วิธีดับกลิ่นรองเท้า เหม็นอับแค่ไหนก็จัดการได้ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเหม็นซ้ำ

วิธีดับกลิ่นรองเท้า เหม็นอับแค่ไหนก็จัดการได้ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเหม็นซ้ำ

วิธีดับกลิ่นรองเท้า เหม็นอับแค่ไหนก็จัดการได้ พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเหม็นซ้ำ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รองเท้าใส่ทุกวันจนเริ่มมีกลิ่นอับ ถอดออกทีไรก็ไม่ค่อยมั่นใจ ปัญหานี้อาจเกิดจากเหงื่อ ความชื้น และแบคทีเรียที่สะสมอยู่ด้านใน โดยเฉพาะรองเท้าที่ใส่เป็นเวลานานหรือยังไม่แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใส่ ใครกำลังหาวิธีดับกลิ่นรองเท้า ลองทำตามวิธีง่าย ๆ เหล่านี้ได้เลย

ทำไมรองเท้าถึงมีกลิ่นเหม็นอับ?

สาเหตุหลักมักมาจากเหงื่อและความชื้นที่สะสมอยู่ในรองเท้า เมื่อเท้าอยู่ในรองเท้าที่ปิดทึบเป็นเวลานาน สภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้นจะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

นอกจากนี้ การใส่รองเท้าคู่เดิมทุกวันโดยไม่ปล่อยให้แห้ง การสวมถุงเท้าที่อับชื้น หรือการระบายอากาศของรองเท้าที่ไม่ดี ก็อาจทำให้กลิ่นสะสมมากขึ้นได้

6 วิธีดับกลิ่นรองเท้า ทำง่ายด้วยตัวเอง

1. ถอดแผ่นรองรองเท้าออกมาผึ่งให้แห้ง

หากรองเท้าถอดแผ่นรองด้านในได้ ให้ถอดออกมาแยกผึ่งในที่อากาศถ่ายเท เพื่อช่วยให้ความชื้นระบายออกได้ง่ายขึ้น ส่วนตัวรองเท้าควรคลายเชือกหรือเปิดปากรองเท้าให้กว้างขึ้นด้วย

วิธีนี้เหมาะกับรองเท้าที่มีกลิ่นอับจากเหงื่อหรือความชื้นสะสม และควรทำเป็นประจำหลังใช้งาน โดยเฉพาะวันที่ใส่รองเท้าตลอดทั้งวัน

2. ใช้เบกกิงโซดาช่วยดูดซับกลิ่น

เบกกิงโซดา (Baking Soda) สามารถช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ โดยใส่เบกกิงโซดาในถุงผ้าบางหรือซองที่ปิดมิดชิด แล้วนำไปวางไว้ในรองเท้าข้ามคืน ก่อนนำออกมาใช้

ควรหลีกเลี่ยงการโรยผงลงบนรองเท้าโดยตรง หากไม่แน่ใจว่าวัสดุรองเท้าจะทนได้หรือไม่ เพราะผงอาจตกค้างและทำความสะอาดยาก โดยเฉพาะรองเท้าหนังหรือวัสดุที่บอบบาง

3. ซักรองเท้าตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ

หากรองเท้ามีกลิ่นสะสมมาก การทำความสะอาดอาจช่วยได้มากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์กลบกลิ่น โดยเริ่มจากตรวจสอบป้ายหรือคำแนะนำของผู้ผลิตว่ารองเท้าคู่นั้นซักได้หรือไม่

สำหรับรองเท้าผ้าที่ซักได้ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ขัดบริเวณที่สกปรกอย่างเบามือ แล้วล้างออกให้หมด ก่อนนำไปผึ่งจนแห้งสนิท ส่วนรองเท้าหนังหรือหนังกลับควรใช้วิธีทำความสะอาดเฉพาะวัสดุ

ไม่ควรนำรองเท้าทุกชนิดไปแช่น้ำหรือซักเครื่องโดยไม่ตรวจสอบก่อน เพราะอาจทำให้กาวเสื่อม รูปทรงเสีย หรือวัสดุเสียหายได้

4. ใช้ถุงดูดกลิ่นสำหรับรองเท้า

ผลิตภัณฑ์ดูดกลิ่นที่ออกแบบมาสำหรับรองเท้า เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับช่วยลดกลิ่นอับ เพียงนำไปวางไว้ในรองเท้าตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ช่วยจัดการกลิ่นได้เป็นหลัก ไม่ได้ทดแทนการทำความสะอาดหรือการทำให้รองเท้าแห้ง หากรองเท้ายังชื้นอยู่ กลิ่นก็อาจกลับมาได้อีก

5. ใช้สเปรย์ดับกลิ่นรองเท้าให้เหมาะกับวัสดุ

หากต้องการวิธีที่สะดวก สามารถเลือกใช้สเปรย์สำหรับรองเท้าโดยเฉพาะ และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก ควรทดสอบกับบริเวณเล็ก ๆ ก่อนหากไม่แน่ใจว่าวัสดุจะเปลี่ยนสีหรือไม่

ไม่ควรฉีดน้ำหอมหรือสเปรย์กลิ่นแรงเพื่อกลบกลิ่นเพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้กลิ่นผสมกันจนยิ่งไม่น่าใช้ และควรปล่อยให้รองเท้าแห้งก่อนสวมใส่

6. ตากรองเท้าในที่อากาศถ่ายเท

หลังใช้งาน ควรวางรองเท้าในบริเวณที่อากาศถ่ายเทและไม่อับชื้น หากรองเท้าเปียกหรือชื้นมาก ให้ซับน้ำออกก่อนและผึ่งจนแห้งสนิท

ไม่จำเป็นต้องนำรองเท้าทุกคู่ไปตากแดดจัด เพราะความร้อนอาจทำให้สีซีด วัสดุเสื่อม หรือกาวเสื่อมสภาพได้ โดยเฉพาะรองเท้าหนังและรองเท้ากีฬาบางประเภท

วิธีป้องกันไม่ให้รองเท้ากลับมาเหม็นอีก

นอกจากการดับกลิ่นที่เกิดขึ้นแล้ว การลดความชื้นสะสมก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันกลิ่นกลับมาได้

  • สลับรองเท้าใส่: หากมีรองเท้าหลายคู่ ควรสลับกันใส่เพื่อให้แต่ละคู่มีเวลาแห้ง
  • เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน: หากถุงเท้าเปียกเหงื่อระหว่างวัน ควรเปลี่ยนคู่ใหม่
  • รักษาความสะอาดของเท้า: ล้างเท้าเป็นประจำและเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้า
  • เลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี: หลีกเลี่ยงรองเท้าที่คับเกินไปหรือทำให้เท้าอับชื้นมาก
  • อย่าเก็บรองเท้าทั้งที่ยังชื้น: ควรรอให้แห้งก่อนเก็บเข้าตู้หรือกล่องรองเท้า

สรุปวิธีดับกลิ่นรองเท้าที่ได้ผลควรเริ่มจากการลดความชื้น ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม และปล่อยให้รองเท้าแห้งสนิท ไม่ใช่แค่ฉีดน้ำหอมกลบกลิ่น หากดูแลรองเท้าและเท้าอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยลดโอกาสเกิดกลิ่นอับและทำให้รองเท้าพร้อมใช้งานได้นานขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล