น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลอ้อย และน้ำตาลกรวด ต่างกันอย่างไร?

น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลอ้อย และน้ำตาลกรวด ต่างกันอย่างไร?

น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลอ้อย และน้ำตาลกรวด ต่างกันอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลกรวด และน้ำตาลปี๊บ ต่างกันอย่างไร?

น้ำตาลทั้ง 4 ชนิดมีจุดร่วมคือใช้เพิ่มรสหวานและให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่แตกต่างกันที่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต สี กลิ่น รสชาติ ความชื้น และลักษณะการนำไปประกอบอาหาร

ในด้านสุขภาพ ความแตกต่างไม่ได้มากอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะส่วนประกอบหลักยังคงเป็นน้ำตาล โดยเฉพาะซูโครส แม้น้ำตาลที่ผ่านกระบวนการน้อยกว่าจะมีแร่ธาตุหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ปริมาณมักไม่มากพอที่จะทำให้เป็นแหล่งสารอาหารหลัก ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลเติมเพิ่มทุกชนิดเช่นเดียวกัน

น้ำตาลทรายขาว

น้ำตาลทรายขาวในประเทศไทยผลิตจาก "อ้อย" ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ กำจัดกาก สี และกากน้ำตาล ก่อนตกผลึกเป็นเม็ดสีขาว มีซูโครสเป็นส่วนประกอบเกือบทั้งหมด โดยมาตรฐาน Codex ระบุว่าน้ำตาลทรายขาวเป็นซูโครสที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์และตกผลึก

น้ำตาลชนิดนี้มีรสหวานตรงไปตรงมา ไม่มีกลิ่นกากน้ำตาล และละลายได้ง่าย จึงเหมาะกับการชงเครื่องดื่ม ทำขนม เบเกอรี และปรุงอาหารที่ไม่ต้องการให้สีหรือกลิ่นของน้ำตาลรบกวนรสชาติเดิม

น้ำตาลทรายขาว

น้ำตาลอ้อย

น้ำตาลอ้อย หรือชื่อทางการค้าคือ น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ แท้จริงแล้วคือน้ำตาลทรายที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์หรือฟอกสีน้อยกว่าน้ำตาลทรายขาว จึงยังคงมีกากน้ำตาล สี กลิ่น และรสเฉพาะของอ้อยหลงเหลืออยู่ ลักษณะทั่วไปคือมีสีน้ำตาล

น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ และน้ำตาลทรายขาว มีที่มาจากลำต้นของอ้อยสดเหมือนกัน ให้รสชาติหวานใกล้เคียงกัน สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ “สี” ของน้ำตาลทั้ง 2 ชนิด เพราะเกิดจากกระบวนการผลิตที่มีขั้นตอนแตกต่างกัน

น้ำตาลอ้อย

น้ำตาลทรายแดง

น้ำตาลทรายแดงเป็นน้ำตาลที่ยังมีกากน้ำตาลหลงเหลืออยู่ หรืออาจผลิตโดยนำกากน้ำตาลกลับมาผสมกับน้ำตาลทรายขาว ขึ้นอยู่กับชนิดและกระบวนการของผู้ผลิต กากน้ำตาลทำให้น้ำตาลมีสีน้ำตาล เนื้อชื้น ละเอียดเหมือนทราย และมีกลิ่นหอมคล้ายคาราเมล

น้ำตาลทรายแดงอาจมีแร่ธาตุบางชนิดมากกว่าน้ำตาลทรายขาวเล็กน้อย แต่ต้องรับประทานน้ำตาลจำนวนมากจึงจะได้รับแร่ธาตุในปริมาณที่มีความหมาย ซึ่งไม่คุ้มกับน้ำตาลและพลังงานที่ได้รับ จึงไม่ควรมองว่าเป็นน้ำตาลเพื่อสุขภาพหรือรับประทานได้ไม่จำกัด

น้ำตาลเหมาะกับการทำคุกกี้ เค้ก ซอสหมัก และอาหารที่ต้องการความชุ่มชื้น สีเข้ม และกลิ่นคาราเมล โดยน้ำตาลทรายแดงเข้มมักมีกลิ่นกากน้ำตาลชัดกว่าชนิดสีอ่อน

น้ำตาลทรายแดง

 

น้ำตาลกรวด

น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ที่นำมาละลายน้ำเป็นน้ำเชื่อม แล้วปล่อยให้ตกผลึกช้าๆ เป็นก้อนใหญ่ โดยมีโครงสร้างทางเคมีเป็นซูโครสเหมือนน้ำตาลทรายทั่วไป แต่แตกต่างกันที่กระบวนการตกผลึกตามธรรมชาติใช้เวลานานหลายวัน อาจมีสีขาวใสหรือสีเหลืองอำพันตามวัตถุดิบและกระบวนการผลิต โดยพื้นฐานจึงไม่ได้แตกต่างจากน้ำตาลทรายในด้านองค์ประกอบหลัก

ความเชื่อว่าน้ำตาลกรวดหวานน้อยหรือดีต่อสุขภาพกว่าน้ำตาลทรายขาวอาจเกิดจากผลึกที่มีขนาดใหญ่และละลายช้ากว่า แต่หากเปรียบเทียบในน้ำหนักเท่ากัน ปริมาณน้ำตาลและพลังงานใกล้เคียงกัน ไม่ได้มีคุณสมบัติรักษาอาการร้อนในหรือบำรุงสุขภาพเป็นพิเศษ

น้ำตาลกรวดนิยมใช้ในเครื่องดื่มสมุนไพร ซุปตุ๋น น้ำเชื่อม และอาหารจีน เพราะให้ความหวานที่ค่อยๆ ละลายและไม่เพิ่มกลิ่นกากน้ำตาลมากนัก

น้ำตาลกรวด

 

น้ำตาลชนิดไหนมีพลังงานน้อยที่สุด?

ตามคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก (WHO) และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย กำหนดไว้ว่า ไม่ควรกินน้ำตาลเติมเพิ่มเกินวันละ 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 24 กรัม)

เมื่อเปรียบเทียบในน้ำหนักเท่ากัน น้ำตาลทุกชนิดให้พลังงานใกล้เคียงกัน เพราะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทรายแดงอาจมีความชื้นมากกว่า จึงอาจมีน้ำตาลต่อ 100 กรัมน้อยกว่าน้ำตาลทรายขาวเล็กน้อย แต่ไม่ได้ต่างกันมากจนสามารถรับประทานได้โดยไม่ควบคุมปริมาณ

การตักด้วยช้อนอาจทำให้ปริมาณต่างกันจากขนาดเม็ด ความแน่น และความชื้น หากต้องการควบคุมน้ำตาลอย่างแม่นยำ ควรพิจารณาน้ำหนักหรือข้อมูลโภชนาการ ไม่ควรตัดสินจากจำนวนช้อนเพียงอย่างเดียว

ผู้เป็นเบาหวานไม่ควรคิดว่าการเปลี่ยนชนิดน้ำตาล จะไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลทุกชนิดยังเป็นคาร์โบไฮเดรตและสามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้ แม้ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีองค์ประกอบแตกต่างกันเล็กน้อย

น้ำตาลจากพืชธรรมชาติหรือผ่านกระบวนการน้อยยังถือเป็นน้ำตาลเติมเพิ่มเมื่อใช้ปรุงอาหารและเครื่องดื่ม องค์การอนามัยโลกแนะนำให้จำกัดน้ำตาลอิสระให้น้อยกว่า 10% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน และระบุว่าการลดลงต่ำกว่า 5% อาจให้ประโยชน์เพิ่มเติมต่อสุขภาพ

ควรเลือกน้ำตาลชนิดไหนดี?

ควรเลือกตามรสชาติและลักษณะอาหารมากกว่าหวังประโยชน์ทางสุขภาพ เช่น ใช้น้ำตาลทรายขาวเมื่อไม่ต้องการกลิ่นเพิ่มเติม ใช้น้ำตาลทรายแดงในเบเกอรีที่ต้องการความชุ่มชื้น ใช้น้ำตาลกรวดในเมนูตุ๋น และใช้น้ำตาลปี๊บในอาหารไทยที่ต้องการกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ไม่ว่าจะเลือกชนิดใด หลักสำคัญคือใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ลดการเติมน้ำตาลในเครื่องดื่ม และตรวจปริมาณน้ำตาลจากอาหารสำเร็จรูปทั้งวัน เพราะ อย. แนะนำให้ลดอาหารหวาน มัน และเค็ม เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

สรุป

น้ำตาลทุกชนิดยังคงเป็นน้ำตาลและให้พลังงานใกล้เคียงกัน น้ำตาลสีเข้มหรือผลิตจากธรรมชาติอาจมีแร่ธาตุหลงเหลือมากกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำให้ดีต่อสุขภาพจนสามารถกินได้มากกว่าน้ำตาลทรายขาว ควรเลือกตามเมนูและควบคุมปริมาณเป็นหลัก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล