อาการมะเร็งปากมดลูก 10 สัญญาณเตือนที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม รู้เร็วรักษาได้

อาการมะเร็งปากมดลูก 10 สัญญาณเตือนที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม รู้เร็วรักษาได้

อาการมะเร็งปากมดลูก 10 สัญญาณเตือนที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม รู้เร็วรักษาได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาการมะเร็งปากมดลูก สัญญาณเตือนที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม พร้อมวิธีสังเกตและป้องกัน

มะเร็งปากมดลูก เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย แต่ข่าวดีคือเป็นโรคที่สามารถป้องกันและตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้คือ มะเร็งปากมดลูกระยะแรกมักไม่มีอาการผิดปกติ ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนโรคลุกลาม ดังนั้น การรู้จักสัญญาณเตือนและเข้ารับการตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยง

อาการมะเร็งปากมดลูกอาการมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร?

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการที่เซลล์บริเวณปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) ชนิดความเสี่ยงสูง ซึ่งติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV 16 และ HPV 18 ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่

แม้ว่าการติดเชื้อ HPV จะพบได้บ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นมะเร็ง เพราะร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองในหลายกรณี อย่างไรก็ตาม หากเชื้อคงอยู่เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดรอยโรคก่อนมะเร็งและพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด

อาการมะเร็งปากมดลูก สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์

ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีอาการเลย แต่เมื่อโรคเริ่มลุกลาม อาจพบอาการต่อไปนี้

  • มีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์

  • มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือหลังหมดประจำเดือนแล้ว

  • ตกขาวผิดปกติ มีปริมาณมาก มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน

  • เจ็บหรือมีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์

  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง

  • ปวดหลังหรือปวดเชิงกราน

  • ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ

  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง แต่ควรรีบพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

อาการของมะเร็งปากมดลูกแต่ละระยะ

ระยะก่อนเป็นมะเร็ง (ระยะ 0)

เซลล์เริ่มผิดปกติ แต่ยังไม่ลุกลาม ผู้ป่วยมักไม่มีอาการ และตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองเท่านั้น

ระยะที่ 1

มะเร็งยังอยู่เฉพาะบริเวณปากมดลูก อาจเริ่มมีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์หรือตกขาวผิดปกติ

ระยะที่ 2

มะเร็งเริ่มลุกลามออกนอกปากมดลูก อาจมีอาการปวดเชิงกรานและเลือดออกบ่อยขึ้น

ระยะที่ 3

มะเร็งลุกลามไปยังผนังอุ้งเชิงกราน อาจมีอาการขาบวม ปวดหลัง ปัสสาวะผิดปกติ หรือไตทำงานลดลง

ระยะที่ 4

มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ ปอด กระดูก หรือสมอง ทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก?

ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่

  • ติดเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง

  • เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย

  • มีคู่นอนหลายคน หรือคู่นอนมีคู่นอนหลายคน

  • สูบบุหรี่

  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

  • ไม่เคยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

  • ไม่ได้รับวัคซีน HPV

โดยโรคนี้พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุประมาณ 30-60 ปี แต่สามารถเกิดได้ในวัยที่น้อยกว่านี้เช่นกัน

อาการมะเร็งปากมดลูกอาการมะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มีวิธีไหนบ้าง?

ปัจจุบันมีวิธีตรวจหลัก ได้แก่

1. Pap Smear

เป็นการเก็บเซลล์จากปากมดลูกเพื่อตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ ถือเป็นวิธีที่ใช้มานานและยังมีประสิทธิภาพ

2. Liquid-based Cytology

เป็นการเก็บเซลล์ในน้ำยาพิเศษ ช่วยให้ตัวอย่างมีคุณภาพดีขึ้นและเพิ่มความแม่นยำ

3. HPV DNA Test

ตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง ซึ่งสามารถค้นหาความเสี่ยงได้ตั้งแต่ก่อนเกิดความผิดปกติของเซลล์

แพทย์จะพิจารณาวิธีตรวจและระยะเวลาการตรวจที่เหมาะสมตามอายุ ประวัติสุขภาพ และผลการตรวจครั้งก่อน

หากตรวจพบมะเร็งปากมดลูก รักษาได้หรือไม่?

หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาให้หายมีค่อนข้างสูง โดยแนวทางการรักษาอาจประกอบด้วย

  • การผ่าตัด

  • การฉายรังสี

  • เคมีบำบัด

  • การรักษาแบบผสมผสานตามระยะของโรค

การรักษาจะวางแผนโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก

แม้จะเป็นโรคที่น่ากังวล แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ฉีดวัคซีน HPV ตามคำแนะนำของแพทย์

  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ แม้จะไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ 100% แต่ช่วยลดความเสี่ยงได้

  • งดสูบบุหรี่

  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • หากมีเลือดออกผิดปกติ ตกขาวผิดปกติ หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง ควรรีบพบแพทย์

อาการมะเร็งปากมดลูกอาการมะเร็งปากมดลูก

คำถามที่พบบ่อยมะเร็งปากมดลูกระยะแรกมีอาการไหม?

ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จึงควรตรวจคัดกรองเป็นประจำ แม้จะรู้สึกแข็งแรงดีก็ตาม

เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์เป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะอาจเกิดจากการอักเสบ ติ่งเนื้อ หรือโรคทางนรีเวชอื่น ๆ แต่ถือเป็นอาการผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจ

ฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังต้องตรวจคัดกรองหรือไม่?

ยังจำเป็น เพราะวัคซีนช่วยป้องกันเชื้อ HPV หลายสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ การตรวจคัดกรองจึงยังเป็นสิ่งสำคัญ

 

มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่ป้องกันได้และรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สิ่งสำคัญคืออย่ารอให้มีอาการ เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใด ๆ การฉีดวัคซีน HPV ร่วมกับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรักษาให้หายได้อย่างมาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล