ท้องเสียกินอะไรหากไม่มียา? เผยสูตรเกลือแร่ทำเอง และวิธีปฏิบัติตัวให้ฟื้นตัวไว

ท้องเสียกินอะไรหากไม่มียา? เผยสูตรเกลือแร่ทำเอง และวิธีปฏิบัติตัวให้ฟื้นตัวไว

ท้องเสียกินอะไรหากไม่มียา? เผยสูตรเกลือแร่ทำเอง และวิธีปฏิบัติตัวให้ฟื้นตัวไว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อเกิดอาการท้องเสีย โดยไม่มีตัวยาหรือเกลือแร่ในบ้าน การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีถือเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักอาหารที่ควรกิน ควรหลีกเลี่ยง และวิธีฟื้นตัวให้ร่างกายแข็งแรงได้โดยไม่ต้องพึ่งยาในทันที

รู้จักกับอาการท้องเสีย

ท้องเสีย คือภาวะที่ร่างกายถ่ายอุจจาระบ่อยหรือเหลวกว่าปกติ โดยอาจเกิดจากอาหารเป็นพิษ การติดเชื้อไวรัส/แบคทีเรีย หรือการแพ้อาหารบางชนิด หากไม่ดูแลให้ดี อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำหรือเกลือแร่ได้

ท้องเสียกินอะไรได้บ้างหากไม่มียา

เมื่อท้องเสียร่างกายจะสูญเสียน้ำและแร่ธาตุอย่างรวดเร็ว การเลือกกินอาหารที่เหมาะสมจะช่วยชดเชยสารอาหารและฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ยังไม่มียาใกล้ตัว

อาหารที่ควรกินเมื่อท้องเสีย ควรเน้นอาหารย่อยง่าย อ่อนต่อระบบทางเดินอาหาร และมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

  • ข้าวต้ม โจ๊ก หรือข้าวสวยนิ่ม ๆ: ให้พลังงานโดยไม่ระคายเคืองลำไส้ เหมาะสำหรับเริ่มกินหลังจากลำไส้สงบลงเล็กน้อย

  • กล้วยสุก (โดยเฉพาะกล้วยหอม): มีโพแทสเซียมและเพคติน ซึ่งช่วยดูดซับน้ำในลำไส้ ลดการถ่ายเหลว

  • แครกเกอร์จืด ขนมปังขาว: ให้พลังงานจากแป้งโดยไม่ทำให้ลำไส้ทำงานหนัก

  • น้ำข้าว: น้ำที่ได้จากการหุงข้าว สามารถช่วยรักษาสมดุลของเหลวและดูดซึมได้ดี ช่วยลดอาการถ่ายบ่อย

  • แอปเปิลปอกเปลือก: มีเส้นใยเพคตินแบบละลายน้ำ ช่วยเพิ่มความหนืดของอุจจาระ

  • ซุปไก่ใส (ไม่ใส่เครื่องเทศหรือไขมัน): ให้พลังงาน น้ำ และโซเดียมในปริมาณพอเหมาะ

เคล็ดลับ: กินอาหารวันละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้ลำไส้ทำงานหนัก ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด นมสด ของทอด และผักผลไม้สดในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก

สูตรเกลือแร่ทำเองได้ง่ายๆ

หากไม่มีผงเกลือแร่ ORS ติดบ้าน ก็สามารถทำสูตรเกลือแร่เองได้ง่าย ๆ โดยใช้วัตถุดิบที่มีในครัว ดังนี้

สูตรเกลือแร่สำหรับผู้มีอาการท้องเสีย (แนะนำโดย WHO)

  • น้ำต้มสุกที่สะอาด 1 ลิตร

  • เกลือป่นสะอาด ½ ช้อนชา

  • น้ำตาลทรายขาว 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ)

วิธีทำ:
ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน คนจนน้ำตาลและเกลือละลายจนหมด ควรดื่มทีละน้อยแต่บ่อย ๆ เช่น จิบทุก 5–10 นาที โดยเฉพาะหลังการถ่าย

ข้อควรระวัง:

  • ห้ามใส่น้ำตาลมากเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องเสีย หนักขึ้น

  • ไม่ควรใช้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬาแทน ORS เพราะมีน้ำตาลสูงเกินไปและมีสัดส่วนอิเล็กโทรไลต์ที่ไม่เหมาะกับผู้ท้องเสีย

ใช้เมื่อไร: ควรเริ่มจิบน้ำเกลือแร่ทันทีที่มีอาการถ่ายเหลว โดยไม่ต้องรอให้มีอาการขาดน้ำ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว

ท้องเสียไม่ควรกินอะไร

เพื่อป้องกันไม่ให้อาการท้องเสียแย่ลง ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

  • อาหารมัน ของทอด

  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม

  • ผักสด ผลไม้ที่มีกากใยสูง

  • อาหารรสจัด เผ็ด เปรี้ยว

  • กาแฟ น้ำอัดลม และแอลกอฮอล์

  • อาหารหมักดอง หรือของที่ไม่สดใหม่

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อท้องเสีย

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

  • จิบน้ำหรือเกลือแร่บ่อยๆ ไม่ควรดื่มทีละมากๆ

  • งดกินยาหยุดถ่ายเอง หากยังไม่รู้สาเหตุ

  • สังเกตอาการ เช่น มีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด คลื่นไส้มาก ควรรีบพบแพทย์

ท้องเสียกี่วันควรพบแพทย์?

โดยทั่วไปท้องเสียที่ไม่รุนแรงจะหายได้เองภายใน 1-2 วัน
แต่ควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้:

  • ถ่ายบ่อยกว่า 6 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายตลอดทั้งวัน

  • มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หน้ามืด

  • ถ่ายเป็นเลือดหรือมีมูก

  • ปวดท้องรุนแรง หรือมีไข้สูง

  • เป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว

สรุป

การดูแลตัวเองเมื่อท้องเสีย โดยไม่มีตัวยา ต้องเริ่มจากการกินอาหารที่ถูกต้อง และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2–3 วัน หรือมีสัญญาณอันตราย ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

อ่านเพิ่ม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล