วิธีล้างเครื่องซักผ้าเอง ฝาบน-ฝาหน้า ลดกลิ่นอับ คราบดำติดผ้า ทำง่ายที่บ้าน

วิธีล้างเครื่องซักผ้าเอง ฝาบน-ฝาหน้า ลดกลิ่นอับ คราบดำติดผ้า ทำง่ายที่บ้าน

วิธีล้างเครื่องซักผ้าเอง ฝาบน-ฝาหน้า ลดกลิ่นอับ คราบดำติดผ้า ทำง่ายที่บ้าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีล้างเครื่องซักผ้าเอง เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแม้เครื่องซักผ้าจะมีหน้าที่ทำความสะอาดเสื้อผ้า แต่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ คราบผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ขุยผ้า และความชื้นก็สามารถสะสมอยู่ตามถังซัก ขอบยาง ช่องใส่น้ำยา และไส้กรอง จนทำให้เกิดกลิ่นอับหรือมีคราบสกปรกติดเสื้อผ้าได้

ทำไมต้องล้างเครื่องซักผ้า?

หากเครื่องซักผ้าเริ่มมีกลิ่นอับ ซักเสร็จแล้วเสื้อผ้ามีกลิ่นไม่สดชื่น หรือพบคราบดำและเศษสกปรกติดผ้า อาจเป็นสัญญาณว่าภายในเครื่องมีสิ่งตกค้างสะสมและควรทำความสะอาด

โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้งานเป็นประจำ ควรทำความสะอาดถังซักตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยหลายรุ่นมีโปรแกรม Tub Clean หรือ Drum Clean สำหรับทำความสะอาดถังโดยเฉพาะ

วิธีล้างเครื่องซักผ้าเอง ทำตามได้ง่าย ๆ

1. ล้างถังซัก

เริ่มจากนำเสื้อผ้าออกจากเครื่องให้หมด จากนั้นตรวจสอบว่าเครื่องมีโปรแกรม Tub Clean, Drum Clean หรือโปรแกรมล้างถังซัก หรือไม่ หากมี ให้เลือกใช้ตามคำแนะนำในคู่มือของเครื่อง

หากเครื่องไม่มีโปรแกรมดังกล่าว สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดถังซักที่ระบุว่าสามารถใช้กับเครื่องซักผ้าของรุ่นนั้นได้ แล้วเปิดรอบซักโดยไม่ใส่เสื้อผ้า

ไม่ควรใส่เสื้อผ้าลงไปขณะใช้โปรแกรมล้างถังซัก

2. เช็ดขอบยางเครื่องซักผ้าฝาหน้า

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือ ขอบยางประตู เพราะอาจมีน้ำ ขุยผ้า เส้นผม และสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมได้

เปิดขอบยางออกเบา ๆ แล้วใช้ผ้านุ่มหรือแปรงขนอ่อนเช็ดคราบสกปรก จากนั้นเช็ดให้แห้ง และเปิดประตูเครื่องทิ้งไว้เพื่อระบายความชื้น

3. ล้างช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม

ถอดช่องใส่ผงซักฟอกออกตามวิธีของแต่ละรุ่น แล้วนำไปล้างน้ำและขัดคราบที่เกาะอยู่ตามซอก

หลังจากล้างเสร็จควรเช็ดให้แห้งก่อนใส่กลับเข้าเครื่อง เพราะคราบน้ำยาที่สะสมอยู่เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดคราบเหนียวและกลิ่นไม่พึงประสงค์

4. ทำความสะอาดไส้กรอง

ไส้กรองเป็นอีกจุดที่ไม่ควรลืม โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าฝาบนบางรุ่นที่มีตัวกรองสำหรับดักขุยผ้าและสิ่งสกปรก

นำไส้กรองออกตามคู่มือของเครื่อง เทสิ่งสกปรกทิ้ง แล้วล้างให้สะอาดก่อนใส่กลับเข้าที่

5. เช็ดตัวเครื่องและเปิดฝาทิ้งไว้

หลังใช้งานควรเช็ดบริเวณที่มีน้ำหรือความชื้น และเปิดฝาหรือประตูเครื่องไว้สักระยะ เพื่อให้อากาศถ่ายเทและช่วยให้ภายในเครื่องแห้ง

วิธีง่าย ๆ นี้ช่วยลดความชื้นสะสม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เครื่องซักผ้ามีกลิ่นอับ

เครื่องซักผ้าฝาบนกับฝาหน้า ล้างต่างกันไหม?

หลักการทำความสะอาดเหมือนกัน คือ ล้างถัง เช็ดจุดที่มีคราบ และทำให้เครื่องแห้ง แต่จุดที่ต้องเน้นต่างกันเล็กน้อย

  • เครื่องซักผ้าฝาหน้า: เน้นทำความสะอาดขอบยางประตูและช่องใส่น้ำยา
  • เครื่องซักผ้าฝาบน: ควรตรวจสอบตัวกรอง ขุยผ้า และสิ่งสกปรกภายในถัง
  • ทั้งสองแบบ: ควรใช้โปรแกรมล้างถัง หากเครื่องมีฟังก์ชันนี้

ทั้งนี้ โปรแกรมและวิธีทำความสะอาดอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น จึงควรตรวจสอบคู่มือของเครื่องก่อนใช้น้ำยาหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทุกครั้ง

ควรล้างเครื่องซักผ้าบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับรุ่นและลักษณะการใช้งาน แต่ผู้ผลิตบางรายแนะนำให้ใช้โปรแกรมล้างถังประมาณ เดือนละครั้ง เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบและสิ่งตกค้าง

หากเครื่องใช้งานหนัก มีกลิ่นอับ มีขุยหรือคราบดำออกมาพร้อมเสื้อผ้า อาจต้องทำความสะอาดเร็วกว่ารอบปกติ

ล้างเครื่องซักผ้าแล้ว แต่ยังมีกลิ่นอับ ทำอย่างไร?

หากล้างถังแล้วแต่ยังมีกลิ่นอับ ให้ตรวจสอบจุดอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น

  1. ขอบยางประตู โดยเฉพาะเครื่องฝาหน้า
  2. ช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
  3. ไส้กรองหรือแผ่นกรอง
  4. ท่อระบายน้ำ
  5. บริเวณภายในเครื่องที่อาจมีความชื้นสะสม

หากทำความสะอาดเบื้องต้นแล้วแต่ยังมีกลิ่นหรือพบคราบจำนวนมาก อาจต้องให้ช่างตรวจสอบและทำความสะอาดเครื่องในระดับที่ลึกขึ้น

ข้อควรระวังในการล้างเครื่องซักผ้า

  • อ่านคู่มือของเครื่องก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณตามฉลาก ไม่ควรใส่มากเกินไป
  • อย่าผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิดเข้าด้วยกันเอง
  • ห้ามใช้โปรแกรมล้างถังพร้อมกับเสื้อผ้า
  • ก่อนทำความสะอาดจุดต่าง ๆ ให้ปิดเครื่องและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  • หากต้องถอดชิ้นส่วนหรือพบความผิดปกติของเครื่อง ควรให้ช่างเป็นผู้ตรวจสอบ

การล้างเครื่องซักผ้าเป็นประจำช่วยลดการสะสมของคราบสกปรก ขุยผ้า และความชื้นที่อาจทำให้เกิดกลิ่นอับหรือคราบติดเสื้อผ้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เครื่องสกปรกมากแล้วค่อยล้าง เพียงหมั่นล้างถัง เช็ดขอบยาง ทำความสะอาดช่องใส่น้ำยาและไส้กรองตามความเหมาะสม ก็ช่วยให้เครื่องซักผ้าสะอาดและพร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล