7 ประโยชน์ “กระเจี๊ยบเขียว” ผักบ้านๆ ที่มีดีมากกว่าความเมือก

7 ประโยชน์ “กระเจี๊ยบเขียว” ผักบ้านๆ ที่มีดีมากกว่าความเมือก
กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักพื้นบ้านที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะเมือกใสๆ ที่ออกมาเมื่อหั่นหรือนำไปปรุงอาหาร แต่รู้หรือไม่ว่าเมือกที่หลายคนไม่ชอบ รวมถึงสารอาหารต่างๆ ในกระเจี๊ยบเขียว ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อย
กระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียวสามารถนำมารับประทานได้หลากหลาย ทั้งกินสด ลวก ต้ม ย่าง หรือประกอบอาหารเมนูต่างๆ ขณะที่ในประเทศญี่ปุ่นก็นิยมนำกระเจี๊ยบเขียวมารับประทานเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารเช่นกัน
นอกจากรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว กระเจี๊ยบเขียวยังมีใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารหลายชนิดที่น่าสนใจ ใครที่กำลังมองหาผักดีๆ มาเพิ่มในมื้ออาหาร ลองทำความรู้จักกับ 7 ประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว กัน
1. มีใยอาหาร ช่วยเรื่องการขับถ่าย
กระเจี๊ยบเขียวมีใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ นอกจากนี้ เมือกจากกระเจี๊ยบเขียวยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับอุจจาระ จึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มใยอาหารในมื้ออาหารและดูแลเรื่องการขับถ่าย
2. อาจช่วยดูแลระดับน้ำตาลในเลือด
กระเจี๊ยบเขียวมีใยอาหารที่ช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล จึงอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นเบาหวานไม่ควรใช้กระเจี๊ยบเขียวแทนยา หรือการรักษาที่แพทย์แนะนำ
3. มีส่วนช่วยดูแลระดับคอเลสเตอรอล
ใยอาหารในกระเจี๊ยบเขียว โดยเฉพาะใยอาหารชนิดละลายน้ำ อาจมีส่วนช่วยในการจัดการระดับไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย การรับประทานผักที่หลากหลายร่วมกับการเลือกอาหารไขมันต่ำ จึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
4. ช่วยเพิ่มใยอาหารให้มื้ออาหาร และดูแลสุขภาพลำไส้
นอกจากช่วยเรื่องการขับถ่ายแล้ว ใยอาหารยังเป็นส่วนสำคัญของอาหารที่ดีต่อสุขภาพลำไส้ การรับประทานกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม จึงช่วยเพิ่มความหลากหลายของผักและใยอาหารในแต่ละวันได้
5. เมือกจากกระเจี๊ยบเขียวมีความน่าสนใจต่อระบบทางเดินอาหาร
จุดเด่นของกระเจี๊ยบเขียวคือเมือกเหนียวใสที่ออกมาเมื่อหั่นหรือปรุงสุก เมือกดังกล่าวมีองค์ประกอบของสารกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์และใยอาหาร จึงมีการศึกษาถึงบทบาทต่อระบบทางเดินอาหาร แต่ยังไม่ควรสรุปว่ากระเจี๊ยบเขียวสามารถรักษาโรคกระเพาะหรือแผลในกระเพาะอาหารได้โดยตรง
6. เป็นผักที่นำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย
กระเจี๊ยบเขียวไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมนูต้มเท่านั้น สามารถนำไปลวก ย่าง ผัด หรือหั่นรับประทานสดได้ตามความชอบ การปรุงด้วยวิธีที่ใช้น้ำมันและโซเดียมไม่มากเกินไป จะช่วยให้กระเจี๊ยบเขียวเป็นอีกหนึ่งเมนูผักที่เหมาะกับการรับประทานในชีวิตประจำวัน
7. มีโฟเลตและสารอาหารที่ร่างกายต้องการ
กระเจี๊ยบเขียวมีโฟเลต รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยโฟเลตมีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์และการสร้างเม็ดเลือดแดง และมีความสำคัญอย่างมากในช่วงก่อนตั้งครรภ์และระหว่างตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับโฟเลตในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรพึ่งพาผักชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
วิธีกินกระเจี๊ยบเขียวให้อร่อย
กระเจี๊ยบเขียวสามารถรับประทานได้ทั้งแบบสดและปรุงสุก หากไม่ชอบความเมือก สามารถนำไปย่างหรือลวกอย่างรวดเร็ว แล้วรับประทานคู่กับน้ำพริก ซอส หรือเครื่องจิ้มที่ชอบ นอกจากนี้ยังนำไปผัดหรือใส่ในเมนูต่างๆ ได้อีกหลายชนิด
สำหรับคนที่ชอบรสชาติสดชื่น อาจนำกระเจี๊ยบเขียวไปประกอบกับเมนูที่มีรสเปรี้ยวหรือวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของมื้ออาหาร แต่ควรระวังการเติมน้ำตาล เกลือ หรือซอสปรุงรสมากเกินไป
กระเจี๊ยบเขียวกินดี แต่ไม่ใช่ยารักษาโรค
แม้กระเจี๊ยบเขียวจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ แต่ควรมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่ยารักษาโรค โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคกระเพาะ หรือกรดไหลย้อน ไม่ควรหยุดยาแล้วหันมากินกระเจี๊ยบเขียวแทนการรักษา
การกินผักให้หลากหลาย รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และดูแลพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


