"แก้วมังกร" เนื้อขาวกับเนื้อแดง ต่างกันอย่างไร กินแบบไหนดีกว่า?

"แก้วมังกร" เนื้อขาวกับเนื้อแดง ต่างกันอย่างไร กินแบบไหนดีกว่า?

"แก้วมังกร" เนื้อขาวกับเนื้อแดง ต่างกันอย่างไร กินแบบไหนดีกว่า?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะมีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังรับประทานง่าย รสชาติหวานสดชื่น เหมาะทั้งคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ

แต่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า แก้วมังกรเนื้อขาว และ แก้วมังกรเนื้อแดง แตกต่างกันอย่างไร นอกจากสีของเนื้อแล้ว ทั้งเรื่องรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และประโยชน์ต่อสุขภาพมีอะไรที่ต่างกันหรือไม่ แล้วแบบไหนเหมาะกับการรับประทานมากกว่ากัน วันนี้เราพาไปหาคำตอบ

กินแก้วมังกรสีไหนดี? เปรียบเทียบเนื้อขาวกับเนื้อแดง ต่างกันทั้งรสชาติและคุณประโยชน์

แม้แก้วมังกรทั้ง 2 ชนิดจะอยู่ในตระกูลเดียวกันและมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกัน แต่ก็มีความแตกต่างทั้งในด้านรสชาติ ลักษณะภายนอก และสารอาหารบางชนิด

แก้วมังกรเนื้อขาว

แก้วมังกรเนื้อขาวมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลางและเม็กซิโก ก่อนจะแพร่หลายไปยังหลายประเทศในเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย

  • ลักษณะภายนอก: ผิวสีชมพูอมแดง มีเกล็ดสีเขียวที่ค่อนข้างเรียบและแนบไปกับผล
  • เนื้อผล: สีขาว มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ กระจายทั่วผล
  • รสชาติ: หวานอ่อน ๆ สดชื่น หวานน้อยกว่าเนื้อแดง

ด้วยรสชาติที่หวานน้อย จึงเป็นตัวเลือกที่หลายคนนิยม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณน้ำตาลในอาหาร

แก้วมังกรเนื้อแดง

แก้วมังกรเนื้อแดงโดดเด่นด้วยสีของเนื้อที่เข้มสวย และมีรสชาติหวานฉ่ำกว่า จึงถูกใจคนที่ชอบผลไม้รสหวาน

  • ลักษณะภายนอก: ผิวสีชมพูเข้มหรือแดงสด เกล็ดด้านนอกมักมีลักษณะโค้งหรือหยิกมากกว่า
  • เนื้อผล: สีแดงหรือม่วงแดง มีเมล็ดสีดำกระจายทั่วผล
  • รสชาติ: หวานฉ่ำ เข้มข้นกว่าแก้วมังกรเนื้อขาว

นอกจากนี้ สีแดงของเนื้อผลยังมาจากสารสีธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

กินแก้วมังกรเนื้อขาว หรือเนื้อแดง แบบไหนดีกว่า?

หากเปรียบเทียบในด้านคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งแก้วมังกรเนื้อขาวและเนื้อแดงต่างก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น

  • อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวพรรณ
  • มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยให้อิ่มนาน และอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย
  • มีแร่ธาตุสำคัญ เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก

ความแตกต่างสำคัญคือ แก้วมังกรเนื้อแดงมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพดวงตา ขณะที่แก้วมังกรเนื้อขาวจะมีรสหวานน้อยกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการจำกัดการบริโภคน้ำตาล

สรุป

หากชอบรสชาติหวานน้อย สดชื่น และต้องการควบคุมการรับประทานน้ำตาล แก้วมังกรเนื้อขาว อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า แต่หากต้องการรสหวานฉ่ำและได้รับสารแอนโทไซยานินเพิ่มเติม แก้วมังกรเนื้อแดง ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับอาหารที่หลากหลาย ก็ล้วนเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งคู่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล