3 จุดต้องระวัง! ก่อนกิน "กล้วยน้ำว้า" ที่หลายคนอาจมองข้าม!

3 จุดต้องระวัง! ก่อนกิน "กล้วยน้ำว้า" ที่หลายคนอาจมองข้าม!

3 จุดต้องระวัง! ก่อนกิน "กล้วยน้ำว้า" ที่หลายคนอาจมองข้าม!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คนไทยเราคุ้นเคยกับ "กล้วยน้ำว้า" มาตั้งแต่เด็กๆ เรียกว่าเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์คู่บ้านเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะรสชาติหวานอร่อย หาซื้อง่าย ราคาเป็นมิตรแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ช่วยบำรุงร่างกาย แถมยังเป็นไอเทมเด็ดสำหรับคนลดน้ำหนักอีกด้วย

แต่ขึ้นชื่อว่าอาหาร... ต่อให้มีประโยชน์แค่ไหน หากกินไม่ถูกวิธีหรือกินมากเกินไป กล้วยน้ำว้าลูกเจ๋งๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน และนี่คือ 3 ข้อควรระวัง ที่สายรักสุขภาพต้องรู้ก่อนหยิบกล้วยเข้าปากค่ะ!

3 จุดต้องระวัง! กินกล้วยน้ำว้าอย่างไรไม่ให้พัง

1. "กล้วยดิบ-กล้วยห่าม" กินเยอะไป ระวังท้องอืด-แน่นท้อง

หลายคนชอบกินกล้วยห่ามๆ เพราะเคี้ยวหนึบอร่อยดี แต่รู้ไหมว่าในกล้วยดิบและกล้วยห่ามจะมี "สารแทนนิน" (Tannin) และแป้งทนการย่อยสูง ซึ่งสารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมาน หากเรารับประทานเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไป อาจเข้าไปทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานลำบาก ก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง หรือถึงขั้นท้องผูกได้เลยทีเดียว

2. "กล้วยสุก" ตัวช่วยขับถ่าย แต่อย่าลืมทางสายกลาง

เป็นที่รู้กันดีว่ากล้วยน้ำว้าสุกงอมนั้นมีเส้นใยอาหาร (Fiber) สูงมาก เป็นมิตรต่อระบบขับถ่ายสุดๆ เหมาะกับคนที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง แต่ในทางกลับกัน หากคุณเป็นคนที่ธาตุอ่อน แล้วรับประทานกล้วยสุกมากเกินพอดีในหนึ่งวัน เส้นใยและน้ำตาลที่สูงเกินไปอาจกระตุ้นลำไส้จนกลายเป็นอาการ "ท้องเสีย" ได้ง่ายๆ ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

3. พลังงานสูงปรี๊ด! กินเพลินระวังอ้วนไม่รู้ตัว

อย่าประมาทกล้วยน้ำว้าเด็ดขาด! เพราะเห็นลูกย่อมๆ แบบนี้ แต่ให้พลังงานสูงกว่ากล้วยชนิดอื่นๆ โดย กล้วยน้ำว้า 1 ผล ให้พลังงานสูงถึงประมาณ 100 กิโลแคลอรี เลยทีเดียว (กิน 2 ลูกก็เกือบเท่าข้าวสวย 1 จานแล้วค่ะ) แม้จะเป็นแหล่งพลังงานที่ดีเยี่ยมสำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่ใช้แรงงาน แต่สำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือนั่งทำงานอยู่กับที่ หากกินเพลินวันละหลายๆ ลูก พลังงานส่วนเกินเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมและนำไปสู่ภาวะอ้วนได้ง่ายมาก

ทริกเล็กๆ กินกล้วยน้ำว้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด

  • ปริมาณที่แนะนำ: สำหรับคนทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรงดี การรับประทานกล้วยน้ำว้า วันละ 1-2 ลูก ถือเป็นปริมาณที่กำลังพอเหมาะพอดีต่อร่างกายค่ะ

  • เลือกความสุกให้ตรงจุด: > * อยากแก้กรดไหลย้อน/ท้องเสีย-เลือกกล้วยดิบหรือกล้วยห่าม

    • อยากแก้ท้องผูก/ช่วยระบาย-เลือกกล้วยสุกงอม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล