"กระเจี๊ยบเขียว" อาวุธเด็ดที่อาจช่วยผู้ป่วย "เบาหวาน"

"กระเจี๊ยบเขียว" อาวุธเด็ดที่อาจช่วยผู้ป่วย "เบาหวาน"
Hello Khun Mor

สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โรคเบาหวานถือเป็นโรคร้ายที่ติดอันดับ 1 ใน 10 สาเหตุการตายของทั้งคนไทยและทั่วโลก เราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้ ด้วยการออกกำลังกายและกินอาหารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ กระเจี๊ยบเขียว นั่นเอง

รู้จักกระเจี๊ยบเขียวให้ดีขึ้นอีกนิด

กระเจี๊ยบเขียว (Okra, Lady’s finger) เป็นพืชล้มลุก วงศ์เดียวกับโกโก้ ชบา ฝ้าย มีต้นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น เช่น ซูดาน อิยิปต์ ไนจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย ดอกมีสีเหลืองอ่อนลักษณะคล้ายดอกชบา ผลมีลักษณะเป็นฝักคล้ายนิ้วมือของผู้หญิง สีเขียวทรงยาวเรียว ตามฝักมีขนอ่อนๆ กระจายอยู่ทั่ว ภายในฝักมีเมล็ดมากมาย ที่นิยมนำมารับประทานได้แก่ ฝักอ่อน เพราะมีรสหวานกรอบอร่อย

 

คุณค่าทางโภชนาการ

กระเจี๊ยบเขียวปริมาณ 100 กรัมให้พลังงาน 30 กิโลแคลอรี อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ โฟเลต แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินเค ไม่มีกรดไขมันอิ่มตัวและช่วยลดคอเลสเตอรอล ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

 

มือปราบน้ำตาล

ผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า พืชชนิดนี้มีไฟเบอร์ หรือใยอาหารมาก จึงช่วยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงที่ ทั้งยังช่วยลดการเกิดภาวะเครียดทางออกซิเดชัน (Oxidative stress) หรือภาวะที่มีร่างกายมีอนุมูลอิสระมากเกินไป ซึ่งเร่งให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance) เมื่อร่างกายหลั่งอินซูลินได้ตามปกติ เซลล์กล้ามเนื้อก็สามารถดูดซึมน้ำตาลได้มากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง จึงเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน และอาจช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ความเสี่ยงในการบริโภคที่ควรรู้

  • ผู้ที่ใช้ยาเจือจางเลือด (blood thinner) ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้มีวิตามินเคสูงจนส่งผลให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

  • พืชชนิดนี้อุดมไปด้วย ออกซาเลต (Oxalates) ซึ่งเป็นสารที่ยับยั้งไม่ให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดนิ่วในไตได้

  • สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาเมทฟอร์มิน ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ควรรับประทานเพราะอาจไปลดประสิทธิภาพของยา

ดังนั้น ผู้ป่วยที่รับประทานยาดังกล่าว รวมไปถึงผู้ป่วยโรคไต หรือผู้มีแนวโน้มเป็นนิ่วในไต จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับประทานกระเจี๊ยบเขียว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจตามมาได้