Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/52/261749/new-thumbnail1200x720_v2-20.jpg

แยกให้ออกก่อนซื้อ! "มะปราง-มะยงชิด" ดูยังไงไม่ให้ซื้อผิดอีกต่อไป
แชร์เรื่องนี้
ช่วงหน้าร้อนทีไร หลายคนต้องยืนงงหน้าร้านผลไม้ทุกที เพราะแยกไม่ออกว่าอันไหนคือ “มะปราง” อันไหนคือ “มะยงชิด” หน้าตาคล้ายกัน สีเหลืองส้มเหมือนกัน แถมบางร้านติดป้ายสลับกันอีกต่างหาก แล้วจะดูยังไงไม่ให้ซื้อผิด?
ความจริงแล้ว มะปรางกับมะยงชิดเป็นผลไม้ในกลุ่มเดียวกัน แต่มีจุดสังเกตที่ต่างกันชัดเจน ถ้ารู้ทริคนี้ รับรองเลือกได้ถูกแบบไม่ต้องเดาอีกต่อไป
มะปราง-มะยงชิด ต่างกันอย่างไร
ชื่อและสายพันธุ์
- มะปราง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea macrophylla ใบมีขนาดใหญ่ ผลเล็กกว่า
- มะยงชิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia ผลสุกมีสีเหลืองส้มหรือเหลืองเข้ม ขนาดผลใหญ่กว่า และมีสายพันธุ์หนึ่งที่เรียก “มะยงห่าง” ซึ่งจะมีรสเปรี้ยวจัด
สีของผล
- มะปราง ผลสุกจะมีสีเหลืองนวลหรือเหลืองจาง ในขณะที่
- มะยงชิด ผลสุกจะออกสีเหลืองอมส้มหรือเข้มกว่า เห็นได้ชัดว่าเนื้อผลต่างกัน
รสชาติ
- มะปราง ให้รสหวานละมุน บางพันธุ์หวานจัด บางพันธุ์มีรสหวานจืด และบางพันธุ์อาจมียางที่ทำให้ระคายคอ
- มะยงชิด จะมีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย กินแล้วชุ่มฉ่ำ และที่สำคัญคือไม่มียาง จึงไม่ทำให้ระคายคอ
ขนาดเมล็ด
- มะปราง มีเมล็ดใหญ่กว่า
- มะยงชิด มีเมล็ดเล็กกว่า ทำให้เนื้อผลที่ได้จากการรับประทานต่างกันด้วย
ผลดิบ
- ผลดิบของมะปรางมีรสมันและมีสีเขียวซีด
- ขณะที่ผลดิบของมะยงชิดจะมีรสเปรี้ยว เปลือกสีเขียวเข้มจัดกว่า
สรุป
มะปราง และ มะยงชิด แม้จะคล้ายกันจนทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่จริง ๆ แล้วต่างกันชัดเจน มะปรางผลเล็กกว่า สีเหลืองอ่อน รสหวาน บางพันธุ์มียาง ส่วนมะยงชิดผลใหญ่กว่า สีเข้ม รสหวานอมเปรี้ยว กินแล้วชุ่มฉ่ำ และไม่มียาง ทั้งสองจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครชอบรสหวานละมุนอาจถูกใจมะปราง แต่ถ้าชอบหวานอมเปรี้ยวสดชื่นก็มักเลือกมะยงชิด
แหล่งอ้างอิง
แชร์เรื่องนี้