ลูกหว้า ผลไม้ไทยโบราณที่หลายคนลืม แต่สารต้านอนุมูลอิสระสูง กินแล้วดีต่อสุขภาพจริงไหม?

ลูกหว้า ผลไม้ไทยโบราณที่หลายคนลืม แต่สารต้านอนุมูลอิสระสูง กินแล้วดีต่อสุขภาพจริงไหม?

ลูกหว้า ผลไม้ไทยโบราณที่หลายคนลืม แต่สารต้านอนุมูลอิสระสูง กินแล้วดีต่อสุขภาพจริงไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคยเห็นผลไม้สีม่วงเข้มลูกเล็ก ๆ ตามตลาดพื้นบ้านหรือริมทาง แล้วสงสัยไหมว่าคืออะไร?

ผลไม้นั้นคือ "ลูกหว้า" ผลไม้พื้นเมืองของไทยที่หลายคนเคยกินสมัยเด็ก แต่ปัจจุบันกลับพบได้น้อยลง แม้หน้าตาจะไม่โดดเด่น แต่ลูกหว้ากลับอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารพฤกษเคมีหลายชนิด จนได้รับความสนใจจากนักวิจัยด้านโภชนาการอย่างต่อเนื่อง

แล้วลูกหว้ามีประโยชน์อะไรบ้าง กินทุกวันได้ไหม และใครควรระวังเป็นพิเศษ? มาดูกัน

ลูกหว้าคืออะไร?

ลูกหว้า (Java Plum หรือ Syzygium cumini) เป็นผลไม้ในวงศ์เดียวกับชมพู่ มีผลสีม่วงเข้มหรือเกือบดำเมื่อสุก เนื้อฉ่ำน้ำ รสหวานอมเปรี้ยวและฝาดเล็กน้อย จึงนิยมนำมากินสด หรือแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ แยม ไอศกรีม และของหวานพื้นบ้าน

สีม่วงเข้มของลูกหว้าเกิดจาก แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดเดียวกับที่พบในบลูเบอร์รี แบล็กเบอร์รี และองุ่นสีม่วง

7 ประโยชน์ของลูกหว้า ที่ทำให้หลายคนเริ่มกลับมากินอีกครั้ง

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ลูกหว้ามีแอนโทไซยานิน ฟลาโวนอยด์ และโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ และมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

2. มีวิตามินซี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

ลูกหว้าให้วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยในการสร้างคอลลาเจนสำหรับผิวหนัง เหงือก และหลอดเลือด

3. มีใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น

ใยอาหารในลูกหว้าช่วยเพิ่มกากอาหาร ทำให้อิ่มนาน และสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

4. อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

มีงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองหลายชิ้นที่พบว่าสารสกัดจากเมล็ดและใบลูกหว้าอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม หลักฐานในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงไม่ควรใช้แทนการรักษาหรือยาที่แพทย์สั่ง

5. มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ

ลูกหว้ามีแร่ธาตุบางชนิด เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของร่างกายตามปกติ

6. อาจดีต่อสุขภาพหัวใจ

สารต้านอนุมูลอิสระในลูกหว้าอาจช่วยลดความเครียดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์

7. แคลอรีไม่สูง

ลูกหว้าเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานไม่มากเมื่อเทียบกับของหวานทั่วไป จึงสามารถรับประทานเป็นของว่างได้ หากกินในปริมาณที่เหมาะสม

ลูกหว้ากินทั้งเมล็ดได้ไหม?

โดยทั่วไป ไม่นิยมรับประทานเมล็ดลูกหว้า เพราะมีเนื้อแข็งและรสฝาด แม้ว่างานวิจัยหลายชิ้นจะศึกษา "สารสกัดจากเมล็ด" แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำเมล็ดมากินเองได้โดยตรง

หากรับประทานผลสด ควรคายเมล็ดออกเหมือนการกินลำไยหรือมะม่วง

ใครควรระวังการกินลูกหว้า?

แม้ลูกหว้าจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรระมัดระวัง ได้แก่

  • ผู้ป่วยเบาหวาน ที่ใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินในปริมาณมาก เพราะอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาล
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ ควรกินในปริมาณปกติของอาหาร และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากลูกหว้า
  • ผู้ที่มีอาการแพ้อาหารชนิดนี้ ควรหลีกเลี่ยง

ลูกหว้าเอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง?

นอกจากกินสดแล้ว ยังนำไปทำเมนูได้หลายแบบ เช่น

  • น้ำลูกหว้า
  • สมูทตี้ลูกหว้า
  • แยมลูกหว้า
  • ลูกหว้าลอยแก้ว
  • ลูกหว้ากวน
  • ไอศกรีมลูกหว้า
  • โยเกิร์ตลูกหว้า

ลูกหว้าเป็นผลไม้ไทยพื้นบ้านที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี และใยอาหาร จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายของผลไม้ในแต่ละวัน แม้ว่าจะมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นศักยภาพด้านการควบคุมระดับน้ำตาลและการต้านอนุมูลอิสระ แต่หลักฐานในมนุษย์ยังมีไม่มากพอที่จะใช้เป็นการรักษาโรค

การรับประทานลูกหว้าในปริมาณพอเหมาะ ร่วมกับการกินอาหารที่หลากหลายและสมดุล ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล