10 ประโยชน์ของ "ฟักทอง" มีดีกว่าที่คิด ตัวช่วยลดน้ำหนัก-เบาหวาน-มะเร็ง
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
เปิด 10 ประโยชน์ของ "ฟักทอง" ช่วยลดน้ำหนัก คุมเบาหวาน ต้านอนุมูลอิสระลดเสี่ยงมะเร็ง
หากพูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพที่หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และอุดมไปด้วยสารอาหาร "ฟักทอง" คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยรสชาติหวานตามธรรมชาติ เนื้อสัมผัสนุ่ม และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู จึงไม่น่าแปลกใจที่ฟักทองมักถูกนำมาใช้ในเมนูอาหารคลีนและเมนูสำหรับคนรักสุขภาพอยู่เสมอ
นอกจากจะให้พลังงานไม่สูงแล้ว ฟักทองยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ใยอาหาร และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพในหลายด้าน
10 ประโยชน์ของฟักทอง
1. บำรุงสายตา
ฟักทองมีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงดวงตา ลดความเสี่ยงของปัญหาสายตา และช่วยให้การมองเห็นในที่แสงน้อยดีขึ้น
2. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระในฟักทองช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิดเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล
3. บำรุงผิวพรรณ
วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น แข็งแรง และลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
4. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
วิตามินซีและสารอาหารสำคัญในฟักทองช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น
5. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ฟักทองมีใยอาหารที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล จึงอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมปริมาณการรับประทานและปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
6. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ฟักทองมีพลังงานและไขมันต่ำ แต่มีใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มนาน ลดความอยากอาหาร และเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดหรือควบคุมน้ำหนัก
7. ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด
โพแทสเซียมและใยอาหารในฟักทองมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ และช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
8. ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ
ใยอาหารในฟักทองช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ลดอาการท้องผูก และส่งเสริมสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร
9. ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย
ฟักทองมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม ซึ่งช่วยทดแทนพลังงานและสนับสนุนการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย
10. อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วบางชนิด
การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยใยอาหารและสารอาหารจากผักผลไม้เป็นประจำ มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของระบบทางเดินปัสสาวะ แม้ฟักทองจะไม่ใช่วิธีป้องกันนิ่วโดยตรง แต่ก็เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพเมื่อรับประทานอย่างเหมาะสม
กินฟักทองอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?
หลายคนอาจคุ้นเคยกับการรับประทานเฉพาะเนื้อฟักทอง แต่ความจริงแล้ว เมล็ดฟักทอง ก็อุดมไปด้วยไขมันดี โปรตีน แมกนีเซียม และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ สมอง และระบบประสาท ขณะที่เปลือกฟักทองก็มีใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถรับประทานได้หากล้างสะอาดและปรุงสุก
วิธีปรุงที่แนะนำ ได้แก่ การนึ่ง ต้ม อบ หรือทำซุป เพราะช่วยคงคุณค่าทางโภชนาการได้ดี และไม่เพิ่มไขมันหรือพลังงานมากเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถนำไปผัดกับไข่ ใส่ในสลัด หรือปั่นรวมกับผักและผลไม้อื่นเป็นสมูทตี้เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้
ข้อควรระวังในการรับประทานฟักทอง
แม้ฟักทองจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ควรหลีกเลี่ยงเมนูที่มีน้ำตาลหรือกะทิปริมาณมาก เช่น ฟักทองแกงบวด หรือ ฟักทองสังขยา หากกำลังควบคุมน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพราะเมนูเหล่านี้ให้พลังงานและน้ำตาลค่อนข้างสูง
การรับประทานฟักทองในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่กับอาหารที่หลากหลายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ได้รับประโยชน์จากผักสีเหลืองชนิดนี้อย่างเต็มที่ และเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการดูแลสุขภาพในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

