โรคเอดส์รักษาได้ ติดเชื้อ HIV กินยา 1-2 เดือน ทำงานได้ปกติ อย่าตกเป็นเหยื่อเรี่ยไร

โรคเอดส์รักษาได้ ติดเชื้อ HIV กินยา 1-2 เดือน ทำงานได้ปกติ อย่าตกเป็นเหยื่อเรี่ยไร

โรคเอดส์รักษาได้ ติดเชื้อ HIV กินยา 1-2 เดือน ทำงานได้ปกติ อย่าตกเป็นเหยื่อเรี่ยไร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

HIV กับ AIDS คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร?

โรคเอดส์ หรือ Acquired Immunodeficiency Syndrome (AIDS) เป็นโรคร้ายแรงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้ยากขึ้น

แม้ว่าโรคนี้จะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การรักษาด้วยยาต้านไวรัสสามารถช่วยควบคุมอาการ ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงกับคนปกติได้

HIV รักษาได้...และใช้ชีวิตต่อได้

ล่าสุด ผศ.(พิเศษ) พญ.จุรีรัตน์ บวรวัฒนุวงศ์ นายกสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานแถลงข่าว เอดส์ประเทศไทย: ก้าวได้ไกล ไปใกล้ถึง ว่า "การรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งปัจจุบันยาต้านไวรัสมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมาก ผู้ที่รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องเพียง 3 เดือน จะไม่แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มีครอบครัวและมีบุตรได้ นอกจากนี้ ยังมียาต้านไวรัสสำหรับกินเพื่อป้องกันการติดเชื้อได้อีกด้วย"

จากนั้น ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า "เมื่อติดเชื้อแล้วรักษาด้วยยาต้านไวรัสภายใน 1-2 เดือน ก็กลับไปทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ไม่ได้เป็นภาระกับใครหรือครอบครัว เพราะรัฐบาลจ่ายค่ารักษาให้ เมื่อรักษาครบ 3 เดือน ผู้ติดเชื้อจะไม่สามารถแพร่เชื้อให้ใครได้เลย แม้จะจงใจแพร่เชื้อก็ตาม เพราะปริมาณเชื้อจะน้อยมาก"

ทางด้าน นายนิมิตร์ เทียนอุดม ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวัณโรค ปิดท้าย "วัดพระบาทน้ำพุ ไม่มีความจำเป็นแล้วใน พ.ศ.นี้ ถ้าเราทำให้ทุกคนที่มีความเสี่ยงรีบตรวจ รีบรักษา ภายใน 3 เดือน จะไม่มีผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องไปนอนที่วัดแบบนั้น เรายังมีผู้เสียชีวิตจากเอดส์เพราะรู้ตัวช้า รักษาช้า 30 ปีที่แล้ว วัดโฆษณาว่าเป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย ผมกับเพื่อนเข้าไปคุยกับพระอาจารย์อลงกต เพราะกังวลว่าคนจะยิ่งรังเกียจและกลัว อยากให้ครอบครัวเข้าใจเป็นที่พึ่งพิงที่สำคัญ แต่วัดก็เติบโตขึ้น ส่วนผมก็ต้องมาทำงานรณรงค์แบบนี้"

ทั้งนี้หากต้องการปรึกษาสามารถโทรสายด่วน 1330 หรือ 1663 เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจหาเอชไอวี หรือใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ในส่วนของบริการส่งเสริมป้องกัน โดยระบบได้เตรียมชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV self-test) ไว้ปีละ 1 ล้านชุด และมีการให้บริการตรวจในโรงพยาบาล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล