ถังดักไขมันในบ้าน ต้องล้างบ่อยแค่ไหน? หลายบ้านปล่อยไว้นานเกินโดยไม่รู้ตัว

ถังดักไขมันในบ้าน ต้องล้างบ่อยแค่ไหน? หลายบ้านปล่อยไว้นานเกินโดยไม่รู้ตัว

ถังดักไขมันในบ้าน ต้องล้างบ่อยแค่ไหน? หลายบ้านปล่อยไว้นานเกินโดยไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายบ้านติดตั้ง "ถังดักไขมัน" ไว้ใต้ซิงค์ล้างจานหรือบริเวณครัว เพื่อช่วยดักจับไขมันและเศษอาหารก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ แต่หลังจากติดตั้งแล้ว หลายคนกลับลืมไปว่าถังดักไขมันก็ต้องได้รับการดูแลและทำความสะอาดเป็นประจำ

บางบ้านใช้งานมาหลายเดือนหรือเป็นปีโดยไม่เคยเปิดตรวจสอบเลย จนเริ่มพบปัญหาซิงค์ระบายน้ำช้า มีกลิ่นเหม็นจากท่อ หรือท่อน้ำอุดตัน

คำถามคือ ถังดักไขมันในบ้านควรล้างบ่อยแค่ไหน และหากไม่ล้างจะเกิดอะไรขึ้น?

ถังดักไขมันมีหน้าที่อะไร?

ถังดักไขมันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแยกไขมัน น้ำมัน และเศษอาหารออกจากน้ำเสียในครัวก่อนปล่อยลงสู่ระบบระบายน้ำ

หลักการทำงานคือ เมื่อน้ำเสียไหลเข้าสู่ถัง ไขมันและน้ำมันจะลอยขึ้นด้านบน ส่วนเศษอาหารจะตกตะกอนอยู่ด้านล่าง ขณะที่น้ำที่ผ่านการแยกแล้วจะไหลออกสู่ท่อระบายน้ำ

การมีถังดักไขมันช่วยลดการสะสมของไขมันในท่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาท่อน้ำอุดตันในบ้านเรือน

ถังดักไขมันในบ้าน ควรล้างบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการล้างขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานครัวของแต่ละบ้าน

โดยทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบระบายน้ำแนะนำให้ตรวจสอบถังดักไขมันอย่างน้อยเดือนละครั้ง และทำความสะอาดทุก 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันและเศษอาหารที่สะสมภายในถัง

สำหรับบ้านที่ทำอาหารเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะเมนูทอด ผัด หรืออาหารที่ใช้น้ำมันมาก อาจจำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อยกว่าบ้านที่ใช้งานครัวไม่มากนัก

อีกหลักการหนึ่งที่นิยมใช้คือ "กฎ 25%" (25 Percent Rule) หากพบว่าไขมันและตะกอนสะสมรวมกันเกินประมาณ 1 ใน 4 ของความลึกภายในถัง ควรทำความสะอาดทันที เพราะประสิทธิภาพในการดักจับไขมันจะเริ่มลดลงอย่างชัดเจน

สัญญาณเตือนว่าได้เวลาล้างถังดักไขมันแล้ว

แม้จะจำไม่ได้ว่าล้างครั้งล่าสุดเมื่อไร แต่สามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้

1. ซิงค์ล้างจานระบายน้ำช้าลง

เมื่อไขมันสะสมมากขึ้น การไหลของน้ำจะเริ่มช้าลงกว่าปกติ และอาจเกิดเสียงน้ำไหลผิดปกติภายในท่อได้

2. มีกลิ่นเหม็นจากซิงค์หรือท่อน้ำ

เศษอาหารและไขมันที่ค้างอยู่เป็นเวลานานจะเกิดการย่อยสลาย ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในครัว

3. พบคราบไขมันสะสมจำนวนมาก

เมื่อเปิดฝาถังแล้วเห็นชั้นไขมันหนาลอยอยู่ด้านบน หรือมีตะกอนสะสมจำนวนมากด้านล่าง แสดงว่าถึงเวลาทำความสะอาดแล้ว

4. มีแมลงรบกวนบริเวณครัว

เศษอาหารและไขมันสะสมอาจกลายเป็นแหล่งดึงดูดแมลงหวี่และแมลงวันได้ง่ายขึ้น

หากไม่ล้างถังดักไขมัน จะเกิดอะไรขึ้น?

หลายคนคิดว่าถังดักไขมันเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งครั้งเดียวแล้วใช้งานได้ตลอด แต่ความจริงหากปล่อยให้ไขมันสะสมมากเกินไป อาจเกิดปัญหาตามมาได้หลายอย่าง เช่น

  • ท่อน้ำอุดตัน
  • น้ำเอ่อล้นจากซิงค์
  • กลิ่นเหม็นสะสมในครัว
  • ประสิทธิภาพการดักไขมันลดลง
  • ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมระบบท่อเพิ่มขึ้น

เมื่อถังไม่สามารถดักจับไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไขมันส่วนเกินจะไหลเข้าสู่ท่อและแข็งตัวสะสมจนเกิดการอุดตันในที่สุด

ไขมันที่ตักออกมา ควรทิ้งอย่างไร?

สิ่งที่ไม่ควรทำคือการเทไขมันที่ตักออกจากถังกลับลงซิงค์หรือท่อระบายน้ำ

วิธีที่เหมาะสมคือปล่อยให้ไขมันเย็นตัว จากนั้นใส่ถุงหรือภาชนะที่ปิดมิดชิดก่อนนำไปทิ้งพร้อมขยะทั่วไป เพื่อลดโอกาสเกิดการอุดตันในระบบระบายน้ำอีกครั้ง

สรุปได้ว่า ถังดักไขมันเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยลดปัญหาท่อน้ำอุดตันและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในครัว แต่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไป ควรตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละครั้ง และล้างทุก 1-3 เดือน หรือเมื่อพบว่าไขมันและตะกอนสะสมเกินประมาณ 25% ของความจุภายในถัง การดูแลเพียงเล็กน้อยเป็นประจำ อาจช่วยป้องกันปัญหาใหญ่และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมระบบท่อในอนาคตได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล