"ซักรวม" vs "ซักบ่อย" แบบไหนประหยัดมากกว่า? กูรูเผยคำตอบ เข้าใจผิดมาตลอด

"ซักรวม" vs "ซักบ่อย" แบบไหนประหยัดมากกว่า? กูรูเผยคำตอบ เข้าใจผิดมาตลอด

"ซักรวม" vs "ซักบ่อย" แบบไหนประหยัดมากกว่า? กูรูเผยคำตอบ เข้าใจผิดมาตลอด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ซักผ้ารวม" vs "ซักผ้าบ่อย" แบบไหนประหยัดมากกว่ากัน? กูรูซักผ้าเผยคำตอบที่หลายคนคาดไม่ถึง

หลายคนอาจคิดว่า การเก็บผ้าไว้ซักรวมกันครั้งเดียวช่วงสุดสัปดาห์ช่วยประหยัดค่าน้ำและค่าไฟได้มากกว่า แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการซักผ้ากลับให้คำตอบที่ต่างออกไป เพราะการซักผ้ารวมจำนวนมากเกินไปอาจทำให้ซักไม่สะอาด กลิ่นติดผ้า และสุดท้ายต้องซักซ้ำจนเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม

เว็บไซต์ grape รายงานคำแนะนำของ ริเอะ ฮิราชิมะ นักวิจัยด้านการซักผ้าจากญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่า หากต้องเลือกระหว่าง “ซักรวมครั้งเดียว” กับ “ซักบ่อยครั้งละพอดี” วิธีที่แนะนำคือการซักแบบบ่อยและไม่ปล่อยให้ผ้าสกปรกสะสมเป็นเวลานาน

ทำไมการซักผ้ารวมอาจไม่ประหยัดอย่างที่คิด

เหตุผลแรกคือ คราบสกปรกจะยิ่งฝังลึกตามเวลา ยิ่งถอดเสื้อผ้าไว้หลายวันก่อนซัก คราบเหงื่อ คราบอาหาร หรือคราบไคลต่าง ๆ อาจซึมเข้าสู่เส้นใยผ้ามากขึ้น ทำให้ซักออกยาก และอาจกลายเป็นสาเหตุของคราบเหลืองหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์

หากซักครั้งเดียวแล้วคราบหรือกลิ่นยังไม่หมด หลายคนอาจต้องซักซ้ำ ใช้น้ำ ใช้ไฟ และใช้ผงซักฟอกเพิ่มขึ้น หรือในกรณีที่ผ้าเหลืองและมีกลิ่นติดนาน อาจถึงขั้นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ ซึ่งไม่ใช่การประหยัดในระยะยาว

ซักผ้ารวมiStockphotoซักผ้ารวม-ซักผ้าบ่อย

ใส่ผ้าแน่นเกินไป ทำให้เครื่องซักไม่สะอาด

อีกปัญหาของการซักผ้ารวมคือ การอัดผ้าเข้าเครื่องซักผ้าจนแน่นเกินไป ฮิราชิมะอธิบายว่า เมื่อผ้าไม่มีพื้นที่ให้ขยับ คราบสกปรกก็จะหลุดออกได้ยาก ทำให้ผลลัพธ์หลังซักไม่ดีเท่าที่ควร

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาบน ปริมาณผ้าที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณ 70-80% ของถังซัก ส่วนเครื่องซักผ้าแบบดรัมหรือฝาหน้า ควรใส่ผ้าไม่เกินประมาณ 50% เพราะเครื่องประเภทนี้อาศัยการหมุนและการตกกระทบของผ้าในการซัก จึงต้องมีพื้นที่ว่างให้ผ้าขยับได้เพียงพอ

ถ้าจำเป็นต้องซักรวม ควรทำอย่างไร

แม้การซักผ้าบ่อยครั้งละพอดีจะเป็นวิธีที่แนะนำมากกว่า แต่ในชีวิตจริงหลายคนอาจไม่มีเวลาซักทุกวัน หากจำเป็นต้องเก็บผ้าไว้ซักรวม ควรลดความเสี่ยงเรื่องคราบและกลิ่นด้วยวิธีต่อไปนี้

  • จัดการผ้าที่สกปรกมากก่อน เสื้อที่มีคราบ เหงื่อมาก หรือเปื้อนอาหาร ควรรีบซักหรือขจัดคราบภายในวันนั้น เพื่อป้องกันคราบฝังแน่นและกลิ่นติดผ้า
  • อย่าเก็บผ้าไว้ในเครื่องซักผ้า การใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้วค้างไว้ในถังซักอาจทำให้ความชื้นสะสม เกิดเชื้อราและแบคทีเรีย ควรเก็บไว้ในตะกร้าผ้าที่โปร่ง ระบายอากาศได้ดี
  • ผ้าเช็ดตัวเปียกควรตากให้แห้งก่อน หากยังไม่ซักทันที ไม่ควรโยนผ้าเปียกลงตะกร้าหรือถังซัก เพราะความชื้นทำให้แบคทีเรียเพิ่มขึ้น ควรผึ่งให้แห้งก่อนเก็บรอซัก

ซักผ้ารวม-ซักผ้าบ่อยiStockphotoซักผ้ารวม-ซักผ้าบ่อย

ตากผ้าในห้อง ยิ่งควรซักทีละน้อย

สำหรับคนที่ต้องตากผ้าในห้อง การซักทีละน้อยยิ่งเหมาะกว่า เพราะผ้าปริมาณน้อยจะแห้งเร็วกว่า ลดโอกาสเกิดกลิ่นอับจากผ้าที่แห้งช้า

ในทางกลับกัน หากซักผ้าจำนวนมากแล้วตากรวมกันแน่น ๆ ในพื้นที่จำกัด อากาศจะถ่ายเทไม่สะดวก ผ้าแห้งช้าลง และอาจเกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่าย แม้จะเพิ่งซักเสร็จใหม่ ๆ ก็ตาม

สรุป ซักบ่อยครั้งละพอดี อาจประหยัดกว่าในระยะยาว

แม้การซักผ้ารวมจะดูเหมือนช่วยประหยัดค่าน้ำในตอนแรก แต่หากทำให้คราบฝังลึก กลิ่นติดผ้า ซักไม่สะอาด หรือจำเป็นต้องซักซ้ำ ก็อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่มากกว่าเดิมได้

วิธีที่เหมาะสมคือซักผ้าให้บ่อยขึ้นในปริมาณพอดี ไม่อัดผ้าแน่นเกินไป แยกจัดการผ้าที่สกปรกมากตั้งแต่เนิ่น ๆ และดูแลผ้าเปียกให้แห้งก่อนเก็บรอซัก วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดกลิ่นและคราบ แต่ยังช่วยยืดอายุเสื้อผ้าให้ใช้งานได้นานขึ้นด้วย

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งอ้างอิง

  1. grape
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล