"กล้วยห่าม" ผลไม้ที่หลายคนมองข้าม เปิดประโยชน์กินแล้วดียังไง

"กล้วยห่าม" ผลไม้ที่หลายคนมองข้าม เปิดประโยชน์กินแล้วดียังไง

"กล้วยห่าม" ผลไม้ที่หลายคนมองข้าม เปิดประโยชน์กินแล้วดียังไง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กล้วยห่าม เป็นผลไม้ที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะยังไม่สุกเต็มที่และมีรสฝาดเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วกล้วยในระยะห่ามมีองค์ประกอบทางโภชนาการที่น่าสนใจ โดยเฉพาะแป้งที่ยังย่อยได้ช้ากว่ากล้วยสุก จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ

สำหรับผู้หญิงที่ใส่ใจเรื่องรูปร่าง ระบบขับถ่าย และสุขภาพในระยะยาว กล้วยห่ามสามารถนำมารับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุลได้ แต่ควรเข้าใจว่าไม่ได้เป็นอาหารวิเศษที่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้ด้วยตัวเอง

ทำไม “กล้วยห่าม” จึงน่าสนใจต่อสุขภาพ?

1. มีแป้งทนการย่อย ช่วยให้อิ่มนาน

จุดเด่นของกล้วยที่ยังห่ามคือมี แป้งทนการย่อย (resistant starch) ในปริมาณที่มากกว่ากล้วยสุก แป้งชนิดนี้เดินทางผ่านระบบทางเดินอาหารโดยไม่ถูกย่อยและดูดซึมทั้งหมดในลำไส้เล็ก ก่อนจะถูกจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่นำไปใช้

ด้วยเหตุนี้ กล้วยห่ามจึงอาจช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่มและเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยช้ากว่ากล้วยที่สุกงอม อย่างไรก็ตาม หากต้องการควบคุมน้ำหนัก สิ่งสำคัญยังคงเป็นปริมาณอาหารและพลังงานรวมที่ได้รับตลอดทั้งวัน

2. มีใยอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย

กล้วยมีใยอาหารหลายชนิด และส่วนหนึ่งของแป้งทนการย่อยก็ทำหน้าที่คล้ายใยอาหาร เมื่อผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ จุลินทรีย์ในลำไส้สามารถนำไปหมักและสร้างสารที่เป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมภายในลำไส้ได้

สำหรับคนที่ต้องการดูแลระบบขับถ่าย การรับประทานกล้วยร่วมกับผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหารหลากหลายชนิด พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการหวังผลจากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

3. มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ

กล้วยเป็นแหล่งของแร่ธาตุหลายชนิด โดยเฉพาะ โพแทสเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ในปริมาณที่แตกต่างกันตามสายพันธุ์และระดับความสุก

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่ากล้วยห่ามเป็นแหล่งแคลเซียมที่เพียงพอต่อการป้องกันกระดูกพรุน เพราะการดูแลกระดูกต้องได้รับแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเหมาะสม รวมถึงการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและปัจจัยด้านสุขภาพอื่นๆ

4. อาจเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่กำลังดูแลรูปร่าง

กล้วยห่ามมีรสหวานน้อยกว่ากล้วยที่สุกเต็มที่ และมีแป้งทนการย่อยมากกว่า จึงสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารหรือของว่างที่ช่วยให้อิ่มได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ากินกล้วยห่ามแล้วจะลดน้ำหนักได้โดยอัตโนมัติ

หากต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำตาลหรือท็อปปิงที่ให้พลังงานสูง เช่น น้ำเชื่อม นมข้นหวาน หรือซอสหวานต่างๆ

5. มีสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพโดยรวม

กล้วยมีวิตามินและสารประกอบจากพืชหลายชนิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับผลไม้ชนิดอื่นๆ และอาหารครบหมู่

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว การรับประทานผลไม้ให้หลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละชนิดมีวิตามิน แร่ธาตุ และสารประกอบจากพืชแตกต่างกัน

กล้วยห่ามกับกล้วยสุก ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือระดับความสุก ซึ่งส่งผลต่อองค์ประกอบของคาร์โบไฮเดรตภายในผล เมื่อกล้วยสุกมากขึ้น แป้งส่วนหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ทำให้กล้วยมีรสหวานและเนื้อนุ่มขึ้น ขณะที่กล้วยห่ามจะมีแป้งทนการย่อยมากกว่าและมีรสฝาดหรือฝืดปาก

ดังนั้น การเลือกกินจึงขึ้นอยู่กับความต้องการและความชอบ หากต้องการรสหวานและเนื้อนุ่ม กล้วยสุกก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่หากต้องการอาหารที่มีแป้งทนการย่อยมากกว่า กล้วยห่ามก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

กินกล้วยห่ามอย่างไรให้เหมาะสม?

กล้วยห่ามสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ เช่น นึ่ง ต้ม หรือปรุงเป็นอาหารต่างๆ แต่หากนำไปปิ้งหรือทอด ควรระวังส่วนผสมที่เพิ่มเข้ามา เพราะน้ำตาล น้ำเชื่อม หรือปริมาณน้ำมันสามารถทำให้พลังงานของเมนูเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ที่สำคัญ ควรรับประทานกล้วยเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องกินทุกวันหรือกินในปริมาณมากเพื่อหวังผลด้านสุขภาพ และหากมีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องควบคุมโพแทสเซียม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเพิ่มกล้วยในอาหารเป็นประจำ

แม้ กล้วยห่าม จะไม่ได้มีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ในทันที แต่ก็เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีแป้งทนการย่อยที่น่าสนใจ การรับประทานในปริมาณพอดีและเลือกวิธีปรุงที่ไม่เพิ่มน้ำตาลหรือไขมันมากเกินไป ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพสำหรับผู้หญิงและคนทุกวัยได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล