได้

แผลร้อนใน (Recurrent aphthous ulcer) เป็นแผลที่พบได้บ่อยบนเยื่อเมือกช่องปาก มักเริ่มเป็นตั้งแต่วัยเด็ก และวัยหนุ่มสาว ลักษณะเฉพาะของแผลจะเป็นแผลขนาดเล็กลักษณะกลม หรือ รี มีเยื่อเทียมสีเหลืองเทาปกคลุม ล้อมรอบด้วยรอยแดงแผลอาจเกิดเป็นแผลเดี่ยว หรือหลายแผล เวลาเป็นร้อนในจะมีอาการเจ็บ ปวดที่แผลด้วย

ลักษณะของแผลร้อนใน

แผลร้อนใน เป็นมากหรือน้อย อาจแบ่งได้ตามลักษณะของแผล โดยแบ่งลักษณะแผล ได้ 3 ลักษณะ คือ

1. แผลร้อนในขนาดเล็ก (Minor aphthous ulcer)

เป็นแผลขนาดเล็กลักษณะกลม หรือ รี มีเยื่อเทียมสีเหลืองเทาปกคลุม ล้อมรอบด้วยขอบอักเสบแดงขนาดของแผลมักจะไม่เกิน 5 มิลลิเมตร แผลอาจเกิดเป็นแผลเดี่ยว หรือหลายแผล มักเกิดที่ เยื่อเมือกริมฝีปาก เยื่อเมือกแก้ม ส่วนทบเยื่อเมือกด้านแก้ม ขอบของลิ้น เพดานอ่อน และพื้นปาก แผลจะหายภายใน 10-14 วัน และไม่พบแผลเป็น

2. แผลร้อนในขนาดใหญ่ (Major aphthous ulcer)

เป็นแผลขนาดใหญ่โดยพบว่าขนาดอาจใหญ่กว่า10 มิลลิเมตรเป็นแผลลึก มีเนื้อตายที่ก้นแผลขอบของแผลยกนูน และ รอบ ๆ แผลจะมีการบวมและอักเสบแดง อาจพบการหายของแผลแบบมีแผลเป็น

3. แผลชนิดคล้ายเฮอร์ปีส์ (Herpetiform ulcer)

พบเป็นแผลเล็กๆ รูปร่างกลมหรือรีขนาดเท่าหัวเข็มหมุดหลายแผลอยู่เป็นกลุ่ม แผลหลายแผลอาจจะรวมกันเป็นแผลขนาดใหญ่ขอบไม่เรียบ ลักษณะแผลจะคล้ายเฮอร์ปีส์แผลสามารถพบได้ทุกบริเวณในช่องปากผู้ป่วยมักมีอาการเจ็บปวด ทำให้การรับประทานอาหาร และ การกลืนลำบาก

สาเหตุของ อาการร้อนใน เป็นแผลในปาก

  • แพ้อาหาร

  • มีภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ

  • โรคลำไส้อักเสบ

  • ความเครียด

  • ท้องผูก ดื่มน้ำน้อย

  • กัดโดนเยื่อบุปาก

  • เคี้ยวของแข็ง

  • แปรงฟันผิดวิธี

  • รับประทานอาหารเผ็ดร้อน

  • พักผ่อนน้อย


ร้อนในเป็นแผลในปาก เพราะขาดวิตามินจริงหรือ ?

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดร้อนใน แผลในปาก อาจเพราะขาดสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี12 ธาตุเหล็ก วิตามินซี สังกะสี หรือ กรดโฟลิก ดังนั้นในเด็กที่ไม่ได้รับสารอาหารบางอย่างเพียงพอ ก็อาจทำให้ภูมิคุ้มกันไม่ดี รวมถึงมีอาการแผลร้อนในได้เช่นกัน


อาการร้อนใน ทำอย่างไรถึงจะหายเร็ว ?

- หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด หรือมีกรด รสเปรี้ยวจัด เช่น ของหมักดอง ขนมหวานเหนียว ๆ

- บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ วันละ 2-3 ครั้ง

- ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นในช่องปาก และลดความร้อนในร่างกาย

- กินอาหารจืดๆ เย็น ๆ ถ้าเป็นแผลร้อนใน อาจจะทำให้กินอาหารได้น้อยลง ควรเน้นอาหารอ่อน ๆ รสจืด หรือ ฤทธิ์เย็น เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ต้มจืด แตงกวา ตำลึง ฟักเขียว เก๊กฮวย ใบบัวบก เพื่อช่วยลดการระคายเคืองในช่องปาก และช่วยลดอาการเจ็บแผลในช่องปาก

- แปรงฟันอย่างระมัดระวัง เพื่อเลี่ยงไม่ให้โดนแผล และใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาด

- ถ้าแผลไม่หาย หรือ มีอาการมากขึ้น ภายใน 3 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์​


วิธีการรักษา อาการร้อนใน แผลในปาก

การรักษาร้อนใน มักใช้การรักษาด้วยยา Triamcinolone acetonide เมื่อเป็นแผลร้อนในขนาดเล็ก หรือ Fluocinolone acetonide เมื่อเป็นแผลร้อนในขนาดใหญ่ โดยเป็นยาที่ใช้ทา ใช้ป้ายบริเวณแผล วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร และก่อนนอน 10-14 วัน


ร้อนใน สัญญาณเตือนร่างกายอ่อนแอ !

ถึงแม้จะรักษาแผลร้อนในหายแล้ว แต่อาการของร้อนใน แผลในปากนั้น เป็นสัญญาณเตือนว่า ร่างกายอาจจะมีความผิดปกติ อ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง หรือ ขาดสารอาหาร ขาดวิตามิน แร่ธาตุบางชนิด จึงแสดงออกมาทางร่างกาย

ดังนั้นจึงต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง นอนให้เร็ว ห้ามนอนดึก ถ้าว่างต้องออกกำลังกาย รับอากาศบริสุทธิ์บ้าง และรับประทานที่มีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นร้อนในได้