ไขข้อสงสัย "นอนคลุมโปง" ทำไมถึงรู้สึกดี แต่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ?

ไขข้อสงสัย "นอนคลุมโปง" ทำไมถึงรู้สึกดี แต่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ?

ไขข้อสงสัย "นอนคลุมโปง" ทำไมถึงรู้สึกดี แต่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การนอนคลุมโปง หรือการเอาผ้าห่มคลุมศีรษะและร่างกายมิดชิด เป็นพฤติกรรมการนอนที่หลายคนชอบทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออากาศหนาว หรือเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจัด เพราะรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และช่วยให้หลับง่ายขึ้น แต่เบื้องหลังความสบายนี้ มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเราควรทำความเข้าใจ

ความรู้สึกดีของการ "นอนคลุมโปง" เกิดขึ้นได้อย่างไร?

สาเหตุที่หลายคนติดการนอนคลุมโปงนั้นเกี่ยวข้องกับกลไกทางจิตวิทยาและสรีรวิทยา:

  1. ความรู้สึกอบอุ่น: ผ้าห่มช่วยกักเก็บความร้อนจากร่างกาย ทำให้รู้สึกอบอุ่นทันที ซึ่งร่างกายจะชอบความรู้สึกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุณหภูมิที่เย็น
  2. ความรู้สึกปลอดภัย: การที่ร่างกายถูกห่อหุ้มไว้ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว (คล้ายกับการถูกอุ้มในวัยเด็ก) ซึ่งช่วยลดความกังวลและกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง เมลาโทนิน (Melatonin) หรือฮอร์โมนแห่งการนอนหลับได้ดีขึ้น
  3. ความมืดสนิท: การคลุมโปงทำให้เกิดความมืดมิด ซึ่งส่งเสริมการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้รู้สึกง่วงและหลับได้เร็วขึ้น

ข้อควรระวังด้านสุขภาพ อันตรายจากการนอนคลุมโปง

แม้จะให้ความรู้สึกสบาย แต่การนอนคลุมโปงก็มีผลกระทบต่อสุขภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการหายใจ:

1. ภาวะขาดออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง

นี่คือผลกระทบที่สำคัญที่สุด เมื่อเราหายใจเอาอากาศใต้ผ้าห่มเข้าไปซ้ำๆ:

  • ออกซิเจนลดลง (Hypoxia): ทุกครั้งที่เราหายใจเข้า เราจะใช้ออกซิเจนในพื้นที่จำกัดใต้ผ้าห่ม
  • คาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น (Hypercapnia): ทุกครั้งที่เราหายใจออก เราจะปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide - CO2​) ออกมาสะสมใต้ผ้าห่ม
  • ผลกระทบ: การหายใจเอาอากาศที่มี CO2​ สูงและ O2​ ต่ำเข้าไปซ้ำๆ จะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะตอนตื่นนอน และในระยะยาวอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง

2. สมองทำงานได้ไม่เต็มที่

เมื่อสมองได้รับออกซิเจนน้อยลงในระหว่างการนอนหลับ อาจส่งผลให้:

  • คุณภาพการนอนลดลง: แม้จะรู้สึกว่าหลับง่าย แต่คุณภาพของการหลับลึก (Deep Sleep) อาจลดลง ทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น
  • เสี่ยงต่อสมองเสื่อม: งานวิจัยบางส่วนชี้ว่า การที่สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว

3. ความอับชื้นและการสะสมของเชื้อโรค

  • ความชื้นสูง: ลมหายใจของเรามีความชื้น การคลุมโปงทำให้ความชื้นสะสมใต้ผ้าห่ม ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของไรฝุ่น และเชื้อโรคต่างๆ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

นอนอย่างไรให้อบอุ่นและปลอดภัย?

หากคุณเป็นคนที่ติดการนอนคลุมโปง ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ดังนี้:

  • เปิดหน้าต่าง/เปิดช่องระบายอากาศ: หากอากาศไม่เย็นจัดเกินไป ควรเปิดหน้าต่าง หรือเปิดช่องว่างให้อากาศถ่ายเท เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนเข้ามาในห้องได้
  • ใช้ผ้าห่มหนาแทนการคลุมหัว: เลือกใช้ผ้าห่มที่หนา อุ่น และมีน้ำหนัก (Weighted Blanket) เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นและถูกโอบกอดโดยที่ไม่ต้องคลุมศีรษะ
  • ห่มผ้าถึงคอหรือหน้าอก: พยายามห่มผ้าให้ถึงแค่ช่วงคอหรือหน้าอก โดยปล่อยให้ใบหน้าและจมูกอยู่ภายนอกผ้าห่ม เพื่อให้หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์ในห้อง
  • ใช้ที่ปิดตา (Eye Mask): หากต้องการความมืดสนิทเพื่อกระตุ้นเมลาโทนิน ให้ใช้ที่ปิดตาแทนการคลุมศีรษะ

คำเตือนสำคัญ: ในกรณีของเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการหายใจ การนอนคลุมโปงถือเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะขาดอากาศหายใจได้ง่ายกว่า

การนอนหลับที่มีคุณภาพคือการหลับที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และได้รับออกซิเจนเพียงพอ ดังนั้น แม้การนอนคลุมโปงจะให้ความรู้สึกสบาย แต่การเลือกวิธีที่ปลอดภัยกว่าเพื่อสุขภาพในระยะยาวย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล