วิธีขจัดคราบเหงื่อออกจากเสื้อสีขาวและเสื้อสี คราบเหลืองใต้วงแขนก็จัดการได้

วิธีขจัดคราบเหงื่อออกจากเสื้อสีขาวและเสื้อสี คราบเหลืองใต้วงแขนก็จัดการได้

วิธีขจัดคราบเหงื่อออกจากเสื้อสีขาวและเสื้อสี คราบเหลืองใต้วงแขนก็จัดการได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เสื้อสีขาวที่เคยดูสะอาด พอใส่ไปนาน ๆ กลับมีคราบเหลืองใต้วงแขน ส่วนเสื้อสีตัวโปรดก็อาจมีคราบเหงื่อสะสมจนดูหมอง แม้จะซักตามปกติแล้วก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากเหงื่อเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากเหงื่อที่ทำปฏิกิริยากับส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายด้วย ใครกำลังเจอปัญหานี้ ลองมาดูวิธีขจัดคราบเหงื่อบนเสื้อสีขาวและเสื้อสีที่ทำตามได้ง่าย ๆ กัน

คราบเหลืองใต้วงแขนเกิดจากอะไร?

คราบเหลืองที่สะสมอยู่บริเวณรักแร้ของเสื้อผ้า มักเกิดจากเหงื่อที่ผสมกับน้ำมันจากผิวหนังและสารตกค้างจากผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเกลืออะลูมิเนียม ซึ่งอาจทำปฏิกิริยากับเหงื่อจนเกิดคราบที่ซักออกได้ยาก

หากปล่อยให้คราบสะสมเป็นเวลานาน หรือใช้ความร้อนจากเครื่องอบผ้าก่อนขจัดคราบให้หมด คราบอาจฝังแน่นมากขึ้น ดังนั้น หากสังเกตเห็นคราบตั้งแต่แรก ควรรีบจัดการก่อนนำเสื้อไปซักตามปกติ

1. วิธีขจัดคราบเหงื่อบนเสื้อสีขาวด้วยเบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งโซดาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถนำมาใช้ทำความสะอาดคราบบนเสื้อผ้าได้ โดยเฉพาะคราบเหงื่อที่ไม่ฝังแน่นมาก แต่ควรทดลองกับบริเวณเล็ก ๆ ก่อน เพื่อดูว่าเนื้อผ้าทนต่อวิธีนี้ได้หรือไม่

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • เบกกิ้งโซดา
  • น้ำสะอาด
  • แปรงขนนุ่มหรือผ้าสะอาด

วิธีทำ

  1. ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีมข้น
  2. ทาส่วนผสมลงบนบริเวณที่มีคราบเหลือง โดยไม่ต้องถูแรง
  3. ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที หากป้ายดูแลรักษาเสื้อผ้าอนุญาต
  4. ล้างออกให้สะอาด แล้วนำไปซักด้วยน้ำยาซักผ้าตามปกติ
  5. ตรวจดูว่าคราบหายไปหรือยัง ก่อนนำเสื้อไปตากให้แห้ง

หากคราบยังไม่หมด สามารถทำซ้ำได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรขัดแรง เพราะอาจทำให้เส้นใยผ้าเสียหาย

2. วิธีขจัดคราบเหงื่อบนเสื้อสี ไม่ให้สีซีดหรือเป็นด่าง

สำหรับเสื้อสี ควรระวังมากกว่าเสื้อสีขาว เพราะผลิตภัณฑ์ขจัดคราบบางชนิดอาจทำให้สีผ้าจางลงหรือเกิดรอยด่างได้

วิธีที่ควรลองก่อนคือใช้น้ำยาซักผ้าสูตรที่เหมาะกับสีผ้าแต้มบริเวณคราบ แล้วทำตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์

ขั้นตอนการทำความสะอาด

  1. กลับเสื้อด้านในออกมา เพื่อตรวจดูบริเวณคราบเหงื่อ
  2. แตะน้ำยาซักผ้าลงบนคราบตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
  3. ใช้นิ้วถูเบา ๆ เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับคราบ
  4. ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ระบุบนฉลาก แล้วล้างหรือซักตามปกติ
  5. ตรวจดูคราบก่อนตากให้แห้ง หากยังเหลืออยู่ให้ทำซ้ำก่อนใช้ความร้อน

หากต้องการใช้เบกกิ้งโซดากับเสื้อสี ควรทดลองบริเวณที่มองไม่เห็นก่อน และหลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกขาวหรือสารขจัดคราบที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผ้าสีนั้น

3. ใช้น้ำส้มสายชูขจัดคราบเหงื่อได้ไหม?

น้ำส้มสายชูขาวสามารถนำมาใช้กับงานทำความสะอาดบางประเภทได้ และบางคนใช้กับเสื้อผ้าที่มีคราบหรือกลิ่นสะสม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผ้าทุกชนิดจะเหมาะกับวิธีนี้ โดยเฉพาะผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ และผ้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

หากต้องการทดลอง ควรตรวจสอบป้ายดูแลรักษาเสื้อผ้าก่อน และทดสอบกับบริเวณเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น หากเนื้อผ้าเปลี่ยนสีหรือมีความผิดปกติ ให้หยุดใช้ทันที

ข้อควรระวัง: ห้ามผสมน้ำส้มสายชูกับสารฟอกขาวที่มีคลอรีน และไม่ควรผสมน้ำส้มสายชูกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์โดยตรง เพราะอาจเกิดสารที่ระคายเคืองหรือเป็นอันตรายได้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทีละชนิดตามคำแนะนำของผู้ผลิต

4. คราบเหงื่อฝังแน่น ซักเท่าไรก็ไม่ออก ทำอย่างไร?

หากเสื้อมีคราบเหลืองมานาน การซักตามปกติเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • จัดการคราบก่อนซัก: ใช้น้ำยาขจัดคราบที่เหมาะกับชนิดและสีของผ้า โดยทำตามคำแนะนำบนฉลาก
  • แช่ผ้าเมื่อจำเป็น: หากผลิตภัณฑ์ที่ใช้อนุญาต สามารถแช่ผ้าตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยให้คราบคลายตัว
  • ซักตามคำแนะนำบนป้ายผ้า: เลือกอุณหภูมิน้ำและโปรแกรมซักที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำร้อนเสมอไป
  • ตรวจคราบก่อนทำให้แห้ง: หากยังเห็นคราบอยู่ ควรทำความสะอาดซ้ำก่อนนำเข้าเครื่องอบผ้า เพราะความร้อนอาจทำให้คราบฝังแน่นขึ้น

สำหรับเสื้อสีขาวที่มีคราบฝังแน่น อาจพิจารณาผลิตภัณฑ์ฟอกผ้าชนิดออกซิเจนที่ระบุว่าเหมาะกับเนื้อผ้านั้น โดยทำตามฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้สารฟอกขาวคลอรีนกับคราบเหงื่อโดยไม่ตรวจสอบความเหมาะสม เพราะอาจทำให้คราบดูเข้มขึ้นหรือทำลายเนื้อผ้าได้

5. วิธีป้องกันไม่ให้เสื้อเกิดคราบเหลืองใต้วงแขน

นอกจากการกำจัดคราบแล้ว การดูแลเสื้อผ้าตั้งแต่เริ่มสวมใส่ก็ช่วยลดโอกาสเกิดคราบสะสมได้

  • รอให้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายแห้งก่อนสวมเสื้อ เพื่อลดการถ่ายเทของผลิตภัณฑ์ไปยังเนื้อผ้า
  • ซักเสื้อหลังใช้งานตามความเหมาะสม โดยเฉพาะวันที่เหงื่อออกมาก ไม่ควรปล่อยคราบสะสมไว้นาน
  • จัดการคราบตั้งแต่เนิ่น ๆ หากเริ่มเห็นคราบใต้วงแขน ควรทำความสะอาดก่อนที่คราบจะฝังแน่น
  • เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ช่วยให้สวมใส่สบายขึ้น โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน
  • หลีกเลี่ยงการอบผ้าทั้งที่ยังมีคราบ ควรตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่าคราบถูกขจัดออกแล้ว

สรุปการขจัดคราบเหงื่อบนเสื้อสีขาวและเสื้อสี ควรเริ่มจากการเลือกวิธีทำความสะอาดให้เหมาะกับชนิดและสีของผ้า เสื้อสีขาวอาจทดลองใช้เบกกิ้งโซดาช่วยจัดการคราบได้ ส่วนเสื้อสีควรเริ่มจากน้ำยาซักผ้าที่เหมาะกับสีผ้าและทดสอบก่อนใช้ทุกครั้ง ที่สำคัญ อย่าเพิ่งนำเสื้อไปอบด้วยความร้อนหากคราบยังไม่หมด เพราะอาจทำให้คราบฝังแน่นและขจัดออกยากกว่าเดิม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล